10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “นีงาตะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดนีงาตะตั้งอยู่ทางตอนกลางของญี่ปุ่น เป็นแหล่งปลูกข้าวแสนอร่อยของญี่ปุ่นรวมถึงแหล่งผลิตเหล้าสาเกขนาดใหญ่ และเนื่องจากทำเลที่ตั้งอยู่ติดกับทะเลญี่ปุ่น จึงเป็นศูนย์รวมอาหารทะเลรสเลิศอีกด้วย

ทุกวันนี้การท่องเที่ยวญี่ปุ่นได้รับความนิยมมาต่อเนื่องหลายปี ชื่อจังหวัด “นีงาตะ” น่าจะเคยผ่านหูเพื่อน ๆ มาบ้างแล้ว แต่ถ้าให้พูดชื่อที่เที่ยวเด็ด ๆ ดัง ๆ ของนีงาตะ มีใครนึกที่ไหนออกบ้าง? ถ้าคิดไม่ออกก็ไม่ต้องเขินไม่ต้องอาย คราวนี้ ANNGLE จะพาไปรู้จัก 10 ที่เที่ยวห้ามพลาดประจำจังหวัดนีงาตะเอง ถ้ารู้ครบแล้วรับรองว่าต้องอยากไปแน่ ๆ

1. พิพิธภัณฑ์สาเกปอนชุคัง (ぽんしゅ館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ❤︎anomegchan❤︎ (@anomegchan) on

จังหวัดนี้ปลูกข้าวเยอะ ก็เลยมีสาเกอร่อย ๆ เพียบ รู้หรือเปล่าว่านีงาตะมีโรงกลั่นเหล้าสาเกมากที่สุดในญี่ปุ่นเลยนะ! แต่จะให้ตระเวนเปิดดริ๊งค์ทุกขวดก็ไม่ไหวเนอะ ดังนั้นใครที่อยากชิมสาเกชื่อดังหลาย ๆ แบรนด์ขอให้ไปที่นี่เลย “พิพิธภัณฑ์สาเกปอนชุคัง” ในสถานีนีงาตะ ภายในร้านกึ่งพิพิธภัณฑ์นี้เพื่อน ๆ สามารถจ่ายเงิน 500 เยนเพื่อแลกเหรียญมากดสาเกใส่จอกเหล้าชิมได้เลย 5 ครั้ง หลังจากที่ชิมแล้วถ้าเจอสาเกที่ใช่ก็สามารถซื้อได้เลยทันทีที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติม (ภาษาญี่ปุ่น): ponshukan-niigata.com

2. นาขั้นบันไดโฮชิโทเกะ (星峠の棚田)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 🌸KAKO🌸 (@yykako) on

หากพูดถึงข้าวญี่ปุ่นต้องนึกถึงจังหวัดนีงาตะ! อย่างที่เกริ่นมาแล้วก่อนหน้านี้ จังหวัดนีงาตะเป็นจังหวัดที่มีชื่อมากเรื่องการปลูกข้าว ข้าวของที่นี่อร่อยติดอันดับท็อปของประเทศมาหลายต่อหลายปี ใครที่เคยกินจะรู้เลยว่าข้าวเค้าอร่อยมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนข้าวอื่นที่เคยกินมาเลยจริง ๆ

สถานที่ท่องเที่ยวที่บ่งบอกถึงความเป็นเมืองแห่งข้าวมากที่สุดก็คือ “นาขั้นบันไดโฮชิโทเกะ” นั่นเอง ด้วยความที่นีงาตะเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่ภูเขามากกว่าที่ราบ ชาวนาจึงต้องปลูกข้าวไล่ระดับบนภูเขาแบบนี้ กลายเป็นวิวสวย ๆ ของผืนนาน้อยใหญ่กว่า 200 ผืน ให้เหล่าช่างภาพเดินทางไปเก็บรูปสวย ๆ ตลอดปี เพราะวิวของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามแต่ละช่วงเวลาของวัน แถมแต่ละฤดูกาลก็สวยไม่ซ้ำกันเลยอีกด้วย

ข้อมูลเพิ่มเติม: tokamachishikankou.jp

3. คฤหาสน์เก่าตระกูลไซโต (旧齋藤家別邸)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by フォトルひと (@photoru_hito) on

คฤหาสน์เก่าแก่หลังนี้เคยเป็นสถานที่พักร้อนของตระกูลไซโตะ ซึ่งเป็นตระกูลพ่อค้าที่รุ่งเรืองในสมัยเมจิถึงต้นโชวะ ปัจจุบันได้ชื่อว่าเป็นอาคารที่มีสถาปัตยกรรมสวยงาม รวมถึงสวนโดยรอบก็มีทัศนียภาพที่งามรับกันอย่างลงตัว ไม่ว่าในฤดูกาลไหนก็งดงามราวกับหลุดออกมาจากภาพวาด โดยเฉพาะวิวของสวนที่มองเห็นจากห้องโถงขนาดใหญ่ที่ปูเสื่อทาตามินั้น หากเทียบกับงานศิลปะแล้วก็เรียกได้ว่าเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซเลยทีเดียว

