10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ชิมาเนะ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

จังหวัดชิมาเนะตั้งอยู่บริเวณภาคจูโงกุบนเกาะฮนชูของประเทศญี่ปุ่น แม้สำหรับชาวไทยอาจไม่เป็นที่รู้จักในฐานะแหล่งท่องเที่ยวมากนัก แต่ที่นี่ก็มีสถานที่ดี ๆ สำหรับผู้ต้องการท่องเที่ยวญี่ปุ่นในรูปแบบที่แตกต่าง ไปชมสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 10 ที่เรานำมาฝากกันเลยครับ

1. ศาลเจ้าอิซุโมะไทฉะ (出雲大社)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by H.M (@kpcpx690) on

ศาลเจ้าอิซุโมะ ไทฉะเป็นศาลเจ้าเก่าแก่สร้างมาตั้งแต่ 700 ปีก่อนคริสต์กาล อยู่ที่เมืองอิซุโมะ (出雲) เป็นที่สถิตของมหาเทพโอคุนินุชิโนะ (大国主) ซึ่งตามตำนานคือเทพผู้สร้างแผ่นดินประเทศญี่ปุ่นและเป็นเทพแห่งความสัมพันธ์ จึงมีผู้คนมากมายหลั่งไหลมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้เพื่อขอพรเรื่องความรักหรือชีวิตแต่งงาน หอหลักของศาลเจ้าถือเป็นสมบัติของชาติและยังมีโบราณวัตถุที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมของโลกมากมาย หอศาลเจ้ารายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์และมีต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์เก่าแก่นับหลายร้อยปี ชวนให้นักท่องเที่ยวสัมผัสได้ถึงมนต์ขลังของประวัติศาสตร์อันยาวนาน

2. ปราสาทมัตสึเอะ (松江城)

ปราสาทมากมายในญี่ปุ่นเป็นปราสาทที่สร้างขึ้นใหม่เพื่อทดแทนหลังเก่า แต่มีปราสาท 12 แห่งที่ผ่านกาลเวลายาวนานมาและยังคงสภาพตัวปราสาทเดิมอยู่ ปราสาทมัตสึเอะคือหนึ่งในนั้น

ปราสาทนี้ตั้งอยู่ในเมืองมัตสึเอะ (松江) เป็นของตระกูลมัตสึไดระ สร้างเสร็จในปีค.ศ. 1611 มีทั้งหมด 6 ชั้น ในฤดูหนาวหิมะขาวโพลนตัดกับปราสาทสีดำทะมึน และในฤดูใบไม้ผลิยังเป็นแหล่งชมซากุระที่ชั้นยอด นอกจากนี้ใกล้ปราสาทมีคูเมืองที่สามารถล่องเรือชมทิวทัศน์ที่งดงามในแต่ละฤดูกาลได้อีกด้วย

3. หมู่บ้านซามูไร (武家屋敷)

หมู่บ้าซามูไรนี้อยู่บริเวณถนนทางทิศเหนือของคูเมืองใกล้ปราสาทมัตสึเอะ เป็นจุดเดินเล่นชมบ้านเรือนเก่าแก่เพื่อรับบรรยากาศยุคซามูไรเรืองอำนาจ มีบ้านที่เปิดให้ชมภายในโดยมีจำลองเรื่องราวในยุคนั้นเอาไว้ด้วย

4.หอศิลป์อาดาจิ (足立美術館)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Japanese Gardens 日本庭園 (@japanese_gardens) on

หอศิลป์ที่จัดแสดงศิลปะของญี่ปุ่น ก่อตั้งในปีค.ศ. 1980 โดยอาดาจิ เซนโค ศิลปินชาวญี่ปุ่น อยู่ห่างจากปราสาทมัตสึเอะประมาณ 1 ชั่วโมง มีการจัดแสดงศิลปะกลางแจ้งอย่างเช่นการจัดสวนแบบญี่ปุ่น นอกจากนั้นภายในยังมีภาพวาดและงานปั้นอีกมากมาย

ผู้เข้าชมสามารถชมสวนภายนอกและงานศิลป์ภายในไปได้พร้อม ๆ กัน แต่ไม่สามารถลงไปเดินในสวนได้ อีกทั้งที่นี่ยังมีร้านอาหารและร้านกาแฟพร้อมขนมญี่ปุ่นไว้คอยต้อนรับอีกด้วย

5. ชายฝั่งคุนิงะ (国賀海岸)

หมู่เกาะโอกิอยู่ห่างจากชายฝั่งของคาบสมุทรชิมาเนะ 50 กิโลเมตร เป็นอุทยานที่ถูกเลือกให้เป็นหนึ่งในอุทยานธรณีของโลก ถือเป็นเกาะที่มีความสมบูรณ์ของธรรมชาติอยู่มาก จุดชมวิวที่งดงามคือชายฝั่งคุนิงะบนเกาะนิชิโนะชิมะที่มีความสูง 257 เมตร เราสามารถชื่นชมธรรมชาติได้ในหลากหลายรูปแบบ

