Inside Tohoku – วงเล่าเม้าท์เรื่องวงในทริปโทโฮคุของรุจ ศุภรุจ

Last updated:

JR PASS Banner 2

ความสนุกของการเดินทางอยู่ที่ตรงไหนบ้าง? นอกจากช่วงเวลาที่ได้ใช้ในสถานที่จุดหมายปลายทางและพบปะผู้คนอยู่ตรงนั้นแล้ว ช่วงเวลาของการนั่งล้อมวงเล่าเรื่องที่พบเจอในการเดินทางคงเป็นอีกช่วงเวลาที่สนุกไม่แพ้กัน และยังเป็นช่วงเวลาที่ผู้เดินทางได้ส่งต่อความสนุกและเสน่ห์ของการเดินทางให้กับผู้อื่นที่อาจจะไปเดินทางตามรอยด้วย

บทความนี้เป็นหนึ่งในซีรี่ส์ Collaboration กับคุณรุจ (ศุภรุจ เตชะตานนท์​) หรือรุจ เดอะสตาร์ซึ่งปัจจุบันรับอีกบทบาทเป็นแอดมินสุดเฟรนด์ลี่ที่คอยแบ่งปันมุมสวยๆ ของญี่ปุ่นในเพจ Outside The Room โดยซีรี่ส์นี้เป็นซีรี่ส์ที่เราจะขอชวนทุกคนก้าว Outside The Room ของตัวเองและเข้ามาเที่ยว Inside โทโฮคุพร้อมข้อมูลแน่นปั้กและเรื่องเล่าแบบ Insight จากคุณรุจ สำหรับบทความตอนที่ 2 นี้ เราขอชวนทุกคนดึงเก้าอี้ตัวโปรดมานั่งและฟังเรื่องเล่าจากการเดินทางของคุณรุจ หลังจากอ่านจบ เพื่อนๆ อาจจะอยากหยิบกล้องตัวโปรดขึ้นมาสะพายและเดินทางไปโทโฮคุเลยก็ได้

“ลำธารโออิราเสะ” จุดเริ่มต้นการเดินทางในมุมมองใหม่ของรุจ ศุภรุจ

Photo by Outside The Room
Photo by Outside The Room

Q : ในบรรดาสถานที่ที่เคยไปมาในโทโฮคุ ที่ไหนที่คุณรุจถือว่าเป็น The Best?

ถ้าพูดถึงที่เที่ยวในภูมิภาคโทโฮคุที่ดังๆ ในกลุ่มคนไทยมาตั้งแต่หลายสิบปีก่อนน่าจะเป็น “ลำธารโออิราเสะ” ในจังหวัดอาโอโมริ เป็นลำธารที่ไหลจากทะเลสาบโทวาดะ เวลาเที่ยวก็เดินริมลำธารไปเรื่อยๆ ซึ่งจะไหลขนาบถนนที่โค้งไปมา ที่สำคัญคือเดินทางสะดวกด้วยเพราะนั่งรถไฟชินกันเซ็นมาลงที่สถานี Shin-Aomori ในจังหวัดอาโอโมริแล้วนั่งรถบัสมาลงที่ลำธารได้เลย

Photo by Outside The Room

ตอนเที่ยวจริงๆ จังๆ ในภูมิภาคโทโฮคุครั้งแรกก็มาเที่ยวที่นี่แหละ เคยมากับทัวร์ครั้งนึงเมื่อต้นพฤศจิกายนปี 2014 แต่ทำได้แค่ลงรถมาเดินวนๆ แล้วกลับขึ้นรถ แถมยังเป็นช่วงเลยจุดพีคใบไม้เปลี่ยนสีมาแล้ว แต่เรารู้ว่าถ้าเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีต้องสวยแน่ๆ ปีถัดมาก็เลยทำทริปมาเองแล้วก็เดินยาวๆ ตามธารน้ำจนถึงทะเลสาบโทวาดะ รวมเกือบ 14 กิโลเมตรซึ่งจะมีน้ำตกและใบไม้สีทองให้ได้ดูตลอดทาง ได้รูปสวยๆ มาเยอะมาก แต่ก็มีเรื่องติดขัดบ้าง เช่นตอนที่พยายามเอาขาตั้งกล้องเข้าไปตั้งตรงกลางธารน้ำแต่ก็ลื่น ฟิลเตอร์อันละแปดเก้าพันร่วงหายไปเลย (หัวเราะ)

