เมมกล้องไม่เต็มเราไม่กลับ! 10 จุดชมดอกฮิกันบานะที่ถ่ายมุมไหนก็สวยไม่จกตา

10 higanbana spots

ช่วงวันศารทวิษุวัต (秋分の日: Autumn Equinox) ในฤดูใบไม้ร่วงเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นหลายคนโดยเฉพาะทีมถ่ายรูปรอคอย เพราะนี่เป็นช่วงที่ทุกคนจะได้เก็บภาพดอกฮิกันบานะ (彼岸花) สีแดงสวยงามที่สื่อถึงการมาเยือนของฤดูใบไม้ร่วง และสำหรับใครที่อยากไปเก็บภาพดอกฮิกันบานะหรือลองเดินท่ามกลางทุ่งดอกไม้สีแดงสดเหล่านี้ดูสักครั้ง วันนี้เรามี 10 จุดชมดอกฮิกันบานะชื่อดังทั่วประเทศญี่ปุ่นใน 5 ภูมิภาคมาฝากกัน ใครจะไปเที่ยวใกล้ที่ไหนก็เคลียร์เมมโมรี่กล้องแล้วไปเก็บภาพกันได้เลย!

ภูมิภาคโทโฮคุ

1. วัดเนียวอิรินจิ จังหวัดอิวาเตะ

วัดเนียวอิรินจิ (如意輪寺) ตั้งอยู่ในเมืองคิตาคามิ จังหวัดอิวาเตะ และเป็นจุดชมฮิกันบานะชื่อดังของโทโฮคุ โดยมุมที่ทุกคนจะต้องไปถ่ายให้ได้คือทางเดินขึ้นบันไดภายในวัดที่จะมีดอกฮิกันบานะเรียงรายเต็มสองข้างทาง และยิ่งถ่ายในช่วงเย็นๆ ที่มีแสงสลัวและมีแสงจากโคมไฟด้วยล่ะก็ ภาพที่ได้จะดูขลังมากขึ้นเป็นเท่าตัวเลยล่ะ

ช่วงชมดอกไม้: ปลายสิงหาคม – กลางตุลาคม
การเดินทาง: นั่งรถไฟไปลงที่สถานี JR Kitakami แล้วขับรถต่ออีก 15-25 นาที

2. สวนฮากุโระยามะ จังหวัดมิยางิ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 夢太 (@yumeta69)

สวนฮากุโระยามะ (羽黒山公園) เป็นสวนบนเนินเขาสูงที่เดิมเป็นที่ตั้งของปราสาทเซ็นโกคุโจ (千石城) มาก่อน นอกจากจะมีชื่อเสียงในฐานะจุดชมซากุระแล้ว ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็ยังมีนักท่องเที่ยวเข้ามาอย่างล้นหลามเพื่อมาชมทุ่งดอกฮิกันบานะที่บานเต็มภูเขาจนดูเหมือนพรมแดงผืนใหญ่ที่สวยงามก็ไม่ปาน! ที่สำคัญคือที่นี่มีดอกฮิกันบานะสีขาวที่หายากให้ชมอีกด้วย

ช่วงชมดอกไม้: กลางกันยายนเป็นต้นไป
การเดินทาง: ขับรถบนทางด่วนมาลงที่ Chojohara Smart Interchange (長者原スマートIC) แล้วขับต่ออีก 5 นาที หรือนั่ง Tohoku Shinkansen มาลงสถานี JR Furukawa (古川駅) แล้วต่อรถแท๊กซี่อีก 20 นาที

ภูมิภาคคันโต

3. คินจะคุดะ จังหวัดไซตามะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by suzaku (@zakusuzaku)

คินจะคุดะ (巾着田) ในจังหวัดไซตามะเป็นโลเคชั่นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ เพราะที่นี่คือทุ่งดอกฮิกันบานะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น! โดยในช่วงบานเต็มที่จะมีดอกฮิกันบานะบานพร้อมกันมากถึง 5 ล้านต้น ฉะนั้นที่นี่มีมุมสวยๆ ให้ถ่ายเพียบแน่นอน เพียงเสียค่าเข้าเทศกาลดอกฮิกันบานะ 300 เยน เพื่อนๆ จะได้เดินชมทุ่งดอกฮิกันบานะที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น และยังได้อร่อยกับร้านอาหารและสนุกกับการช้อปของดีท้องถิ่นที่มาออกร้าน และยังมีกิจกรรมบนเวทีให้ได้สนุกด้วย

ช่วงชมดอกไม้: กลางกันยายน – ต้นตุลาคม
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี JR Koma (高麗駅) แล้วเดินอีก 15 นาที

4. วัดโจเซ็นจิ จังหวัดคานากาว่า

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 成田 幸生 (@kouseides)