ข้อมูลเพิ่มเติม (ภาษาญี่ปุ่น): saitouke.jp

4. เหมืองทองซาโดะ (佐渡金山)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by nanya_tul (@nanya_tul) on

เหมืองทองเก่าบนเกาะซาโดะ เคยรุ่งเรืองในสมัยเอโดะเมื่อราว ๆ ปี ค.ศ. 1603-1868 แต่ได้ปิดตัวลงเมื่อปี ค.ศ. 1989 ปัจจุบันกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่ไม่ควรพลาดเมื่อไปเยือนนีงาตะ ภายในถูกปรับปรุงใหม่ให้กลายเป็นพิพิธภัณฑ์ที่เปิดให้คนทั่วไปเข้าชม ซึ่งก็มีทั้งของใช้และอุปกรณ์ในการทำเหมืองต่าง ๆ และมีหุ่นจำลองสภาพการทำงานในเหมืองด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by yuu (@aotako84) on

เหมืองทองซาโดะเป็นเหมืองที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ปัจจุบันอาคารถูกปกคลุมไปด้วยพรรณไม้ เพียงแค่มองจากด้านนอกไกล ๆ ก็รู้สึกขนลุกนิด ๆ แล้ว นอกจากนี้ยังมีวิวของภูเขาโดยูโนะวาเรโตะที่ยอดแยกออกจากกันเป็นสองส่วนจากการทำเหมืองใต้ดินในอดีตที่กลายเป็นไฮไลท์ของที่นี่

ข้อมูลเพิ่มเติม: sado-goldmine.jp

5. สวนโทคิโนะโมริ (トキの森公園)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by uk (@berry_picking) on

สวนโทคิโนะโมริตั้งอยู่บนเกาะซาโดะ จากนีงาตะสามารถนั่งเรือเฟอร์รี่ไปได้โดยใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง ที่นี่เป็นบ้านของสัตว์สงวนของญี่ปุ่นชนิดหนึ่งคือ “นกโทคิ” (นกช้อนหอยหงอน) ซึ่งเป็นนกที่เคยมีมากมายในญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันได้ลดจำนวนลงอย่างมากจากการทำลายสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ทำให้มันถูกจัดให้เป็นสัตว์สงวนในปี ค.ศ. 1952 และสวนโทคิโนะโมริ ที่แปลว่า “ป่าของนกโทคิ” แห่งนี้ ก็คือเขตสงวนสำหรับนกพันธุ์นี้โดยเฉพาะ เพื่อน ๆ สามารถเข้าไปชมนกโทคิและผองเพื่อนของมันอย่างใกล้ชิดได้ภายในสวนป่าขนาดใหญ่แห่งนี้

ข้อมูลเพิ่มเติม: tokinotayori.com

6. ล่องเรือไม้ทรงกลมที่เกาะซาโดะ (たらい舟)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Yuka Shikita (@shikky1213) on

เที่ยวเกาะซาโดะต่อกันอีกสักนิด นอกจากเกาะนี้จะอุดมไปด้วยธรรมชาติที่สวยงามแล้ว ก็ยังเต็มไปด้วยวัฒนธรรมของคนท้องถิ่นที่ถูกส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในวัฒนธรรมเฉพาะตัวของที่นี่คือ การจับปลาที่เรียกว่า “อิโซเนงิ เรียว (磯ねぎ漁)” ด้วยเรือไม้ “ทาราอิฟุเนะ (たらい舟)” ทรงกลมที่หน้าตาคล้ายกะละมัง เรือไม้หน้าตาน่ารักนี้ถูกคิดค้นขึ้นในสมัยเอโดะราวปี ค.ศ. 1802 เพื่อให้ชาวประมงผู้หญิงใช้จับปลา หอย และเก็บสาหร่ายโดยเฉพาะ ใครอยากทดลองเป็นสาวประมงชาวเกาะก็สามารถลองล่องเรือทาราอิฟุเนะแบบคนญี่ปุ่นโบราณได้ที่นี่เลย

ข้อมูลเพิ่มเติม: visitsado.com

7. กระเช้านาเอบะ ดรากอนโดล่า (苗場ドラゴンドラ)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 虹いろ (@nigiiro1592) on