ที่ราบบนเกาะมีการทำปศุสัตว์เลี้ยงม้าและวัวแบบเปิด นักท่องเที่ยวสามารถล่องเรือชมเกาะแก่งและถ้ำที่เกิดจากการกัดเซาะตามธรรมชาติได้ และหมู่เกาะโอกิยังถือเป็นแหล่งดำน้ำขึ้นชื่ออีกด้วย

6. หุบเขาโอนิโนะชิตะบุรุอิ (鬼の舌震)

หุบเขาที่ลึกลงไปเป็นรูปตัว V นี้เป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์จนได้รับเลือกเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติของญี่ปุ่นในปี ค.ศ.1927 ตลอด 2 ข้างทางของเส้นทางศึกษาธรรมชาติรอบหุบเขานี้เต็มไปด้วยไม้นานาพรรณและจุดชมวิวมากมาย มีลำธารและโขดหินรูปทรงต่าง ๆ ให้ได้ชม ขณะเดินเราจะได้ยินเสียงสายน้ำไปตลอดทาง

7. ประภาคารอิซุโมะฮิโนะมิซากิ (日御碕灯台)

ประภาคารที่ตั้งตระหง่านบนแหลมฮิโนะมิซากิ (日御碕) นี้มีสถาปัตยกรรมที่งดงามจนได้รับเลือกเป็น 1 ใน 100 ประภาคารสำคัญของโลก เปิดใช้งานครั้งแรกปี ค.ศ. 1903 มีความสูงจากฐาน 43.7 เมตรซึ่งสูงที่สุดในญี่ปุ่น และสามารถมองเห็นจากทะเลได้ไกลถึง 40 กิโลเมตร เป็นสถานที่โรแมนติกเหมาะสำหรับการชมพระอาทิตย์ตกดิน

8. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชิมาเนะอาควอส์ (しまね海洋館アクアス)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการเมื่อปี ค.ศ. 2000 มีสัตว์น้ำมากถึง 400 ชนิดและกว่า 10,000 ตัว พระเอกของที่นี่คือเหล่าโลมาเผือกแสนรู้ที่เคยปรากฏตัวในสื่อต่าง ๆ อย่างเช่นโฆษณาของค่ายมือถือ Softbank มาแล้ว เหล่าโลมาจะมาพร้อมโชว์ “ฟองน้ำแห่งความสุข” โดยจะพ่นฟองอากาศลูกโตออกจากปาก เป็นโชว์ที่มีผู้คนเข้าชมแน่นขนัดทุกรอบ

9. ชายหาดอินาสะ (稲佐の浜)

ชายหาดความยาวประมาณ 300 เมตรในเมืองอิซุโมะนี้เป็นอีกหนึ่งสถานีที่ศักดิ์สิทธิ์ของจังหวัดชิมาเนะ ญี่ปุ่นได้ชื่อว่าเป็นดินแดนแห่งเทพ 8 ล้านองค์ ทวยเทพทั่วโลกจะขึ้นฝั่งทางชายหาดอินาเสะนี้ ที่นี่จึงเป็นที่เหมือนประตูเปิดรับทวยเทพสู่แผ่นดินญี่ปุ่น จึงมีการตั้งเสาโทริอิไว้บนโขดหินใหญ่เพื่อให้รับรู้ว่าเป็นดินแดนของเทพ และมีพิธีบวงสรวงใหญ่ในเดือนตุลาคมตามปฏิทินเก่า

10. ซากปรักหักพังอิวามิกิงซัง (石見銀山遺跡)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by yu_photo10 (@yu_photo10) on

ซากปรักหักพังอิวามิกิงซังที่เมืองโอตะเป็นหนึ่งในมรดกโลก โดยเมืองนี้เป็นแหล่งเหมืองแร่มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1526 ในศตวรรษที่ 16-17 ญี่ปุ่นเป็นแหล่งผลิตเงินมากถึง 1 ใน 3 ของโลก ที่นี่จึงมีบทบาทอย่างมากในการผลิตเงินของโลกในยุคนั้น อุตสาหกรรมนี้ดำเนินมา 400 ปีก่อนจะปิดตัวลงไปในปี ค.ศ. 1923

ในปี 2007 ยูเนสโกได้ขึ้นทะเบียนให้อิวามิกิงซังเป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรม เนื่องจากเป็นการทำอุตสาหกรรมโดยแทบไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเลย ทำให้คงสภาพป่าที่อุดมสมบูรณ์เอาไว้ได้ ปัจจุบันอิวามิกิงซังมีการจัดแสดงนิทรรศการแนะนำเหมือง มีการสร้างทางเข้าเหมืองขึ้นมาใหม่ให้นักเที่ยวเข้าไปชมสถานที่ประวัติศาสตร์แห่งนี้ได้