พอเอารูปไปลงอินสตาแกรมคนก็ฮือฮากัน เพราะตอนนั้นทำผมสีเทา แล้วหนังเรื่อง Rise of the Guardians กำลังดังพอดี คนเห็นรูปก็เลยฮือฮา มีแซวๆ ว่าทำสีผมเหมือนแจ็คฟรอสต์เลย แล้วมีคนเอาไปเขียนข่าวว่าเราเปลี่ยนสายแล้วนะ เป็นสายท่องเที่ยว แบกกล้อง หัวเทา ก็เลยเหมือนเป็นจุดเริ่มต้นการเที่ยวจริงๆ จังๆ ครั้งแรก

Q : ระหว่างมาเที่ยวกับทัวร์และมาเองต่างกันมากไหม?

ต่างกันมากๆ ตอนมากับทัวร์เราได้แค่ลงไปเดินดูรอบๆ แป๊บเดียวก็ต้องกลับขึ้นรถละ แต่ถ้ามาเองก็เดินชมธรรมชาติได้เรื่อยๆ ถือว่ายืดหยุ่นกว่ามากับทัวร์ แล้วเรารู้สึกว่ากับสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติแบบนี้ต้องให้เวลากับมัน ทางเดินก็ไม่ได้ลำบากอะไรมากด้วย เดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ อากาศเย็นสบาย ต้นไม้ปกคลุมตลอดทาง เจออะไรสวยๆ ก็แวะถ่ายรูปได้เลย

Photo by Outside The Room

Q : หลังมาเที่ยวลำธารโออิราเสะเป็นที่แรกในโทโฮคุ รู้สึกยังไงบ้าง?

หลังจากนั้นก็มาทุกปีเลยเพราะวิวธรรมชาติสวยมาก ติดใจ (หัวเราะ) อิมเมจของเราที่มีต่อใบไม้เปลี่ยนสีมันเปลี่ยนไปเลยหลังจากมาที่โทโฮคุ

เวลาพูดถึงใบไม้เปลี่ยนสีหรือใบไม้แดงคนไทยมักจะคิดถึงใบเมเปิ้ลสีแดงสดๆ แบบในเมืองเกียวโต ตอนเราเที่ยวญี่ปุ่นแรกๆ ก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน แต่พอได้มาที่โทโฮคุความคิดเราก็เปลี่ยนไป โทโฮคุจะมีพื้นที่ธรรมชาติเยอะกว่าภูมิภาคอื่น แล้วช่วงใบไม้เปลี่ยนสีเนี่ยจะเปลี่ยนทั้งภูเขาเลย ไม่ใช่แค่สีแดง แต่จะมีทั้งสีส้มและเหลืองด้วย เวลาโดนแดดจะเปลี่ยนเป็นสีทองอลังการมาก เรารู้สึกว่ามันยิ่งใหญ่ ดูว้าว เหมือนได้มาดูใบไม้เปลี่ยนสีจริงๆ แล้วด้วยความที่พื้นที่กว้าง คนไม่แออัด ต่างคนต่างอยู่ รู้สึกสงบ ได้อยู่กับตัวเอง กับธรรมชาติ โมเม้นท์การเสพใบไม้เปลี่ยนสีของเรามันเปลี่ยนไป

การมาเที่ยวโทโฮคุเหมือนได้เปิดโลกการชมใบไม้เปลี่ยนสีแบบใหม่ และเราชอบแบบนี้มากกว่า ชอบความที่ใบไม้เปลี่ยนสีทั้งเขา เรื่องธรรมชาติขอยกให้โทโฮคุเป็น The Best อันนี้กล้าพูดจากที่เคยไปมาทั้งหมดละ

ข้อมูลเกี่ยวกับ “ลำธารโออิราเสะ (おいらせ)”

ลำธารที่ในจังหวัดอาโอโมริ ไฮไลท์คือวิวแมกไม้ ลำธาร น้ำตก และสะพานไม้ให้ชมตลอดทาง ช่วงฤดูร้อนทั้งป่าจะเป็นสีเขียวเข้มสวยงาม ส่วนในช่วงฤดูใบไม้ร่วงจะเปลี่ยนเป็นสีโทนส้มทอง เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสความงามของธรรมชาติและอากาศบริสุทธิ์อย่างแท้จริง

