ทำไมถึงชื่อ “ร้านสะดวกซื้อแห่งอนาคต”? พาไปดูเบื้องหลังร้านที่เป็นศูนย์รวมของชุมชนเล็กๆ กลางหุบเขา

“มิไร คอมบินิ” (未来コンビニ) หรือ “ร้านสะดวกซื้อแห่งอนาคต” (มิไร แปลว่า อนาคต และ คอมบินิ แปลว่า ร้านสะดวกซื้อ มาจากคำภาษาอังกฤษ Convenience Store) เป็นร้านในหมู่บ้านเล็กๆ ในจังหวัดโทคุชิมะ ที่มีคนอาศัยอยู่แค่ประมาณ 1,000 คน เริ่มเปิดบริการมาตั้งแต่เดือนเมษายน 2020

คำว่า “อนาคต” ในที่นี้ ไม่ได้หมายความว่าร้านสะดวกซื้อนี้ใช้เทคโนโลยีสุดล้ำแต่อย่างใด แต่คอนเซปต์ของร้านคือการสร้างสถานที่สำหรับชุมชนและเด็กๆ ที่จะเป็นตัวแทนอนาคตของเมืองนั่นเอง

ที่มาของ “มิไร คอมบินิ”

“มิไร คอมบินิ” (未来コンビニ) เป็นศูนย์รวมแหล่งพบปะ ทำกิจกรรมของชุมชน

เขตคิโตะ (木頭地区) ซึ่งเป็นที่ตั้งของร้านสะดวกซื้อแห่งนี้ เป็นเมืองเล็กๆ ท่ามกลางหุบเขาที่ห่างไกลจากตัวเมือง มีประชากรอาศัยอยู่แค่ประมาณ 1,000 คน เดิมทีจึงไม่มีร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตมาเปิดให้บริการในหมู่บ้านนี้เนื่องจากกลัวไม่คุ้มทุน

“มิไร คอมบินิ” จึงเกิดขึ้นมาพร้อมไอเดียที่อยากเพิ่มความสะดวกสบายในการจับจ่ายซื้อของให้กับคนในชุมชน แต่ไม่ได้จำกัดแค่เป็นร้านขายของเท่านั้น สถานที่แห่งนี้ยังถูกออกแบบให้เป็นศูนย์รวมการทำกิจกรรมต่างๆ ครอบครัวสามารถพาเด็กๆ มาร่วมกิจกรรม พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันได้ด้วย

พื้นที่ภายใน “มิไร คอมบินิ” จะมีทั้งร้านค้า พื้นที่นั่งพักผ่อน ห้องสมุดขนาดย่อม ห้องสำหรับจัดกิจกรรมหรือเวิร์คช็อปที่หมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อยๆ รวมไปถึงลานสำหรับแคมปิ้งอีกต่างหาก

สร้างพื้นที่ค้าขายให้คนท้องถิ่น

สิ่งที่ทำให้ “มิไร คอมบินิ” ต่างจากร้านสะดวกซื้อทั่วไปคือ ร้านแห่งนี้เปิดพื้นที่ให้เกษตรกรและคนในท้องที่สามารถนำผลผลิตของตนมาวางขายที่ร้านได้โดยไม่ต้องผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยมีธีมเปลี่ยนไปในแต่ละวัน เช่น วันอังคารเป็นวันขายปลา วันศุกร์เป็นวันขายเนื้อสัตว์ เป็นต้น

คอนเซปต์และดีไซน์ที่โดนใจนักท่องเที่ยว

ร้านสะดวกซื้อท่ามกลางหุบเขาและธรรมชาติที่มีคอนเซปต์เก๋ๆ แบบนี้ เรียกได้ว่าโดนใจนักท่องเที่ยวจากทั่วญี่ปุ่นและต่างชาติเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในฤดูใบไม้ร่วงที่มักมีนักท่องเที่ยวมาชมธรรมชาติของใบไม้เปลี่ยนสีที่ “โคโนะเสะเคียว” (高の瀬峡) หนึ่งในหุบเขาที่เป็นจุดชมใบไม้เปลี่ยนสีซึ่งเป็นที่นิยมมากที่หนึ่งในจังหวัดโทคุชิมะ

มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยเลยที่จะแวะมาเยี่ยม แวะซื้อของฝาก หรือหาอะไรรองท้องที่ “มิไร คอมบินิ” หลังจากไปขับรถชมใบไม้แดงแล้ว ว่ากันว่าในช่วงเวลานั้นจะมีนักท่องเที่ยวแวะมาที่นี่ไม่ต่ำกว่า 400 คนต่อวันเลยทีเดียว

แน่นอนว่าของที่ระลึกที่เป็นที่นิยมในหมู่นักเที่ยวเที่ยวคือ “ส้มยุสุของเมืองคิโตะ” ที่เรียกได้ว่าเป็นของขึ้นชื่อของเมือง แถมในร้านยังมี Yuzu Café ที่ขายเครื่องดื่ม ไอศกรีม เครื่องปรุง ขนมต่างๆ หรือแม้กระทั่งอาหารกระป๋องที่มีส่วนผสมของส้มยุสุอีกด้วย

พื้นที่บริเวณ Yuzu Cafe และสินค้าขายดี “ไอศกรีมส้มยุสุ”

จุดขายที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและต่างชาตินี้ เป็นการช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้ให้คนในชุมชนเมืองคิโตะได้ดีทีเดียว

เมืองเล็กๆ ที่มีเสน่ห์ดึงดูดผู้คน

“คิโตะโปรเจ็กต์” (木頭プロジェクト) คือโครงการที่ผู้ประกอบการและบริษัทในท้องถิ่นเมืองคิโตะร่วมกันสร้างบรรยากาศเมืองให้น่าอยู่ ซึ่งร้านสะดวกซื้อแห่งอนาคตนี้ก็เป็นหนึ่งในผลงานของโปรเจ็กต์นี้ ด้วยการบอกเล่าแบบปากต่อปากและการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ ทำให้ “มิไร คอมบินิ” และ “คิโตะโปรเจ็กต์” เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากขึ้น

ผู้ที่เห็นด้วยและชื่นชอบคอนเซปต์นี้หลายคนก็ถึงกับย้ายถิ่นฐานจากเมืองใหญ่มาอยู่ที่เมืองคิโตะแห่งนี้เลยทีเดียว อีกทั้งคนที่เป็นชาวเมืองคิโตะแต่ดั้งเดิมแล้วย้ายไปหางานทำที่เมืองอื่น ก็กลับมาทำธุรกิจในบ้านเกิดหลายรายเช่นกัน

แม้แต่ชาวต่างชาติอย่างคุณ “อัลริก ฟาลเลต” (Alrik Fallet) นักแต่งเพลงชาวนอร์เวย์ก็ย้ายมาอยู่ที่เมื่อคิโตะเมื่อหนึ่งปีก่อน เขาได้แรงบันดาลใจจากความสวยงามของธรรมชาติและบรรยากาศน่ารักๆ ของเมืองคิโตะ และนำไปสร้างสรรค์ผลงานเพลงของเขา

คุณอัลริกยังเล่าว่า เขามักจะแวะมาใช้พื้นที่ใน “มิไร คอมบินิ” เพื่อนั่งคิดงานและพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้คนที่แวะเวียนมา เพื่อให้เกิดไอเดียใหม่ๆ ในการสร้างผลงานอีกด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by Alrik (ある) (@alrikf)

ไม่น่าเชื่อเลยว่าแค่โปรเจ็กต์การสร้างร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ในเมืองกลางหุบเขานี้ จะสร้างแรงบันดาลใจและมีเสน่ห์ดึงดูดผู้คนมากมายให้มาสนใจและหรือแม้กระทั่งย้ายมาอยู่ที่เมืองนี้

เรียกได้ว่าสถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์รวมของชุมชน ครอบครัว รวมทั้งเป็นจุดพบปะของคนในท้องที่และคนที่อาจจะเดินทางมาพบเจอกันเป็นครั้งแรก สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็น “ร้านสะดวกซื้อแห่งอนาคต” เพราะเป็นที่ที่เปลี่ยนแปลงอนาคตของหลายๆ คน (ไปในทางที่ดีขึ้น) เลยนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: suumo, prtimes