ผู้หญิงคนเดียวก็เที่ยวได้ กับ 2 วัน 1 คืนที่เมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ

เพื่อน ๆ หลายคนคงคิดถึงการไปญี่ปุ่น อยากไปลิ้มรสอาหารอร่อย ดื่มด่ำกับธรรมชาติ และแช่ออนเซ็นเพื่อผ่อนคลายใช่ไหมล่ะคะ วันนี้เราจะนำเสนอแผนการท่องเที่ยวในเมืองฟูจิโนะมิยะ จังหวัดชิซุโอกะ ที่เพื่อน ๆ สามารถสัมผัสประสบการณ์หลากหลายได้ในทริปเดียว ที่สำคัญค่าใช้จ่ายไม่แพง และยังปลอดภัยอีกด้วย เหมาะสำหรับผู้หญิงที่ชอบเดินทางคนเดียว หรือจะไปกันเป็นกรุ๊ปสาว ๆ ก็ได้ค่ะ

เมืองฟูจิโนะมิยะ

เมืองฟูจิโนะมิยะ อยู่ในจังหวัดชิซุโอกะ ใกล้ ๆ กับภูเขาไฟฟูจิ แลนด์มาร์คอันโด่งดังของญี่ปุ่น โดยเมืองนี้อยู่ไม่ไกลจากกรุงโตเกียว นั่งรถไฟมาเพียง 2 ชั่วโมงก็ถึงแล้ว สำหรับใครที่ขับรถเป็น และมีใบขับขี่สากล แนะนำให้เช่ารถเที่ยวเลย จะทำให้สะดวกสบายและใช้เวลาได้คุ้มค่า แต่ใครที่ขับไม่เป็นก็ไม่ต้องกังวลไปเพราะมีรถไฟสายท้องถิ่นนำพาเราไปยังสถานที่ต่าง ๆ แต่เราอาจจะต้องศึกษาตารางเวลาและเส้นทางไว้ให้ดีก่อนจะไป เพื่อป้องกันการเสียเวลาค่ะ

อาหารกลางวันเลิศรส

เพื่อน ๆ คนไหนออกเดินทางจากโตเกียวในตอนเช้า คงจะถึงเมืองฟูจิโนะมิยะเกือบ ๆ กลางวันพอดี เรามีร้านอาหารกลางวันมาแนะนำ 2 ร้านค่ะ ร้านแรกคือร้าน อุรุโอยเท ที่เสิร์ฟฟูจิโนะมิยะยากิโซบะ อาหารท้องถิ่นอันโด่งดัง ที่ถ้าไม่กินถือว่ามาไม่ถึง เส้นของที่นี่ใช้แป้งข้าวสาลีที่ผลิตในญี่ปุ่น มีความเหนียวนุ่ม โรยหน้าด้วยปลาแห้งขูดฝอยเพิ่มกลิ่นและความน่าทาน

 

View this post on Instagram

 

A post shared by ʚmomoɞ (@momo_cafestaglam)

ร้านที่สองคือร้าน Cafe Restaurant Mioritomo ใครที่อยากได้รูปสวย ๆ ลงโซเชียลต้องมาร้านนี้เลย เป็นร้านอาหารสไตล์คาเฟ่ที่เสิร์ฟอาหารฝรั่ง เช่น แฮมเบิร์ก พาสต้า ออมไรซ์ (ข้าวห่อไข่) บรรยากาศร้านดูสะอาดตาน่านั่ง อีกทั้งยังมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย

ดื่มด่ำกับธรรมชาติที่ฟาร์มมาไกโนะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by asuka🦋 (@__.asuu)

อิ่มท้องแล้วก็ต้องออกเรี่ยวออกแรงกันหน่อย ต่อไปเราจะพาไปที่ฟาร์มมาไกโนะ ที่มีชิงช้ายักษ์ใหญ่ชื่อ ชิงช้าไฮจิ ซึ่งไฮจิคือชื่อของตัวละครเอกในอนิเมะคลาสสิกของญี่ปุ่นเรื่องไฮดี้ สาวน้อยแห่งเทือกเขาแอลป์ เมื่อเรานั่งบนชิงช้านี้จะเหมือนกับได้ท่องไปในท้องฟ้าใสบริสุทธิ์ที่อยู่เหนือภูเขาไฟฟูจิ ใครมาต้องห้ามพลาดถ่ายรูปที่นี่นะคะ นอกจากนี้ เรายังสามารถใกล้ชิดกับสัตว์ต่าง ๆ ในฟาร์ม ลองขี่ม้า เดินเล่นกับแพะ และให้นมลูกวัวได้อีกด้วย สำหรับใครที่มีใบขับขี่ก็สามารถขับรถ ATV ท่องเที่ยวรอบฟาร์มได้เลยค่ะ

พักผ่อนที่ Guest House Kikusui

เที่ยวมาทั้งวัน ได้เวลาพักผ่อนหย่อนใจแล้วล่ะค่ะ สำหรับสาว ๆ ขอแนะนำที่นี่เลย Guest House Kikusui อยู่ใกล้ ๆ กับศาลเจ้าเซ็นเก็น สถานที่ท่องเที่ยวโด่งดังอีกแห่งที่เราจะไปกันวันรุ่งขึ้น สำหรับ Guest House Kikusui นี้ เป็นเกสต์เฮ้าส์ชิค ๆ ที่รีโนเวตมาจากเรียวกังที่สร้างขึ้นเมื่อ 70 ปีก่อน ห้องรวมสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะราคาเพียง 4,200 เยนต่อคนเท่านั้น ใครที่มากับเพื่อนผู้หญิงด้วยกัน ก็สามารถเลือกพักเป็นห้องได้ คนละ 5,000 เยน ซึ่งห้องแต่ละห้องมีความแตกต่างกันไป ไม่น่าเบื่อแน่นอน จุดเด่นอีกจุดของที่นี่คือเวลคัมดริ้งที่เอาคราฟเบียร์ที่ทำจากน้ำใต้ดินของภูเขาไฟฟูจิมาให้ลองชิมกัน อีกทั้งเล้าจ์ของเกสต์เฮ้าส์ยังใช้เป็นคาเฟ่ในเวลากลางวัน และเป็นบาร์ในเวลากลางคืนอีกด้วย ส่วนอาหารเช้าของที่นี่เป็นขนมปังจากร้านเอโดะยะ ร้านขนมปังอันโด่งดังของเมืองฟูจิโนะมิยะนั่นเอง เรียกได้ว่าเป็นที่พักที่มีความคลาสสิก สะอาด ปลอดภัย และเป็นมิตรกับกระเป๋าสตางค์ค่ะ