ที่ตั้ง: 60 Okuse, Towada, Aomori 034-0301, Japan
การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่ JR Aomori Station หรือ JR Shin-aomori แล้วนั่งรถบัส JR Tohoku Bus ไปลงที่ป้าย Yakeyama
ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แนะนำ: ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน
เว็บไซต์: towadako.or.jp/towadako-oirase

แผนที่

Inside Tohoku JR EAST Pass Bannerสัมผัสทุกความเป็นโทโฮคุผ่าน “นิวโตออนเซ็น”

Photo by Outside The Room

Q : ถ้าให้เลือกภาพสถานที่หนึ่งมาเล่าเสน่ห์ของโทโฮคุ คุณรุจเลือกที่ไหน?

ถ้าพูดถึง “โทโฮคุ” ก็จะนึกถึง “ธรรมชาติ” ซึ่งเราอยากหยิบเอาออนเซ็นมาพูดถึงบ้างเพราะเรารู้สึกว่าในภูมิภาคโทโฮคุก็มีออนเซ็นเด็ดๆ เยอะเหมือนกัน และที่เรายกให้เลยก็คือ “นิวโตออนเซ็น”

Photo by Outside The Room

นิวโตออนเซ็นเป็นออนเซ็นกลางหุบเขาลึกในอุทยานแห่งชาติโทวาดะฮาจิมันไตใกล้ๆ ทะเลสาบทาซาวะ เวลาแช่ก็จะเห็นภูเขาพร้อมใบไม้เปลี่ยนสีที่มีเอกลักษณ์ของโทโฮคุ จุดเด่นอีกอย่างของนิวโตออนเซ็นคือสีน้ำที่เป็นสีน้ำนมตามชื่อ (乳頭温泉 nyuto-onsen, นิว 乳 แปลว่านม) โดยนิวโตออนเซ็นมีเรียวกังทั้งหมด 7 ที่ แต่ไม่จำเป็นต้องเข้าพักก็แช่ออนเซ็นได้ แค่ซื้อตั๋วใบเดียวที่ให้เราแช่ได้ทุกบ่อ

Photo by Outside The Room

แต่ไหนๆ ก็มาแล้วเราแนะนำให้พักสักคืนเพื่อซึมซับบรรยากาศแบบสุดๆ โดยเฉพาะที่ซึรุโนะยุ (鶴の湯, Tsuru no Yu) เรียวกังญี่ปุ่นที่เก่าแก่ที่สุดมากกว่า 400 ปี คลาสสิกมาก ได้แช่ออนเซ็นท่ามกลางธรรมชาติและใบไม้แดงนะ ฟินมากๆ กับอาหารของที่นี่ก็จะมีซุปหม้อไฟมันภูเขา (山の芋鍋) อาหารท้องถิ่นภูมิภาคโทโฮคุด้วย เสิร์ฟเป็นหม้อห้อยอยู่ตรงกลางพร้อมปลาย่างปักอยู่รอบๆ อารมณ์บ้านญี่ปุ่นสมัยก่อนเลย

สรุปคือมาที่นี่แล้วได้ครบทุกอย่างของความเป็นโทโฮคุเลย ทั้งวิวใบไม้เปลี่ยนสี ธรรมชาติ อาหารการกิน ออนเซ็น ใครชอบความเป็นญี่ปุ่นควรมาสักครั้งในชีวิต

ข้อมูลเกี่ยวกับ “นิวโตออนเซ็น (乳頭温泉)”

แหล่งออนเซ็นธรรมชาติในอุทยานโทวาดะฮาจิมันไต โอบล้อมด้วยธรรมชาติรอบด้าน มีออนเซ็น 7 แห่งด้วยกัน จุดเด่นคือสีน้ำฟ้าขาวนวลๆ คล้ายน้ำนม ที่พักมีทั้งเรียวกังสไตล์ญี่ปุ่นย้อนยุคและแบบโมเดิร์นให้เลือก ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดคือ “ซึรุโนยุ” เหมาะสำหรับผู้ที่อยากสัมผัสความเป็นญี่ปุ่นโบราณพร้อมแช่ออนเซ็นกลางธรรมชาติอันงดงาม

