“ฉันไม่ได้อยู่ในจังหวัดคานากาวะ” เหตุผลที่เมืองมะจิดะทำหนังสือแนะนำเมืองสุดเก๋!

เมืองมะจิดะ เป็นเมืองที่คนญี่ปุ่นหลายคนสับสนในที่ตั้ง ว่าอยู่ในจังหวัดคานากาวะหรือโตเกียวกันแน่ เพราะว่าเมืองมะจิดะเป็นเมืองที่อยู่ชายขอบของโตเกียวและล้อมรอบไปด้วยเมืองของจังหวัดคานากาวะ ทำให้หลายคนจ่าหน้าซองจดหมายผิดส่งไปยังเมืองมะจิดะ จังหวัดคานากาวะอยู่หลายคนมากทีเดียว แต่ถึงแม้จะเป็นเมืองขอบรอบนอกของโตเกียว แต่เมือมะจิดะก็เป็นเมืองที่สามารถเชื่อมต่อไปได้หลายที่ และมีที่ตั้งของเมืองที่น่าสนใจมากอีกด้วยค่ะ วันนี้จะขอเสนอหนังสือไกด์บุ๊คของมะจิดะที่ได้รับการออกแบบอย่างซับซ้อนและทันสมัย และมีจุดมุ่งหมายของการวางผังเมืองที่ชัดเจนมากอีกด้วย น่าสนใจแค่ไหนไปหาคำตอบกัน

เมืองมะจิดะตั้งอยู่ทางตอนใต้สุดของโตเกียว โดยใช้เวลาเดินทางโดยรถไฟประมาณ 30 นาทีจากใจกลางเมือง มีประชากรประมาณ 492,000 คน และประมาณ 200,000 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2020) เนื่องจากตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่จังหวัดคานากาวะ รอบทิศตะวันออก ทิศใต้ และทิศตะวันตก จึงเป็นที่มาของคำถามมากมายที่ว่า มะจิดะอยู่ในจังหวัดคานากาวะใช่ไหม เมื่อไม่นานมานี้เมืองมะจิดะได้จัดทำหนังสือและเว็บไซต์สำหรับประชาสัมพันธ์เมืองในชื่อ “ Keep Love in the Town” มีภาพประกอบของผู้หญิง 6 คน ใช้สีชมพูอ่อนและสีเขียวสะดุดตา แสดงออกถึงแฟชั่น ความซับซ้อน และบรรยากาศที่ทันสมัย

ภาพสีจัดเต็มทั้ง 36 หน้า

หนังสือแนะนำเมืองมะจิดะ “Keep on love in town” นี้ จะถูกแจกจ่ายไปยังโรงเรียนอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยใกล้เคียง รวมถึงสถานีรถไฟสาย Odakyu Machida, Sagami Ono, Shinyurigaoka, Shimokitazawa, Shinjuku ประมาณ 15,000 เล่ม ทั้งยังสามารถหาอ่านได้ที่ศาลากลางและห้องสมุด หน้าแนะนำจะมีแผนที่ “Machida is such a town” เป็นมุมแนะนำสถานที่ในเมือง มีบทสัมภาษณ์ของผู้หญิง 5 คนที่มีไลฟ์สไตล์เกี่ยวข้องกับเมืองมะจิดะ และยังมีแนะนำร้านดังต่างๆ อีกด้วย

เชิญนักออกแบบและนักเขียนที่เป็นที่นิยมในหมู่คนรุ่นใหม่

จากหน้าปกจะพบว่าเป้าหมายหลักคือ หญิงสาวอายุ 20 และ 30 ปี นักศึกษาของมหาวิทยาลัยและโรงเรียนอาชีวศึกษา กลุ่มผู้จัดทำเล่าว่า “เราออกแบบหนังสือเล่มนี้โดยมีจุดประสงค์ที่อยากช่วยให้ผู้หญิงในวัย 20 และ 30 ปี พบไอเดียว่าพวกเขาสามารถทำอะไรได้บ้างที่มะจิดะ เพื่อเพิ่มความปรารถนาที่จะมาเที่ยวเล่นหรืออาศัยอยู่ในมะจิดะ” เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กผู้หญิงหลายคนได้ใช้ชีวิต ทำงานหรือทำในสิ่งที่ชอบ และยังได้นักเขียนชื่อดังเป็นที่ยอมรับในโลกออนไลน์มาช่วยเขียนเรื่องสั้นและประสบการณ์เกี่ยวกับเมืองแห่งนี้

