พาไปอบอุ่นร่างกายที่ออนเซ็น 7 ขุมนรก “จิโงกุเมงุริ” (地獄めぐり) ณ เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ

ถ้าไปญี่ปุ่นแล้วไม่ได้แช่ออนเซ็นก็เหมือนไปไม่ถึง แต่ถ้าเพื่อน ๆ เบื่อการแช่ออนเซ็นแบบธรรมดาแล้วล่ะก็ วันนี้เราจะพาไปเที่ยวออนเซ็นรูปแบบใหม่ที่จะทำให้ร่างกายอบอุ่นไปถึงข้างในกันเลยค่ะ กับการเที่ยวชมออนเซ็น 7 ขุมนรก หรือ “จิโงกุเมงุริ” (地獄めぐり) ณ เมืองเบปปุ จังหวัดโออิตะ สังเกตดี ๆ นะคะว่าเราใช้คำว่า “เที่ยวชม” ไม่ใช่ “แช่” ทำไมนะหรอคะ ก็เพราะออนเซ็น 7 บ่อนี้ร้อนราวกับขุมนรกคนธรรมดาไม่สามารถลงไปแช่ได้นั่นเอง แต่ถึงจะแช่ไม่ได้ บ่อออนเซ็นเหล่านี้ก็มีความสวยงามเฉพาะตัว แถมยังมีของฝากที่หาได้เฉพาะที่นี่เท่านั้น สำหรับคนที่อยากแช่จริง ๆ เขาก็มีบ่อแช่เฉพาะเท้า หรือ อาชิยุ (足湯) ให้ด้วยนะคะ ใครพร้อมจะไปเที่ยวออนเซ็นในรูปแบบใหม่กับเราแล้ว ก็ตามมาเลยค่ะ

การเดินทาง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Emi (@eminama310)

เรามาตั้งต้นกันที่สถานีรถไฟเบปปุ ในจังหวัดโออิตะกันค่ะ สำหรับการเดินทางมาที่สถานีรถไฟเบปปุเพื่อน ๆ จะนั่งเครื่องบิน ชินคันเซ็น หรือรถทัวร์มาก็ได้ค่ะ ราคาและเวลาก็จะแตกต่างกันไป สมมติว่าออกจากโตเกียว ถ้านั่งเครื่องบินต่อรถบัสจะใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง ถ้านั่งชินคันเซ็นจะใช้เวลาประมาณ 6 ชั่วโมง ถ้านั่งรถทัวร์จะใช้เวลาประมาณ 16 ชั่วโมง ส่วนราคาขึ้นอยู่กับช่วงเวลาที่เดินทางด้วยเพื่อน ๆ ลองเช็คก่อนเดินทางนะคะ

จากสถานีเบปปุ เราจะออกเดินทางสู่ขุมนรกทั้ง 7 กันค่ะ โดยหลัก ๆ แล้วจะมีวิธีการเดินทาง 4 วิธีด้วยกันคือ รถบัสท่องเที่ยว รถบัสประจำทาง จักรยาน และรถยนต์ ถ้าใครที่มาเบปปุเป็นครั้งแรกหรือไม่ค่อยเชี่ยวชาญเส้นทางเท่าไหร่ แนะนำให้ใช้รถบัสท่องเที่ยวเลยค่ะ โดยเราจะต้องจองไปก่อน เป็นทัวร์ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง มีไกด์ให้ด้วย ส่วนใครที่อยากลุยเดี่ยวหรืออยากชื่นชมความสวยงามของแต่ละที่อย่างเต็มอิ่มก็สามารถใช้รถบัสประจำทาง หรือไม่ก็เช่าจักรยาน เช่ารถก็ได้ค่ะ ใกล้ ๆ สถานีเบปปุมีร้านเช่าจักรยานด้วย แต่ถ้ารถยนต์นี่เพื่อน ๆ อาจจะต้องเช่ามาจากที่อื่นนะคะ

อุมิจิโงกุ (海地獄) ขุมนรกทะเล

 

View this post on Instagram

 

A post shared by shizuku (@_shizuku3_)

มาเริ่มกันที่นรกขุมแรกที่มีสีฟ้าสวยราวกับทะเลกันค่ะ อุมิจิโงกุแห่งนี้ว่ากันว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติเมื่อ 1,300 ปีที่แล้วจากการระเบิดของภูเขาไฟสึรุมิดาเคะ (鶴見岳) ถือว่าเป็นออนเซ็นบ่อใหญ่ที่สุดใน 7 บ่อเลยทีเดียว ในออนเซ็นบ่อนี้มีเฟอร์รัสซัลเฟตละลายอยู่ทำให้เกิดเป็นสีฟ้าสวยงามอย่างที่เราเห็นกัน สำหรับความร้อนก็สูงถึง 98 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว ถ้าหย่อนไข่ลงไปก็กลายเป็นไข่ต้มเลยล่ะค่ะ