ที่ตั้ง: Tazawa, Tazawako, Semboku, Akita, Japan 〒014-1204
การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่ JR Tazawako แล้วต่อด้วยรถบัส Ugo kotsu มาลงป้าย Nyuto Ganiba Onsen
ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แนะนำ: ช่วงเดือนตุลาคม

แผนที่

Inside Tohoku 2 Banner 2

วินาทีที่กดชัตเตอร์ สิ่งที่ได้คือภาพถ่ายและความทรงจำใน “ทาดามิ”

Photo by Outside The Room
Photo by Outside The Room

Q : ในบรรดาสถานที่ในโทโฮคุ ที่ไหนที่ต้องเตรียมตัวและวางแผนมากที่สุด?

คิดว่าเป็นรูปที่สะพานข้ามแม่น้ำทาดามิหมายเลข 1 ที่จังหวัดฟุกุชิม่านะ ไม่เชิงว่ายากแต่ถ้าอยากได้รูปสวยๆ ช็อตดีๆ แบบที่เราถูกใจต้องทำรีเสิร์ชประมาณนึง คือทาดามิเป็นสะพานในเส้นทางรถไฟจากสถานี JR Aizu-wakamatsu ในฟุกุชิม่าไปสถานี JR Koide ในนีงาตะ มุมดังๆ ที่เขาชอบไปถ่ายกันก็จะมีประมาณ 4-5 มุม เป็นมุมที่จะเห็นหุบเขาสองฝั่ง ตรงกลางเป็นรางรถไฟ จังหวะที่รถไฟออกมาพอดีนี่แหละที่เขาชอบถ่ายกัน

Photo by Outside The Room

เท่าที่เคยไปมา 3-4 รอบ ก็ต้องหาข้อมูลล่วงหน้าเยอะมากๆ ว่าถ้าอยากถ่ายรถไฟกับวิวนี้จะมีมุมไหนบ้างที่ถ่ายแล้วสวย ยิ่งถ้าอยากได้วิวสภาพแวดล้อมในช่วงฤดูต่างๆ ควรจะต้องมาช่วงไหนถึงจะพีค บวกกับต้องเช็กเวลารถไฟด้วย แต่โชคดีที่รถไฟญี่ปุ่นเขาแม่นเรื่องเวลามากก็เลยไม่ยากเท่าไหร่ แล้วทางสถานที่เขาก็อำนวยความสะดวกให้พร้อม ไม่ได้ให้นักท่องเที่ยวไปอยู่ตามพงหญ้าแล้วก็ถ่าย (หัวเราะ)

Q : ทำการบ้านก็เยอะแล้ว ตอนหาจังหวะกดชัตเตอร์ให้ได้ช็อตดีๆ ยากไหม?

ไม่ค่อยยาก แต่ก็ต้องหามุมดีๆ รอเวลา แล้วจังหวะที่รถไฟออกจากหุบเขาต้องรัวชัตเตอร์นิดนึง เพราะรถไฟมาแป๊บเดียวแล้วก็ไป ถ้ารูปไม่ถูกใจก็ต้องไปหามุมใหม่ รถไฟไปปุ๊บต้องเก็บของทุกอย่างขึ้นรถแล้วไปอีกจุดเลย อีกอย่างคือส่วนมากเขาจะไม่ถ่ายช่วงบ่ายกันเพราะแสงไม่สวยเท่าตอนเช้า

จำได้เลยว่ารถไฟจะออกประมาณ 7.22 พอใกล้ถึงเวลาจะได้ยินเสียงรถไฟดังมาแต่ไกล ก้องสะท้อนทั้งภูเขา ตอนนั้นทุกคนที่มารอถ่ายรูปเงียบกันหมดเลยนะ ไม่มีใครพูดอะไรเลย แล้วจังหวะที่หัวรถไฟออกมาเสียงชัตเตอร์จะรัวมากจนรถไฟหายไป

Q : คุณรุจคิดว่ามีช็อตไหนที่อยากเก็บภาพให้ได้เป็นพิเศษไหม?

