10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “โอกินาว่า” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

โอกินาว่าเป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งอุดมไปด้วยความสมบูรณ์และเสน่ห์แบบเมืองเขตร้อนอย่างที่หาไม่ได้จากจังหวัดไหน ๆ เรามาดูกันว่าจังหวัดที่ประกอบไปด้วยหมู่เกาะมากมายแห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอะไรบ้าง กระซิบนิดนึงว่านอกจากทะเลที่งดงามแล้วโอกินาว่ามีเสน่ห์ให้ค้นหามากมายเลยละค่ะ

1. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ(ちゅら海水族館)

 

この投稿をInstagramで見る

 

海洋博公園・沖縄美ら海水族館(@kaiyohaku_churaumi)がシェアした投稿

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยปลาและสัตว์น้ำเขตร้อนนานาพันธุ์ โดยมีตู้ปลาขนาดใหญ่ยักษ์ที่มีทั้งฉลามวาฬและกระเบนแมนตาตัวใหญ่ว่ายวนไปมาเป็นไฮไลท์ของที่นี่ ถ้าได้มาโอกินาว่าแล้วละก็ต้องไปที่นี่ให้ได้เลย

2. ปราสาทชูริ(首里城)

 

この投稿をInstagramで見る

 

きよ(@kiyo.082)がシェアした投稿

ปราสาทเก่าแก่ที่สร้างขึ้นราวปลายศตวรรษที่ 14 เดิมเป็นพระราชวังสมัยอาณาจักรริวกิวมาก่อน ในปี ค.ศ. 1945 ตัวปราสาทได้รับความเสียหายอย่างหนักจากยุทธการที่โอกินาว่า จึงได้มีการก่อสร้างขึ้นใหม่ในปี ค.ศ. 1992 ปัจจุบันปราสาทชูริได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ร่วมกับโบราณสถานอื่น ๆ ในบริเวณใกล้เคียงในชื่อ “แหล่งกุซุกุและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับอาณาจักรริวกิว”

3. Okinawa World & Valley of Gangala(おきなわワールド&ガンガラーの谷)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by おきなわワールド(文化王国玉泉洞) (@okinawaworld_official) on

Okinawa World เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวบรวมสถานที่เที่ยวทั้งทางธรรมชาติ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ของโอกินาว่าไว้ได้อย่างครบครัน เช่น หมู่บ้านริวกิว พิพิธภัณฑ์สวนงูฮาบุ และสวนผลไม้เขตร้อน นอกจากนี้นักท่องเที่ยวยังมีโอกาสได้สัมผัสกับความเป็นโอกินาว่าผ่านอีเว้นท์และการแสดงต่าง ๆ ที่จะผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนไปตลอดปี

 

View this post on Instagram

 

A post shared by おきなわワールド(文化王国玉泉洞) (@okinawaworld_official) on

ถัดจาก Okinawa World มาจะพบกับ Valley of Gangala ถ้ำตามธรรมชาติที่ในอดีตเคยเป็นที่อยู่อาศัยของคนยุคดึกดำบรรพ์มาก่อน บรรยากาศโดยรอบเปี่ยมด้วยมนต์เสน่ห์สุดพิศวงของป่าเขตร้อนที่ทำให้รู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกโลกหนึ่งเลยทีเดียว นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมในถ้ำและป่าในบริเวณใกล้เคียงได้โดยมีไกด์คอยนำทาง เห็นเป็นถ้ำดิบ ๆ ท่ามกลางป่าไม้แบบนี้ แต่เชื่อหรือไม่ว่าในถ้ำมีคาเฟ่ด้วย!

4. ถนนโคคุไซโดริ(国際通り)

ถนนสายหลักกลางเมืองนาฮะ สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าต่าง ๆ ทั้งร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านจำหน่ายของที่ระลึก และอื่น ๆ อีกมากมายตลอดระยะทาง 2 กิโลเมตร แม้ในเวลากลางคืนที่นี่ก็ยังคงคึกคัก จึงจัดได้ว่าเป็นแหล่งช้อปปิ้งและสังสรรค์ที่ไม่ควรพลาดจริง ๆ

5. ตลาดสาธารณะมาคิชิ(牧志公設市場)