ศาลเจ้าเซ็นเก็น ในศาลเจ้าใหญ่ฟูจิซัง

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Kimihiro-H-358 (@kimihiro_h)

ศาลเจ้าใหญ่ฟูจิซังถือเป็นศาลเจ้าตั้งต้นของศาลเจ้าเซ็นเก็นซึ่งมีมากกว่า 1,300 แห่งทั่วประเทศญี่ปุ่น เชื่อกันว่าที่นี่ศักดิ์สิทธิ์เรื่องการคลอดลูกและความรัก ช่างเหมาะเจาะกับทริปสาว ๆ ของเราเสียจริง ภายในศาลเจ้าเราสามารถมองเห็นภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย ในฤดูใบไม้ผลิดอกซากุระในศาลเจ้าจะบานเต็มที่ เป็นทัศนียภาพที่ห้ามพลาดเช่นกันค่ะ นอกจากทิวทัศน์ที่สวยงามแล้ว ศาลเจ้านี้ยังอัดแน่นไปด้วยประวัติศาสตร์ เพราะเป็นศาลเจ้าที่เหล่านักรบผู้โด่งดังในสมัยเซ็นโกกุของญี่ปุ่นอย่าง มินาโมโตะโนะโยริโทโมะ และทาเคดะชินเก็น เคยมาสักการะด้วย ใครที่ชอบเสี่ยงดวงชะตา อย่าลืมซื้อเซียมซีของวัดและนำไปลอยในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ วากุตะมะอิเคะ เพื่อดูคำทำนาย ไม่หมดแค่นั้น ถ้าเราเอาใบเซียมซีมาม้วนและผูกเข้าด้วยกันก็จะกลายเป็นรูปร่างของภูเขาไฟฟูจิด้วยค่ะ

ชมทิวทัศน์จากหอดูวิวใน Mt. Fuji World Heritage Centre

 

View this post on Instagram

 

A post shared by tada (@tada_tomo_21)

ใกล้ ๆ กับศาลเจ้ามี Mt. Fuji World Heritage Centre ซึ่งตัวอาคารมีรูปร่างเหมือนภูเขาไฟฟูจิกลับหัว และข้างล่างอาคารเป็นผิวน้ำที่พอสะท้อนเงาตัวอาคารแล้วจะได้ภาพสวยงามจับใจ ข้างในตัวอาคารจะมีทางลาดชั้นเหมือนบันไดวน วนเวียนสูงขึ้นไปให้ความรู้สึกเหมือนกำลังปีนภูเขาอยู่จริง ๆ พอถึงชั้นบนสุด เราจะได้เห็นภูเขาไฟฟูจิใหญ่เต็มตา และไม่มีอาคารใดมาปิดบัง เพื่อน ๆ สามารถชื่นชมความยิ่งใหญ่และความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิจากตรงนี้ได้อย่างจุใจเลยล่ะค่ะ

แวะกินขนมก่อนกลับ

ก่อนจะขึ้นรถไฟกลับ ต้องหาของกินรองท้องกันสักหน่อย เรามีสองร้านมาแนะนำเช่นเคย ร้านแรกคือร้านโมเดลุโคฮี เป็นร้านกาแฟใกล้ ๆ กับศาลเจ้าเซ็นเก็นนั่นเอง นอกจากกาแฟหอม ๆ กับชูครีมรสต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นสตรอว์เบอร์รี่และคัสตาร์ดแล้ว บรรยากาศชิล ๆ ที่ระเบียงร้านก็ช่วยให้ผ่อนคลายก่อนกลับไปเผชิญความจริงได้ไม่น้อย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by non.yo (@non.y0.d)

อีกร้านคือโบอะ เป็นร้านคาเฟ่คลาสสิกที่ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์แอนทีค พอเข้าไปในร้าน เพื่อน ๆ จะรู้สึกเหมือนได้หลงเข้าไปในปราสาทเก่าแก่ที่ไหนสักแห่ง ใครที่ชอบบรรยากาศเก่า ๆ ห้ามพลาดเลยล่ะค่ะ อาหารของที่นี่มีทั้งฮอตแซนด์วิช และแพนเค้กหน้าเรียบสวย เป็นอาหารที่เจ้าของร้านตั้งใจทำที่ละจาน ๆ เลยค่ะ

ได้เวลานั่งรถไฟกลับกันแล้ว หวังว่าเพื่อน ๆ จะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่ ลิ้มรสอาหารอร่อย และหลงเสน่ห์ของเมืองฟูจิโนะมิยะแห่งนี้ ที่ไม่ได้มีดีแค่ภูเขาไฟฟูจิ สาว ๆ คนไหนอยากออกเดินทางไปท่องโลก หรืออยากไปกันแบบเกิร์ลกรุ๊ป ก็อย่าลืมเมืองฟูจิโนะมิยะ ในจังหวัดชิซุโอกะกันนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : retrip