ก็คงเป็นทุกช็อต (หัวเราะ) เพราะกลัวว่าสักวันนึงรถไฟจะไม่อยู่แล้ว อย่างรถไฟทาดามิเมื่อก่อนไม่ใช่ขบวนนี้นะ เป็นรถจักรดีเซล (キハ40形, Kiha 40 Series) ซึ่งมันคลาสสิกเข้ากับบรรยากาศมาก ชอบมาก แต่ตอนนี้เป็นขบวนใหม่ เท่ากับว่าจะไม่ได้ถ่ายรูปรถไฟแบบเดิมที่เราชอบแล้ว ของบางอย่างก็ไม่รู้ว่าจะหายไปเมื่อไหร่ ภาพที่เราถ่ายก็เลยเป็นเหมือนคอลเลคชั่นเฉพาะของเราที่มีความทรงจำดีๆ และสตอรี่อยู่ในนั้น

คนญี่ปุ่นจะชอบรถไฟมากกว่ายานพาหนะอื่นๆ เพราะเป็นส่วนสำคัญในชีวิตประจำวันเขา ตั้งแต่เรียนจนทำงานก็นั่งรถไฟตลอด เขาก็เลยมีความรู้สึกพิเศษให้รถไฟ พอเราไปญี่ปุ่นบ่อยๆ เข้าเราก็ซึบซัมความรู้สึกตรงนี้ของเขามาด้วย เข้าใจเลยว่าทำไมเวลามีข่าวรถไฟปลดระวางถึงมีคนมายืนร้องไห้ส่ง เข้าใจว่าทำไมช่างภาพญี่ปุ่นชอบถ่ายรูปรถไฟ มีถ่ายทุกมุม ทุกเมือง ทำให้ทุกวันนี้ถ่ายรถไฟบ่อยเหมือนกัน

ข้อมูลเกี่ยวกับ “สะพานข้ามแม่น้ำทาดามิหมายเลข 1 (第一只見川橋)”

สะพานในทางรถไฟที่เชื่อมจังหวัดฟุกุชิม่าและจังหวัดนีงาตะ มีจุดเด่นคือมุมที่สะพานรางรถไฟถูกขนาบด้วยเขาสูงและมีแม่น้ำทาดามินิ่งสงบไหลผ่านเบื้อง

ที่ตั้ง: Kawai, Mishima, Onuma District, Fukushima Prefecture 969-7515
การเดินทางไปจุดชมวิว Tadami River First Bridge :  นั่งรถไฟสาย JR Tadami ไปลงที่ JR Aizu-Miyashita แล้วต่อด้วยรถบัสไปลงที่ Oze-kaido Mishima Juku
ช่วงชมใบไม้เปลี่ยนสีที่แนะนำ: ปลายเดือนตุลาคมเป็นต้นไป
เว็บไซต์: fukushima.travel

แผนที่

JR EAST Official Site Banner 1

เสน่ห์การเดินทางด้วยรถไฟ JR EAST ที่ไม่ใช่แค่การนั่งชมวิว

Q : จากที่คุยกันมาจะมีสถานที่ที่ต้องนั่งรถไฟไปอยู่เยอะ เสน่ห์ของการนั่งรถไฟสำหรับคุณรุจคืออะไร?

รู้สึกประทับใจความสะดวก ประหยัด จัดทริปง่ายเพราะสถานีรถไฟหลายแห่งอยู่ไม่ไกลจากสถานที่ท่องเที่ยวเลย

ประเทศญี่ปุ่นเขาโดดเด่นเรื่องรถไฟอยู่แล้ว จะไปที่ไหนก็สะดวก ยิ่งมีตั๋วรถไฟพิเศษแบบ JR EAST PASS เข้ามาช่วยยิ่งทุ่นเวลาแล้วก็ประหยัดไปได้เยอะ ภูมิภาคโทโฮคุถึงจะมีแค่ 6 จังหวัด แต่ก็มีลักษณะเป็นแนวยาวจากเหนือลงใต้ แต่ละจังหวัดอยู่ห่างพอสมควร ให้เราขับรถจากโตเกียวไปอาโอโมริก็เหมือนเราขับจากกรุงเทพไปเชียงใหม่ 7-8 ชั่วโมง มันไม่ไหวหรอก เพราะงั้นถ้าเราใช้ตั๋ว Pass ในการเดินทางเข้ามาช่วยมันสะดวก นั่งรถไฟจากโตเกียวไปอาโอโมริแค่สาม 3 ชั่วโมงเอง เร็วขึ้น เดินทางง่ายขึ้น แล้วเราใช้ตั๋วพิเศษอันนี้ไปลงสถานีใกล้ๆ สถานที่ดังๆ ได้เลย

