คุยเรื่อง “คนญี่ปุ่นเที่ยวเกาหลีเหนือ” ช่วงก่อนยุคโควิด

สวัสดีครับท่านผู้อ่าน เรื่องคนไปเที่ยวเกาหลีเหนือนั้นบางท่านอาจเคยได้อ่านกระทู้ในพันทิปที่ว่ามีคนไทยในเมืองจีนซื้อทัวร์จากเมืองจีนไปเที่ยว “เกาหลีเหนือ” มาแล้ว ซึ่งก็ถ่ายรูปมาโชว์มากมาย ถึงแม้เราจะรู้ว่ามันเป็นทัวร์จำพวก “เขาให้ดูเฉพาะสิ่งที่เขาอยากให้เราดู” มันก็น่าตื่นใจสำหรับหลายๆ คนอยู่ดีเพราะความที่เป็นประเทศปิดไม่ใช่จะได้ดูอะไรพวกนี้ง่ายๆ  แต่มาตอนนี้ยุคโควิดเราคงไม่ได้ไปเที่ยวกันสักที่แล้ว วันนี้ขอพูดถึงเรื่องของข้อมูลตัวเลขเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเกาหลีเหนือ รวมทั้งเรื่องที่ว่า “มีคนญี่ปุ่นไปเที่ยวเกาหลีเหนือด้วย” จริงเหรอ กล้าไปเกาหลีเหนือด้วยเนี่ย โอ้โฮ ซึ่งข้อมูลตรงนี้คัดจากบทสัมภาษณ์ของรองศาสตราจารย์ อิโซซากิ อัตสึฮิโตะ (礒﨑敦仁) แห่งมหาวิทยาลัยเคโอ ผู้เขียนหนังสือ “TOURISM IN NORTH KOREA” นะครับ

ปี 2018 มีคนญี่ปุ่นไปเยือนเกาหลีเหนือ 360 คน

จากข้อมูลปี 2018 เกาหลีเหนือยอมให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาในประเทศของตนประมาณ 200,000 คน ส่วนใหญ่เป็นคนจีน ส่วนคนจากยุโรปจะเข้าผ่านเอเจนซี่เฉพาะ ขนาดนักท่องเที่ยวจากอเมริกา “ชาติศัตรู” ก็ยังมี (ไม่กลัวโดนอุ้มกันเลย สงสัยชอบของแปลก—ผู้เขียน) ส่วนนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นนั้นมักจะเข้ามาผ่านเอเจนซี่ในญี่ปุ่นที่รับจัดทัวร์ไปเกาหลีเหนือโดยเฉพาะอยู่แล้วอย่าง Chugai Travel (中外旅行社) (ซึ่งเป็นกิจการในเครือของ “โจรยอน” ซึ่งเป็นสมาคมคนเกาหลีในญี่ปุ่น “สายเกาหลีเหนือ”) จริงๆ แล้วคนญี่ปุ่นนี่ไม่น่ากล้าไปเกาหลีเหนือเพราะน่าจะกลัวเรื่องลักพาตัว แต่เอาจริงๆ บางคนที่ได้ไปเที่ยวเกาหลีเหนือไปเที่ยวซ้ำอีกก็มี (สงสัยชอบของแปลก—ผู้เขียน)

เปิดเมืองให้เที่ยวก็เพราะอยากได้เงิน

ที่จริงแล้ว (ช่วงก่อนโควิด) ท่านผู้นำคิมจองอึนพยายามฟื้นเศรษฐกิจด้วยการใช้การท่องเที่ยว โดยสร้าง “เขตท่องเที่ยว” ในประเทศ เน้นไปที่การพัฒนา “บ่อน้ำพุร้อน” ด้วย ซึ่งนัยหนึ่งก็อาจเพื่อเป็นการ “แสดงให้ชาวต่างชาติเห็นว่าประเทศเกาหลีเหนือเป็นอย่างไร”

การไปเที่ยวเกาหลีเหนือนั้น เอาจริงๆ ก็ไม่ได้จะทำให้ “รู้จักเกาหลีเหนือ” ได้จริงๆ ขนาดจะคุยกับชาวบ้านในพื้นที่ก็ยังมีโอกาสน้อย ซึ่งถ้าอยากจะดูสภาพเศรษฐกิจและสังคมให้ได้จริงๆ ก็อาจจะต้องมาเยือนให้ได้หลายๆ ครั้ง

เกาหลีเหนือที่เขาให้มาเที่ยว ก็เพราะเขาอยากได้เงินตราต่างประเทศ อยากมีรายได้เข้ามา มันเป็นสิ่งที่เขาทำได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายเพราะ “การท่องเที่ยว” ไม่ได้อยู่ในหัวข้อการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจ แต่ก็นั่นแหละ การเปิดการท่องเที่ยวมันไม่ได้เปลี่ยนแปลงระบบระบอบอะไรในประเทศนี้ได้ เพราะถึงเขาจะอยากได้เงินตราต่างประเทศ เขาก็ยังต้องการธำรงไว้ซึ่งระบบระบอบของเขามาก่อน