วัดโจเซ็นจิ (常泉寺) หรือที่มีชื่อเล่นว่า “วัดดอกไม้” เป็นหนึ่งใน 3 จุดชมดอกฮิกันบานะที่มีชื่อเสียงที่สุดในคันโตเช่นเดียวกันกับคินจะคุดะของจังหวัดไซตามะ และยังติดอันดับ 100 จุดชมดอกไม้ชื่อดังของคานากาว่าอีกด้วยเพราะที่นี่มีดอกไม้ให้ชมในทุกฤดู สำหรับจุดเด่นของวัดโจเซ็นจิแห่งนี้คือดอกฮิกันบานะสีขาวที่หาชมได้ยาก และด้วยบรรยากาศวัดที่สวยงามด้วยแล้ว บอกเลยว่ารูปที่จะได้จากที่นี่จะดูสวยมีมนต์ขลังแน่นอน (นอกจากดอกฮิกันบานะแล้ว ที่นี่ยังมีดอกไม้ประจำฤดูใบไม้ร่วงชนิดอื่นๆ ให้ชมอีกด้วยนะ)

ช่วงชมดอกไม้: กลาง-ปลายกันยายน
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Koza-Shibuya (高座渋谷駅) แล้วเดินอีก 7 นาที

ภูมิภาคจูบุ

5. บริเวณแม่น้ำยาคาจิกาวะ จังหวัดไอจิ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Yossa69 (@yossa69)

ที่ริมแม่น้ำยาคาจิกาวะ (矢勝川) ช่วงบริเวณ Nankichi Niimi Memorial Museum (新美南吉記念館) จะมีแหล่งชมดอกฮิกันบานะที่มีชื่อเสียงอยู่ โดยบริเวณนี้จะเป็นพื้นที่เนินสูงริมแม่น้ำ ดังนั้นเพื่อนๆ จะได้ภาพมุมสวยของทุ่งดอกไม้สีแดงราว 3 ล้านดอกบานพร้อมกันตลอดระยะทาง 1.5 กม. แต่ถ้าจะให้สวยสุด ก็ต้องมาถ่ายรูปในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเลย นอกจากนี้ในช่วงที่ดอกไม้บานจะตรงกับเทศกาล Gon no Aki Matsuri (ごんの秋まつり) พอดี ดังนั้นเพื่อนๆ จะได้ชมขบวนเจ้าสาว การแสดงละครหุ่นกระดาษ และอีเว้นท์อีกมากมายไปพร้อมๆ กันด้วย

ช่วงชมดอกไม้: ปลายกันยายน-ต้นตุลาคม
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Handaguchi (半田口駅) แล้วเดินอีก 20 นาที

6. แม่น้ำสึยากาวะ จังหวัดกิฟุ

ที่ริมแม่น้ำสึยากาวะ (津屋川) เพื่อนๆ จะได้เห็นดอกฮิกันบานะ 1 แสนต้นบานริมแม่น้ำตลอดระยะทาง 3 กม. ทำให้ที่นี่มีมุมเด็ดสำหรับถ่ายรูปคือมุมทุ่งดอกฮิกันบานะสะท้อนอยู่บนผิวแม่น้ำ ซึ่งไม่ว่าจะถ่ายในวันที่ฟ้าแจ่มใสหรือถ่ายช่วงเย็นที่มีแสงสลัวหน่อยก็สวยทั้งนั้น

ช่วงชมดอกไม้: กลาง-ปลายกันยายน
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Mino-Tsuya (美濃津屋駅) แล้วเดินอีก 10 นาที

ภูมิภาคคันไซ

7. วัดบุตสึริวจิ จังหวัดนารา

 

View this post on Instagram

 

A post shared by emirin (@emirinchansan)

ณ จังหวัดนาราที่เป็นเมืองหลวงเก่าแก่ในอดีตของญี่ปุ่น มีวัดบุตสึริวจิ (仏隆寺) วัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 850 และมีไฮไลท์คือต้นซากุระอายุ 900 ปีที่เรียกนักท่องเที่ยวมาชมความงามและความมหัศจรรย์ของธรรมชาติในทุกๆ ฤดูใบไม้ผลิ แต่นอกจากนี้ ในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่ก็เป็นจุดชมดอกฮิกันบานะที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในภูมิภาคคันไซเช่นกัน ด้วยบรรยกาศวัดและบันไดหินเก่าแก่ที่อยู่มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 9 ทำให้การชมฮิกันบานะที่นี่มีบรรยากาศสวยขลังแบบไร้กาลอย่างที่หาชมที่อื่นได้ยาก แถมที่นี่ยังมีดอกฮิกันบานะสีขาวให้ได้ชมกันอีกด้วยนะ

ช่วงชมดอกไม้: กลางกันยายน (เข้าชมได้เวลา 9.00-16.30)
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี Haibara (近鉄榛原駅) จากนั้นต่อรถบัสมาลงที่ป้าย Takai (高井) แล้วเดินอีก 40 นาที

8.สวนคัตสึระฮามะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Sugayax Film (@sugayaxfilm)