ตอนแรกที่เริ่มเที่ยวก็นั่งรถไฟอย่างเดียว พอถ่ายภาพก็ใช้รถยนต์เข้ามาช่วยบ้าง แต่สุดท้ายแล้วก็จำเป็นต้องใช้รถไฟอยู่ดีเพื่อให้สะดวกสบายและใช้เวลาได้คุ้มค่าที่สุด แถมยังช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเลย คุ้มมาก นั่งไปได้ทั่วภูมิภาคโทโฮคุเลยแค่ 20,000 เยนเอง

ที่สำคัญที่สุดคือจะมีพวกรถไฟขบวนพิเศษ เช่น Joyful Train ที่ให้เราได้มากกว่าแค่การนั่งรถไฟเพื่อไปถึงที่หมายอย่างเดียว เป็นตั๋วที่ให้เราได้สนุกกับการนั่งรถไฟและพาเราไปสัมผัสความสนุกซึ่งรอเราอยู่ที่จุดหมายปลายทาง

About JR EAST PASS (Tohoku area)

มาถึงตรงนี้ ถ้าเพื่อนๆ  อยากไปตามหาเสน่ห์ของโทโฮคุแบบคุณรุจบ้าง เราขอแนะนำตัวช่วยนั่นคือ JR EAST PASS (Tohoku Area) ตั๋ว Pass สุดคุ้มที่ขอแค่ถือพาสปอร์ตอื่นๆ ที่ไม่ใช่พาสปอร์ตญี่ปุ่นก็ซื้อได้ แน่นอนว่าคนไทยเราซื้อได้แน่นอน โดยเราสามารถใช้ตั๋วนี้นั่งรถไฟ รถไฟชินกันเซ็น และรถบัสบางส่วนในเครือ JR East ได้แบบไม่อั้นทั่วโทโฮคุในราคา 20,000 เยนสำหรับผู้ใหญ่ และ 10,000 เยน ตลอดระยะเวลา 5 วันติดกัน ซึ่งลำพังราคาปกติของตั๋วรถไฟชินกันเซ็น (กรณีโดยสารรถไฟ Hayabusa โดยซื้อตั๋ว Reserved Seat ทั่วไปในซีซั่นปกติ) จากสถานี JR Tokyo ไป JR Sendai แบบไป-กลับก็ราคา 22,820 เยนแล้ว นับว่าเป็นราคาที่คุ้มมากๆ แถมผู้ซื้อตั๋วยังสามารถจองที่นั่งบนรถไฟชินกันเซ็นล่วงหน้าได้ฟรี และใช้ขึ้นรถไฟธีมพิเศษ​ Joyful Train เพื่อเพิ่มสีสันให้กับการเดินทางได้อีกด้วย จ่ายทีเดียวจบแถมนั่งคุ้มกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว!

Inside Tohoku - 2 Banner 3

ซื้อตั๋ว JR EAST PASS (Tohoku area) ได้ที่: JR EAST Official Website

Special Thanks

คุณรุจ (ศุภรุจ เตชะตานนท์) หรือที่หลายๆ คนรู้จักกันในชื่อ รุจ เดอะสตาร์ เป็นศิลปินผู้มีผลงานอัลบั้มและเพลงมากมาย นอกจากความสามารถด้านการร้องเพลงแล้ว คุณรุจยังถ่ายทอดความหลงใหลในประเทศญี่ปุ่นผ่านผลงานภาพถ่ายที่มีสไตล์เฉพาะตัวพร้อมข้อมูลละเอียดชนิดที่อ่านแล้วไปตามได้เลยในเพจ Outside The Room  ด้วยประสบการณ์เดินทางถ่ายภาพในญี่ปุ่นร่วม 7 ปี คุณรุจปล่อยผลงานพ็อกเก็ตบุ๊คและหนังสือรวมภาพหลายเล่ม เช่น JAPAN BEST DESTINATIONS สุดยอดจุดหมายที่คนรักญี่ปุ่นต้องไป, ไม่มีการเดินทางครั้งใดที่สูญเปล่า ฯลฯ

ติดตามคุณรุจ ศุภรุจได้ทาง

Facebook : Outside The Room
Instagram : @suparuj

JR EAST Official Site Banner 2

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save