การท่องเที่ยวที่น่าอึดอัด

สมัยก่อนยุคคอมมิวนิสต์ การไปเที่ยวอดีตสหภาพโซเวียตและบรรดาประเทศในยุโรปตะวันออกนั้น เวลาจะยื่นขอวีซ่าก็ต้องแจ้งตารางเวลาไว้ล่วงหน้า ว่าวันไหนไปที่ไหนบ้าง เดินทางไปอย่างไร พักแรมที่ไหน ถ้าเขาโอเคแล้วจึงค่อยเข้าประเทศได้ แต่เขาก็ไม่ได้แบบมาคอยตามจำกัดนั่นนี่จนทำอะไรอย่างอิสระไม่ได้เลยเหมือนอย่างเกาหลีเหนือ (ซึ่งจากที่ผู้เขียนได้อ่านมา ไปไหนมาไหนไกด์กับพี่ทหารเดินตามแจ จะถ่ายรูปอะไรต้องโชว์ให้เขาดูด้วย ถ้าเขาสั่งลบก็ต้องลบ ขนาดนั้นเลยเทียว) และการเข้าเกาหลีเหนือ (ถ้าไม่ได้ซื้อทัวร์มา) การขอเข้าไปเที่ยวคนเดียวหรือเป็นกลุ่มเขาก็ไม่ให้วีซ่า เข้ามาแล้วไปไหนก็จะมีมัคคุเทศก์และคนขับรถคอยตามแจเหมือนจริงๆ แล้วเป็นผู้คุมเสียมากกว่ามัคคุเทศก์ แล้วจะไปไหนทำอะไรนอกตารางเวลาก็ไม่ได้ ว่าไปแล้วมันเป็นการท่องเที่ยวที่ไม่เหมือน “การท่องเที่ยว” เอาเสียเลย ถึงแม้จะมีบางที่ที่เป็น “จุดชมวิว” ให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิว หรือมี “หมี่เย็นเกาหลี” ให้ได้ลองกินก็ตาม มันก็ไม่รู้สึกเพลิดเพลินอยู่ดี

การมีมัคคุเทศก์เป็นเหมือน “ผู้คุม” นั้น วัตถุประสงค์หนึ่งก็คือเพื่อมาคอยปราม คอยห้าม ในสิ่งที่นักท่องเที่ยวคิดว่าทำได้ แต่ที่เกาหลีเหนือ “ห้าม” เพราะทำแล้วอาจเป็นความผิดร้ายแรงเลย (ดีไม่ดีอาจเข้าคุกเกาหลีเหนือได้—ผู้เขียน) เพื่อจะได้ไม่ปัญหาในขณะท่องเที่ยว

นักท่องเที่ยวจีน will be นักท่องเที่ยวจีน

คนที่มาเที่ยวเกาหลีเหนือนั้นส่วนใหญ่ก็คือคนจีน (ซึ่งอย่างที่คนไทยก็รู้ๆ ใช่ไหมครับว่า “นักท่องเที่ยวจีน” เนี่ย ขึ้นชื่อลือชาในระดับโลกเลยว่า พฤติกรรมเป็นยังไง) ซึ่งก็น่ากลัวว่า (พฤติกรรมของนักท่องเที่ยวจีน) อาจสร้าง “บรรยากาศเชิงลบ” ในการเปิดรับคนต่างชาติเข้ามา นักท่องเที่ยวจีนหลายคนมีพฤติกรรมจำพวกอยากทำอะไรก็ทำแบบโนสนโนแคร์ เวลามีปัญหามาก็มักจะ “แก้ปัญหาด้วยเงิน” (ประมาณว่า ชอบเอาเงินฟาดหัว อันเป็นสันดานเลวของพวกเจ๊กจีนไม่ว่าจะเจ๊กที่ไหนในโลก) ซึ่งนักท่องเที่ยวพวกนี้มักจะคบค้ากับพวกชนชั้นอีลิทในเกาหลีเหนือ ซึ่งคนพวกนี้อาจจะทำให้ถึงจุดหนึ่งเกาหลีเหนือจะคิดว่า “การท่องเที่ยวนี่มันยุ่งยาก จำกัดคนต่างชาติดีกว่า” แล้วก็ปิดประตูอีกก็ได้

อ่านแล้วอยากไปเที่ยวเกาหลีเหนือไหมครับ (ฮา) ตอนนี้ที่ไหนในโลกเราคงได้แค่เที่ยวทิพย์นั่นแหละครับ ธรรมชาติคนเราก็แปลก อะไรที่มันปิดมันเร้นถึงจะรู้ว่าข้างในอาจไม่ได้น่ามีอะไรพิสมัยเลย มีแต่การสร้างภาพ ก็ยังอยาก (เสี่ยงชีวิต) ไปดูกันให้ได้อยู่นะครับ วันนี้ก็ขอลาแต่เพียงเท่านี้ก่อน สวัสดีครับ

สรุปเนื้อหาจาก toyokeizai