ชิระอิเคะจิโงกุ (白池地獄) ขุมนรกบ่อน้ำขาว

 

View this post on Instagram

 

A post shared by maygram (@may.lifestyle.jp)

ใกล้ ๆ กับอุมิจิโงกุ เราจะพบกับสวนแบบญี่ปุ่นที่เขียวชอุ่มเงียบสงบ ท่ามกลางสวนนั้นมีชิระอิเคะจิโงกุ ซึ่งเป็นออนเซ็นบ่อสีขาวอมฟ้า ว่ากันว่าตอนบ่อออนเซ็นนี้เกิดขึ้นจากภูเขาไฟระเบิด ทั้งอุณหภูมิและความดันอากาศก็ลดลงทำให้สีน้ำแปรเปลี่ยนเป็นสีขาวอมฟ้าค่ะ พอมองดูแล้วก็ช่างเข้ากันกับบรรยากาศสวนญี่ปุ่นโดยรอบ ทำให้จิตใจสงบทีเดียว ถัดไปอีกสักหน่อยยังมีพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำเขตร้อนที่ใช้ความร้อนจากบ่อออนเซ็นด้วยนะคะ ใครที่ไปกันเป็นครอบครัวก็พาลูก ๆ ไปดูเจ้าปลาหน้าตาแปลก ๆ จากลุ่มน้ำอเมซอนกันได้ค่ะ

โอนิอิชิโบซึจิโงกุ (鬼石坊主地獄) ขุมนรกศีรษะพระ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by @kaori_e501

เพื่อน ๆ เห็นบ่อสีเทาปุด ๆ ข้างบนแล้วนึกถึงอะไรคะ คนญี่ปุ่นเขานึกถึงศีรษะใสไร้ผมของพระกันก็เลยตั้งชื่อว่าขุมนรกศีรษะพระ เป็นการตั้งชื่อที่เรียกรอยยิ้มได้ดีเลยใช่ไหมล่ะคะ เมื่อมาที่นี่แล้วสิ่งที่ห้ามพลาดเลยก็คือพุดดิ้งขุมนรกที่ใช้ความร้อนจากออนเซ็นในการทำให้เซ็ตตัว บอกเลยว่าหากินที่อื่นไม่ได้แล้วนะคะ พุดดิ้งทำจากไข่สีเหลืองอ่อน พอทานเข้าไปจะสัมผัสได้ถึงความนุ่มนิ่มดึ๋งดั๋ง รสชาติหวานกำลังดี กินกี่ถ้วยก็ไม่เบื่อค่ะ ส่วนใครที่อยากทานของคาว เขาก็มีซาลาเปาไส้ไก่ที่เลี้ยงในจังหวัดโออิตะโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีออนเซ็นเท้าอาชิยุและออนเซ็นแบบแช่ทั้งตัวได้ด้วยค่ะ

โอนิยามะจิโงกุ (鬼山地獄) ขุมนรกเขายักษ์

ที่โอนิยามะจิโงกุแห่งนี้ เป็นบ่อออนเซ็นที่มีน้ำพุร้อนพุ่งขึ้นมาจากใต้ดินลึกถึง 187 เมตร และมีความร้อนสูงถึง 99.1 องศา ปริมาณของน้ำที่ออกมาประมาณ 8 ตันต่อชั่วโมง ถ้าคิดเป็นวันแล้วก็เกือบ 200 ตันต่อวันเลยทีเดียว แค่นี้ก็อ้าปากค้างแล้วใช่ไหมล่ะคะ แต่ยังไม่หมดเพียงเท่านั้น ที่นี่เพื่อน ๆ จะได้เจอกับบ่อเลี้ยงจระเข้และแอลลิเกเตอร์กว่า 80 ตัว เหตุผลที่มีจระเข้อยู่ที่นี่ก็เพราะว่าญี่ปุ่นได้เริ่มใช้ความร้อนจากออนเซ็นในการเลี้ยงจระเข้ครั้งแรกเมื่อปี 1923 และก็ทำต่อกันเรื่อยมานั่นเองค่ะ จุดตื่นตาตื่นใจก็คงไม่พ้นโชว์การให้อาหารจระเข้ ที่เราจะได้เห็นเจ้าจระเข้ทั้งหลายตะเกียกตะกายขึ้นมารับอาหารราวกับจะปีนออกจากกรงมาหาเราเลยล่ะ