ตลาดประจำเมืองโอกินาว่าที่คราคร่ำไปด้วยผู้คน เป็นตลาดที่สามารถสัมผัสวิถีชีวิตท้องถิ่นของคนโอกินาว่าได้อย่างเต็มที่ ชั้นล่างเป็นตลาดสดขายผัก ผลไม้ เนื้อ และปลาหลากชนิด ส่วนชั้นสองเป็นโรงอาหาร ทีเด็ดของที่นี่คือเราสามารถเลือกซื้อปลาจากชั้นล่างไปให้คนครัวปรุงอาหารให้ทานได้ที่ชั้นสองเลย

6. Mihama American Village(美浜アメリカンビレッジ)

ศูนย์รวมความบันเทิงขนาดใหญ่ของโอกินาว่าที่ตกแต่งในสไตล์อเมริกัน ภายในมีทั้งรีสอร์ท ร้านค้า ร้านอาหาร ไลฟ์เฮาส์ และโรงภาพยนตร์ โดยมีชิงช้าสวรรค์เป็นจุดสังเกตที่เห็นได้อย่างเด่นชัด สามารถหาซื้อสินค้าและอาหารแบบอเมริกันได้ที่นี่

7. หน้าผามันซาโมะ(万座毛)

หน้าผาที่ถูกคลื่นทะเลกัดเชาะจนมีรูปร่างคล้ายกับงวงช้าง เป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพริมทะเลที่สวยงามของโอกินาว่า และเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินยอดนิยมอีกด้วย ช่างภาพทั้งหลายต้องมาเยือนให้ได้สักครั้งในชีวิต

8. เกาะโคริและสะพานโคริ(古宇利島、古宇利大橋)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 北島 清隆 OKINAWA (@kiyotaka_kitajima_photo) on

เกาะสวยที่ล้อมรอบด้วยทะเลสีเขียวมรกต มีชายหาดทะเลน้ำตื้นที่สามารถเดินเล่นถ่ายรูปได้ตามอัธยาศัย นอกจากนี้ยังสามารถดำน้ำดูปลาและปะการังได้ด้วย และถึงจะเป็นเกาะแต่ก็สามารถเดินทางไปได้ง่าย ๆ โดยรถยนต์ เพราะเกาะโคริแห่งนี้มีสะพานข้ามมาจากเกาะหลักเลย

สะพานโคริเป็นสะพานที่เชื่อมจากเกาะยางาจิบนแผ่นดินหลักของโอกินาว่าไปยังเกาะโคริ มีความยาวถึง 1,960 เมตร โดยเป็นสะพานที่ยาวที่สุดในโอกินาว่า ระหว่างที่ขับรถข้ามสะพานก็สามารถเพลิดเพลินไปกับวิวทะเลรอบด้านได้ ทำให้กลายเป็นอีกจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมสูง

9. เซฟาอุทากิ(斎場御獄)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ほりえなおみ (@703honomama) on

แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่จัดเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ทางศาสนาประจำเมืองโอกินาว่า ตั้งอยู่ในป่าทึบบนหุบเขาที่ขนานไปกับทะเล ในอดีตถูกใช้เป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนาของอาณาจักรริวกิว ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกับสถานที่สำคัญอื่น ๆ ของโอกินาว่า

ช่องหินรูปสามเหลี่ยมและวิวทิวทัศน์ของทะเลที่เชื่อมต่อกับป่าทึบได้อย่างลงตัวทำให้สถานที่นี้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งที่ไม่ไปไม่ได้

10. อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะเครามะ(慶良間諸島国立公園)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by wmjpadg_a (@wmjpadg_a) on

หมู่เกาะเครามะตั้งอยู่ห่างจากเกาะหลักโอกินาว่าไปทางใต้ราว 32 กิโลเมตร ประกอบด้วยเกาะน้อยใหญ่รวม 22 เกาะ แต่มีเพียง 5 เกาะที่มีคนอาศัยอยู่ ได้แก่ เกาะโทคาชิกิ เกาะมาเอจิมะ เกาะอากะ เกาะซามามิและเกาะเกรุมะ ในปี 2014 ได้รับเลือกให้เป็นอุทยานแห่งชาติลำดับที่ 31 ของญี่ปุ่น

หมู่เกาะเครามะล้อมรอบไปด้วยหมู่ปะการังที่สวยงามอย่างน่าค้นหา จึงกลายเป็นสวรรค์ของนักดำน้ำทั้งหลาย และเป็นสถานที่พักผ่อนหลีกหนีความวุ่นวายในเมืองใหญ่ของคนทุกเพศทุกวัย หลายคนบอกว่าพอได้มาที่นี่แล้วยังรู้สึกว่าครั้งเดียวไม่พอ ต้องกลับมาอีกแน่ ๆ