มารู้จักต้นกำเนิดและช่วงเวลาที่เหมาะสมในการชม “ชิดาเระซากุระ(ซากุระพันธุ์กิ่งย้อย)” กัน!

ซากุระพันธุ์กิ่งย้อย หรือมีชื่อเรียกว่าภาษาญี่ปุ่นว่า ชิดาเระซากุระ (しだれ桜) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ซากุระที่มีความโดดเด่น เนื่องจากกิ่งของต้นซากุระสายพันธุ์นี้ที่ห้อยย้อยลงมาเหมือนสายน้ำตก เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ ช่วงฤดูชมดอกไม้ เจ้าชิดาเระซากุระนี้เป็นที่นิยมในการชมดอกไม้ของชาวญี่ปุ่นรวมถึงชาวต่างชาติเป็นอย่างมาก

แล้วทราบไหมคะ ว่าต้นกำเนิดของชิดาเระ ซากุระ มีความเป็นมาอย่างไร? และต้องดูในช่วงไหนถึงจะได้สัมผัสช่วงเวลาที่ดอกซากุระสวยที่สุด? สำหรับบทความนี้จะพาทุกท่านไปรู้จักต้นกำเนิดและช่วงเวลาในการชมซากุระสายพันธุ์นี้ ให้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้นค่ะ

ชิดาเระซากุระ คือ?

ชิดาเระซากุระ (ซากุระพันธุ์กิ่งย้อย) เป็นหนึ่งในสายพันธุ์ของซากุระที่มีหลากหลายสายพันธุ์ ลักษณะเด่นของมันคือกิ่งที่ห้อยย้อยลงมาจากบนลงล่างคล้ายกับต้นหลิว ชิดาเระซากุระจะบานเร็วกว่าโซเมอิโยชิโนะซึ่งเป็นพันธุ์ที่พบเจอได้มากที่สุดในญี่ปุ่นประมาณ 1 อาทิตย์ ประกอบกับเป็นสายพันธุ์ที่มีอายุยืนยาว จึงเป็นหนึ่งในห้าสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมจากคนญี่ปุ่นมาตั้งแต่สมัยโบราณ และยังถูกแต่งตั้งให้เป็นดอกไม้ที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเกียวโตอีกด้วย

ภาษาดอกไม้และต้นกำเนิดของชิดาเระซากุระ

ภาษาดอกไม้ที่ใช้เรียกชิดาเระซากุระ คือ “อ่อนช้อย” และ “ภาพลวงตา” คำว่า “อ่อนช้อย” นั่น ก็มาจากรูปลักษณ์ของชิดาเระซากุระที่มีความอ่อนช้อยละเมียดละไม ลู่ลงตามกิ่งที่มันขึ้น ส่วนคำว่า “ภาพลวงตา” นั้น ด้วยความที่กิ่งของมันห้อยย้อยลงมาคล้ายต้นหลิวและสายน้ำตก ทำให้มันดูคล้ายกับม่านที่ปกปิดซ่อนเร้นบางอย่างเอาไว้

ชิดาเระซากุระยังมีชื่อเรียกอีกอย่างว่า “อิโตะซากุระ (イトザクラ)” โดย อิโตะ แปลว่า ด้าย มีความหมายคือ ซากุระที่เหมือนกับถูกด้ายแขวนไว้ นั่นเอง และมันยังถูกเปรียบเปรยว่าคล้ายกับ “ความงามของจิตวิญญาณ” และ “ความสง่างามของหญิงสาว” อีกด้วย ในส่วนของ “ความงามของจิตวิญญาณ” นั้น มาจากเรื่องเล่าที่ว่า ประธานาธิบดีจอร์จวอชิงตัน ซึ่งเป็นประธานาธิบดีคนแรกของสหรัฐอเมริกา ได้กล่าวขอโทษด้วยความจริงใจที่ตัดดอกซากุระออกไป

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมชิดาเระซากุระ

ช่วงที่ชิดาเระซากุระบานเต็มที่คือปลายเดือนมีนาคมถึงเมษายน และนี่คือช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการชมซากุระพันธุ์นี้ แต่ขอยกเว้นฮอกไกโด เนื่องจากซากุระที่ญี่ปุ่นจะบานการกระจายไปทั่วตั้งแต่ภูมิภาคฮอนชูถึงคิวชู โดยบานขึ้นมาจากทางทิศใต้