คามาโดะจิโงกุ (かまど地獄) ขุมนรกเตาอั้งโล่

 

View this post on Instagram

 

A post shared by じーたー (@ji_ta_8934)

ที่มาของชื่อคามาโดะ หรือ เตาอั้งโล่นั้น มาจากในสมัยโบราณตอนที่มีงานเทศกาลศาลเจ้านั้น ได้มีการใช้ความร้อนจากออนเซ็นแห่งนี้ในการหุงข้าวด้วยเตาอั้งโล่นั่นเอง คามาโดะจิโงกุแห่งนี้มีสถานที่ให้เที่ยวชมมากมาย และยังมีอาชิยุถึง 3 ที่เลยทีเดียว สำหรับใครที่เริ่มหิวแล้วก็มีทั้งพุดดิ้งรสโชยุ ขนมมันจู น้ำหวานโซดา และของกินที่มีเฉพาะแหล่งออนเซ็นเท่านั้นอีกมากมาย ลองเดินชิว ๆ เยี่ยมชมกันได้ค่ะ

จิโนะอิเคะจิโงกุ (血の池地獄) ขุมนรกบ่อเลือด

 

View this post on Instagram

 

A post shared by @yamayama00000000

มีบ่อสีฟ้าบ่อสีขาวแล้วก็มีบ่อสีแดงด้วยนะคะ ขุมนรกบ่อเลือดนี้มีสีแดงสมชื่อ เกิดขึ้นเมื่อ 1,300 ปีที่แล้ว ว่ากันว่าเป็นออนเซ็นขุมนรกตามธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น บ่อออนเซ็นสีแดงฉานนี้ได้ปรากฏอยู่ในบันทึกโบราณสมัยนาราด้วยนะคะ บ่อนี้กว้าง 1,300 ตารางเมตร ลึกประมาณ 30 เมตร มีไอเอิร์นออกไซด์และแมกนีเซียมออกไซด์ผสมอยู่ และมีความร้อนสูงถึง 78 องศาเซลเซียสค่ะ ที่นี่เขามีออนเซ็นแช่เท้าหรืออาชิยุด้วยนะคะ ใครอยากได้แร่ธาตุจากออนเซ็นก็ลองถอดรองเท้าลงไปแช่กันได้ค่ะ

ทาสึมากิจิโงกุ (龍巻地獄) ขุมนรกพายุหมุน

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ゆっきー (@hinami0109)

ใครชอบความตื่นตาตื่นใจต้องห้ามพลาดทาสึมากิจิโงกุแห่งนี้เด็ดขาดเลยนะคะ ที่นี่เราจะได้ชมน้ำพุร้อนที่พุ่งทะยานจากใต้ดินขึ้นไปสูงเตะฟ้า แน่นอนว่าเกิดขึ้นตามธรรมชาติไม่มีใครมากดปุ่มทั้งนั้นค่ะ โดยแต่ละรอบน้ำพุร้อนจะพุ่งขึ้นห่างกันประมาณ 30 – 40 นาที พุ่งสูงประมาณ 50 เมตร และอยู่อย่างนั้นประมาณ 5 นาที น้ำที่ขุมนรกแห่งนี้ร้อนถึง 105 องศาเลยทีเดียว ระหว่างที่เพื่อน ๆ รอเวลาที่จะได้เห็นน้ำพุร้อนพุ่งออกมาก็สามารถไปช็อปปิ้งหาของฝากเฉพาะท้องถิ่นที่ร้านค้าใกล้ ๆ ได้ มีทั้งน้ำผลไม้คั้นสด และไอศกรีมที่ทำจากนมของจังหวัดโออิตะ รับรองว่าไม่เบื่อแน่นอนค่ะ

ใครมีแพลนกำลังจะไปเที่ยวญี่ปุ่นแถว ๆ จังหวัดโออิตะอย่าลืมแวะไปเที่ยวขุมนรกทั้ง 7 นี้ได้นะคะ รับรองว่าอุ่นกาย อุ่นใจ อิ่มท้องแน่นอนค่ะ

แผนที่ "จิโงกุเมงุริ" จากเว็บไซต์ http://www.beppu-jigoku.com/pamphlet/images/English.pdf
แผนที่ “จิโงกุเมงุริ”
จากเว็บไซต์ www.beppu-jigoku.com

สรุปเนื้อหาจาก: tabirai, tabikobo