ส่งเสริมให้คนย้ายมาอาศัยที่มะจิดะ

เมืองมะจิดะ อยากให้คนหนุ่มสาวอายุราว 20 และ 30 ย้ายมาลงหลักปักฐานเพิ่มขึ้น โดยในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็ได้มีการจัดทำนโยบายส่งเสริมการมีบุตรหรือการเลี้ยงดูเด็กในเมืองแห่งนี้ เช่น การปรับปรุงโรงเรียนอนุบาล และการสร้างสถานที่สำหรับเด็กด้วย

การเลือกถิ่นฐานเปลี่ยนไปเพราะโควิด-19

เมืองมะจิดะซึ่งอยู่ห่างไกลจากใจกลางเมืองมักถูกพูดถึงว่าเป็นเมืองชนบท แต่การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่เกิดขึ้นในปี 2020 ทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะนิยมใช้ชีวิตที่เน้นความสะดวกสบายในสภาพแวดล้อมที่สงบมากขึ้น เกิดการขยายออกสู่รอบๆ มากกว่ากระจุกอยู่ภายในเมือง การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ถือเป็นโอกาสสำคัญสำหรับเมืองมะจิดะ

จากสถานีมะจิดะเข้าสู่ใจกลางเมืองใช้เวลาประมาณ 30 นาที โดยรถไฟด่วนบนสาย Odakyu ไปยัง Shinjuku และ Shibuya และประมาณ 30 นาทีโดย JR Yokohama Line ไปยัง Yokohama ซึ่งนอกจากจะสะดวกแล้วยังไม่ต้องเข้าไปพบกับความวุ่นวายอีกด้วย นี่จึงถือเป็นจุดขายสำคัญของเมืองเลยก็ว่าได้

ความเข้าใจผิดของเมืองมะจิดะกับจังหวัดคานากาวะ

เมืองมะจิดะมีความซับซ้อนของที่ตั้ง เนื่องจากอยู่บริเวณชายขอบของกรุงโตเกียวและถูกล้อมไปด้วยคานากาวะ ทำให้หลายคนเกิดความสับสนได้ง่ายว่าจริงๆ แล้วเมืองมะจิดะอยู่ในจังหวัดคานากาวะหรือไม่ ซึ่งผู้เขียนหนังสือก็มองว่าเราไม่สามารถตัดเมืองมะจิดะออกจากจังหวัดคานากาวะได้ ทั้งยังเชื่อว่าที่ตั้งนี้คือเสน่ห์อย่างหนึ่งของเมืองแห่งนี้ ผู้อยู่อาศัยในมะจิดะหลายท่านพบเจอกับประสบการณ์การถูกเข้าใจผิดแบบนี้หลายครั้ง การส่งจดหมายที่ระบุจังหวัดผิด เช่น ถึงเมืองมะจิดะจังหวัดคานากาวะ ทั้งๆ ที่เมืองนี้อยู่ในโตเกียว หรือจะเป็นการถูกตราหน้าว่าเป็นเมืองชนบท ทั้งที่ความจริงอยู่ห่างจากใจกลางเมืองหลวงเพียงแค่ 30 นาที

มะจิดะเป็นเมืองที่ผู้เขียนมีโอกาสได้ไปเที่ยวอยู่บ่อยๆ ตอนเรียนที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเมืองที่เชื่อมเข้ากับโตเกียวและสถานที่ท่องเที่ยวสวยๆ มากมายของจังหวัดคานากาวะ สะดวกสบายไม่วุ่นวายจนเกินไป มีร้านอร่อยมากมาย หรืออยากจะซื้อของก็สามารถหาได้ง่ายเช่นกัน คงต้องขอบคุณการคมนาคมของประเทศญี่ปุ่นที่ทำให้การขยายเมืองเป็นไปได้ง่าย เชื่อมต่อไปได้ทุกที่ สร้างทางเลือกให้ผู้คนอย่างไม่เสียโอกาส

สรุปเนื้อหาจาก: trilltrill