ดอกชิดาเระซากุระจะมีสีขาวหรือสีแดงอ่อน โดยจะมีสองแบบคือดอกที่มี 5 กลีบและดอกที่มีมากกว่า 5 กลีบ โดยดอกที่มีมากกว่า 5 กลีบ จะบานช้ากว่าอย่างแรกประมาณหนึ่งอาทิตย์ เมื่อดอกไม้ร่วงโรยไป ต้นซากุระจะเผยให้เห็น “เมล็ดซากุระ” ที่ห่อหุ้มน้ำอยู่ในนั้น เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายเมษายนถึงต้นพฤษภาคม ต้นซากุระก็จะเริ่มออกใบไม้รูปไข่ จนกระทั่งสีเขียวของใบไม้ออกจนปกคลุมเต็มต้นไม้

ประเภทพันธุ์ของชิดาเระซากุระ

ชิดาเระซากุระยังมีสายพันธุ์แยกย่อยลงไปอีก โดยชื่อเรียกอีกอย่างของแบบที่มีมากกว่า 5 กลีบ คือ ยาเอเบนิ ชิดาเระซากุระ (仙台八重枝垂) เป็นดอกซากุระสีชมพูเล็ก ๆ เริ่มบานตั้งแต่ช่วงกลางเมษายนเป็นต้นไป ความสูงของต้นซากุระประเภทนี้จะสูงได้ถึงประมาณ 5 เมตร เนื่องจากได้รับอิทธิพลการปลูกในสมัยของท่านเอนโดะ โยจิ ผู้ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองเซนไดในสมัยเมจิ นอกจากชื่อ ยาเอเบนิ ชิดาเระซากุระแล้ว ยังมีการเรียกชื่อว่า “เอนโดะซากะรุ (遠藤桜)” อีกด้วย ซึ่งได้ชื่อมาจากการที่มันถูกปลูกที่วัดเซโจจิ เมืองคาโมคาวะ จังหวัดชิบะ นอกจากนี้ยังมี “เบนิชิดาเระ (紅枝垂)” ที่เป็นที่รู้จักในฐานะสายพันธุ์ที่แตกออกไปของ “เอโดะฮิกัง” ซึ่งเป็นอีกประเภทสายพันธุ์ของชิดาเระซากุระนั่นเอง โดยมันจะค่อย ๆ เริ่มบานจากดอกเล็ก ๆ ในช่วงปลายเดือนมีนาคม

สำหรับการชมดอกไม้ในปีนี้หลาย ๆ คนอาจจะเสียดาย เนื่องจากสถานการณ์ไม่เอื้ออำนวย แต่ไม่เป็นไรนะคะ ถึงจะไม่ได้ดูด้วยตาของตัวเอง ก็สามารถหาดูรูปสวย ๆ ได้ตามอินเตอร์เน็ต หรือว่าจะหาข้อมูลเกี่ยวกับซากุระพันธุ์ต่าง ๆ ไว้ล่วงหน้า เพื่อที่ปีหน้าฟ้าใหม่หลังจากสถานการณ์คลี่คลายจะได้ไปดูแบบเต็มอรรถรสกันเลยค่ะ

แนะนำตากล้องชาวญี่ปุ่นผู้เก็บภาพชิดาเระซากุระ

ภาพชิดาเระซากุระทั้ง 4 รูปที่เพื่อนๆ ได้เห็นในบทความนี้ถ่ายโดยตากล้องชาวญี่ปุ่นผู้ใช้ทวิตเตอร์ที่มีชื่อว่า wasabitool โดยถ่ายได้ที่พระราชวังหลวงเกียวโต (京都御所) นั่นเอง

หากเพื่อน ๆ สนใจสามารถไปติดตามตากล้องท่านนี้กันได้ทั้งทวิตเวอร์และไอจีของเจ้าตัวนะคะ

Twitter: wasabitool
Instagram: wasabitool

ผู้เขียน: KOKATETA