นาเอบะ ดรากอนโดล่าเป็นกระเช้าที่ลานสกีนาเอบะ ซึ่งเป็นกระเช้าที่ยาวที่สุดในโลกเลยนะ! ในฤดูหนาวกระเช้านี้ใช้ในการเดินทางขึ้นเขาสำหรับผู้ที่เล่นสกีและสโนว์บอร์ด แต่นอกจากนั้นแล้วในฤดูใบไม้ร่วงกระเช้านี้ก็ได้รับความนิยมเช่นกัน เพราะเพื่อน ๆ จะได้ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีจากมุมสูงในแบบที่หาชมทั่วไปไม่ได้ง่าย ๆ แบบ 360 องศาเป็นเวลากว่าครึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว! แล้วแบบนี้จะพลาดได้ยังไงหละ!?

ข้อมูลเพิ่มเติม: princehotels.com

8. Niigata Senbei Kingdom (新潟せんべい王国)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Hitoshi Kanno (@kanno.hitoshi) on

พิพิธพัณฑ์ “เซมเบ้” ขนมกรุบกรอบทำจากข้าวปรุงรสด้วยโชยุที่คนญี่ปุ่นโปรดปราน ที่นี่เราสามารถทำเซมเบ้แผ่นโตที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลกได้ ทั้งปิ้งเอง ทั้งตกแต่งวาดลวดลายเองด้วยโชยุ จะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สนุกไปกับกิจกรรมนี้ได้อย่างเต็มที่ สนุกไม่พอกินได้อีกต่างหาก! ถ้าเพื่อน ๆ ชอบกินเซมเบ้อยู่แล้วยิ่งห้ามพลาดเลยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม (ภาษาญี่ปุ่น): senbei-oukoku.jp

9. ศาลเจ้ายาฮิโกะ (弥彦神社)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Chris (@the_swiss_explorer) on

ศาลเจ้าเก่าแก่ที่ว่ากันว่ามีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 2,400 ปี และมีผู้แวะเวียนมาสักการะในช่วงปีใหม่มากกว่า 200,000 คนในแต่ละปี เนื่องจากตัวศาลเจ้าตั้งอยู่ในป่า ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ ทำให้ที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมสำหรับผู้ที่หลงใหลในสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นโบราณและธรรมชาติจากทุกสารทิศ และแน่นอนว่าสามารถถ่ายภาพสวย ๆ ได้ไม่ซ้ำแบบในทั้ง 4 ฤดูกาล

นอกจากอาคารหลักของศาลเจ้ายาฮิโกะแล้ว บนยอดเขายาฮิโกะยังมีศาลเจ้าอีกหลังหนึ่งที่ก็คู่ควรแก่การไปเยือนเช่นกัน ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถเดินทางไปถึงยอดเขาได้ง่าย ๆ ด้วยการนั่งกระเช้ายาฮิโกะยามะในบริเวณใกล้ ๆ กัน

ข้อมูลเพิ่มเติม: enjoyniigata.com

10. ลานสกีกาล่า ยูซาวะ (ガーラ湯沢スキー場)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by GALA湯沢スノーリゾート (@galayuzawa_official) on

ลานสกีแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่มีสถานีรถไฟชินกันเซ็น ทำให้สามารถเดินทางจากโตเกียวมาถึงได้อย่างรวดเร็วภายในไม่ถึง 2 ชั่วโมงเท่านั้น! กาล่า ยูซาวะเป็นลานสกีอันดับท็อปของจังหวัดนีงาตะ ประกอบด้วยเส้นทางเล่นสกีและสโนว์บอร์ดหลากหลายเส้นทางตั้งแต่ระดับผู้เริ่มต้นไปจนถึงมือโปร และแน่นอนว่ามีจุดเช่าชุดและอุปกรณ์พร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน สำหรับใครที่ไม่ถนัดกีฬา ที่นี่ก็มีกิจกรรมเดินทัวร์หิมะ โดยให้ใส่รองเท้าลุยหิมะไม้แบบดั้งเดิมของญี่ปุ่นที่เรียกว่า “คันจิกิ” ด้วยนะ

ข้อมูลเพิ่มเติม: gala.co.jp

เป็นยังไงบ้าง? ไม่เคยรู้มาก่อนเลยเนอะว่าจังหวัดนีงาตะมีที่เที่ยวน่าสนใจเยอะขนาดนี้ แถมไม่ว่าจะไปฤดูกาลไหนก็ดีไปหมด แต่ขอเตือนเพื่อน ๆ ที่ขี้หนาวนิดนึงว่าฤดูหนาวที่นีงาตะหนาวพอสมควรแถมหิมะเยอะด้วย แต่ถ้าใครรักความเย็นและหิมะหนา ๆ แบบผู้เขียนละก็ลุยเลยจ้า~!