จุดชมฮิกันบานะแบบ Unseen ในคันไซ สวนคัตสึระฮามะ (桂浜園地) แห่งนี้ตั้งอยู่ริมทะเลสาบบิวะโกะ (琵琶湖)​ ทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นในจังหวัดชิกะซึ่งนั่งรถไฟจากเกียวโตไปได้ใน 1 ชั่วโมง (2 ชั่วโมงถ้าเดินทางจากโอซาก้า) โดยที่นี่เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ในฤดูใบไม้ผลิ ที่นี่จะมีทุ่งดอกฮามะไดคง (浜大根) หรือดอกหัวไชเท้าให้ชม และในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จะเปลี่ยนเป็นทุ่งดอกฮิกันบานะสีแดงสดที่ตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบในฉากหลัง ใครอยากหลบผู้คนในเมืองอย่างเกียวโตและโอซาก้ามาหาจุดถ่ายรูปดอกไม้สวยๆ ล่ะก็ ที่นี่ตอบโจทย์แน่นอน

ช่วงชมดอกไม้: กลาง-ปลายกันยายน
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงสถานี JR Omi-Imazu (近江今津駅) จากนั้นต่อรถแท็กซี่อีก 10 นาที

ภูมิภาคคิวชู

9.นาขั้นบันไดสึสึระนาดะ จังหวัดฟุคุโอกะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 1yosihiro (@1yosihiro)

นาขั้นบันไดสึสึระนาดะ (つづら棚田) เป็นนาขั้นบันไดในหุบเขาที่มีพื้นที่กว้าง 7 หมื่นตร.ม. และมีนาขั้นบันไดรวมทั้งหมด 300 ขั้น ทำให้ที่นี่เป็นแหล่งท่องเที่ยวยอดนิยมที่ผู้คนจะได้มาชมบรรยากาศชนบทสวยงามท่ามกลางหุบเขา และในฤดูใบไม้ร่วงที่นี่จะมีแปลงดอกฮิกันบานะบานเรียงสลับกับผืนนา ทำให้ได้ภาพวิวฮิกันบานะสีแดงขึ้นแซมตัดกับทุ่งนาสีเขียวสวยงามโดยมีภูเขาเป็นฉากหลัง นอกจากนี้ในช่วงดอกไม้บานจะมีร้านค้าจำหน่ายของดีท้องถิ่นมาให้เราได้ชิมกันระหว่างชมดอกไม้ด้วย งานนี้ได้ทั้งชิมของอร่อยและได้รูปสวยๆ กลับบ้านเลยทีเดียว

ช่วงชมดอกไม้: กลางกันยายน
การเดินทาง: ขับรถมาลงที่ Haki IC (杷木IC) จากนั้นขับรถต่ออีก 30 นาที

10. นานะสึโมริโคะฟุน จังหวัดโออิตะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ごう (@sna_go)

ขึ้นชื่อว่าฮิกันบานะเป็นดอกไม้ที่มีอิมเมจผูกอยู่กับสุสาน งานนี้เรามาปิดลิสต์กันด้วยโลเคชั่นที่เป็นสุสานกัน นั่นคือนานะสึโมริโคะฟุน (七ツ森古墳) ซึ่งเป็นโคะฟุน (สุสานโบราณขนาดใหญ่ของญี่ปุ่น) ในจังหวัดโออิตะ ที่นีมีดอกฮิกันบานะที่ขึ้นเองตามธรรมชาติรวมอยู่ทั้งหมด 2 แสนต้นให้ได้ชมกันในบรรยากาศสถานีที่โบราณที่เงียบสงบ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็นโลเคชั่นถ่ายทำภาพยนตร์ปี 2006 เรื่อง Song of Goodbye (22才の別れ Lycoris 葉見ず花見ず物語) อีกด้วย ทำให้ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศที่สวยงามและมีนักท่องเที่ยวที่มาตามรอยหนังกันเป็นจำนวนมากด้วย

ช่วงชมดอกไม้: กลาง-ปลายกันยายน
การเดินทาง: นั่งรถไฟมาลงที่สถานี JR Bungo-Taketa (豊後竹田駅) จากนั้นต่อรถแท็กซี่อีก 15 นาที

ทั้งหมดนี้คือ 10 จุดชมดอกฮิกันบานะที่น่าไปในแต่ละภูมิภาคของญี่ปุ่นค่ะ ที่จริงแล้วโลเคชั่นชมดอกฮิกันบานะนั้นมีแทบจะในทุกจังหวัดในแต่ละภูมิภาคทีเดียว โดยเพื่อนๆ สามารถค้นหาโลเคชั่นที่อยู่ใกล้จุดที่จะไปเที่ยวกันได้ค่ะ และสำหรับใครที่ได้โลเคชั่นที่อยากไปแล้วแต่อยากรู้จักดอกฮิกันบานะทั้งในแง่ของความหมายและบริบทความเชื่อในญี่ปุ่นให้มากขึ้น มาอ่านกันได้ที่นี่เลย!

สรุปเนื้อหาจาก kurashi, travel.rakuten