10 สุดยอดสถานที่ท่องเที่ยวใน “ยามากุจิ” ที่ไม่ไปไม่ได้!!!

มีใครรู้จักจังหวัดยามากุจิกันบ้างมั้ยเอ่ย? วันนี้ ANNGLE จะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักกับจังหวัดแห่งธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์กันนะคะ จังหวัดยามากุจิตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของเกาะฮอนชู ล้อมรอบไปด้วยทะเลญี่ปุ่นและทะเลเซโตะ จึงมีอากาศที่อบอุ่น ธรรมชาติที่สวยงาม และอุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารทะเล นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์อีกหลายแห่งให้เพื่อน ๆ ได้ไปเยือนกัน ถ้างั้นเรามาทำความรู้จักกับจังหวัดยามากุจิกันเลย!

1. ศาลเจ้าโมโตโนะซุมิอินาริ (元乃隅稲成神社)

เห็นเสาโทริอิเรียงรายมากมายขนาดนี้เพื่อน ๆ อย่าเผลอคิดว่าอยู่เกียวโตกันนะคะ จริง ๆ แล้วศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ที่เมืองนากาโตะ จังหวัดยามากุจิ ศาลเจ้าแห่งนี้เป็นที่สถิตของดวงวิญญาณอันศักดิ์สิทธิ์ ที่ถูกแยกออกมาจากศาลเจ้าไทโคดะนิอินาริ ที่จังหวัดชิมาเนะ เมื่อประมาณ 60 ปีก่อน ตามตำนานว่ากันว่ามีเทพเจ้าแปลงกายเป็นสุนัขจิ้งจอกสีขาวไปเข้าฝันชาวประมงคนหนึ่งเพื่อบอกให้สร้างศาลเจ้าขึ้นที่บริเวณนี้

จุดเด่นของศาลเจ้าแห่งนี้จะเป็นอะไรไปไม่ได้เลยนอกจากเสาโทริอิประมาณ 123 ต้น ที่เรียงรายทอดยาวจากบนหน้าผาไปถึงทะเลกว่า 100 เมตรจนเกิดเป็นวิวทิวทัศน์อันสวยงาม ชาวบ้านที่นี่และนักท่องเที่ยวนิยมมาเดินลอดเสาโทริอิเพื่อขอพร ขอให้จับปลาได้ดี ขอให้ประสบความสำเร็จทางธุรกิจการค้า ขอให้เดินทางปลอดภัย เชื่อกันว่าเทพเจ้าสามารถช่วยให้คำขอพรต่าง ๆ เป็นจริงได้รวมถึงการขอพรให้เจอเนื้อคู่และขอให้มีลูกด้วยนะ

สิ่งที่ทำให้นักท่องเที่ยวที่มาเยือนยังที่แห่งนี้เกิดความแปลกใจมากก็คือ กล่องทำบุญของศาลเจ้าแห่งนี้เป็นกล่องไม้ที่วางไว้บนยอดเสาแดงที่ตั้งอยู่หน้าศาลเจ้า ให้ผู้ที่มาเยือนได้โยนเหรียญเข้ากล่องก่อนที่จะขอพรอธิษฐาน สงสัยจะต้องฝึกโยนเหรียญให้แม่น ๆ ก่อนจะไปขอพรที่ศาลเจ้าแห่งนี้ซะแล้ว

เวลาเปิด – ปิด : เปิดถึงพระอาทิตย์ตกดิน
การเดินทาง : จากสถานี Shin-Yamaguchi ขึ้นรถไฟสาย JR Sanyo มาลงที่สถานี Asa และต่อรถไฟสาย JR Mine มาลงที่ Nagatoshi และต่อรถไฟสาย JR San-in มายังสถานี Nagato Furuichi รวมใช้เวลาเดินทาง 2 ชั่วโมง หลังจากนั้น และขึ้นรถแท้กซี่มาที่ศาลเจ้าอีก 20 นาที

2. วัดรุริโคจิ (瑠璃光寺)

วัดพุทธแห่งนี้ชื่อเสียงโด่งดัง มีเจดีย์ 5 ชั้นสูงถึง 31.2 เมตร เป็นสมบัติของชาติอันเป็นจุดเด่นและเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดซึ่งสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1442 โดยมีสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นผสมผสานกับสถาปัตยกรรมของจีนอย่างสวยงาม ถือเป็นเจดีย์ 5 ชั้นที่มีสถาปัตยกรรมเก่าแก่และยอดเยี่ยมมากจนติดอันดับ 1 ใน 3 เจดีย์ที่ยิ่งใหญ่และสวยงามที่สุดในญี่ปุ่น บริเวณวัดยังมีต้นเมเปิ้ลและเชอรี่ที่ออกดอกสะพรั่งงดงามสุด ๆ ถ้าไปช่วงหิมะตกก็จะเจอกับความงามอีกรูปแบบหนึ่งที่หลังคาของเจดีย์จะปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลนรวมถึงต้นไม้ต้นเล็กต้นใหญ่ด้วย

เวลาเปิด – ปิด : 07.00 น.​- 22.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Shin Yamaguchi นั้งรถบัสมาลงที่ป้าย Kenchou Mae ประมาณ 30 นาที และเดินต่ออีกประมาณ 10 นาที

3. สะพานซึโนชิมะ (角島大橋)

อยู่ที่เกาะซึโนะชิมะ เมืองชิโมโนะเซกิ เป็นสถานที่วิวสวยจนได้เป็นอันดับที่ 1 ในญี่ปุ่น และอันดับ 3 ของโลกใน “สถานที่วิวสวยที่ต้องมาให้ได้ก่อนตาย!” เพื่อน ๆ สามารถชมความสวยงามของทะเลมรกตได้ทั้งด้านซ้ายและด้านขวาของสะพาน และด้วยความยาว 1,780 เมตร จึงเป็นสะพานที่ยาวเป็นอันดับ 2 ในญี่ปุ่นเลยนะ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Kotoi โดยรถไฟสาย Sanin และนั่งรถบัสประมาณ 15 นาที

4. ศาลเจ้าโฮฟุเท็มมังงู (防府天満宮)

เท็มมังงู คือศาลเจ้าที่มีความเกี่ยวข้องกับ สุกาวาระโนะ มิจิซาเนะ หรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่า “เทนจินซามะ” หรือ “เทจจินซัง” ที่เป็นขุนนางเมื่อศตวรรษที่ 9 นอกจากจะมีพรสวรรค์โดดเด่นทางการเมืองการปกครองแล้ว ยังเป็นนักวิชาการที่รอบรู้อีกต่างหาก ทำให้ได้รับการนับถือว่าเป็น “เทพเจ้าแห่งวิชาการ” คนญี่ปุ่นจึงมักมาอธิษฐานขอพรเกี่ยวกับการศึกษากันที่เท็มมังงู โดยเฉพาะกลุ่มนักเรียนที่กำลังจะสอบ ศาลเจ้าโฮฟุเท็มมังงูเป็น 1 ใน 3 ศาลเจ้าชื่อดังของญี่ปุ่น ภายในศาลเจ้าเท็มมังงูทุกแห่งจะมีรูปปั้นวัว ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้รับใช้สุกาวาระโยะ มิจิซาเนะ ผู้คนที่มากราบไหว้สักการะเชื่อว่าหากเจ็บตรงไหนของร่างกาย ถ้าลูบตรงส่วนเดียวกันของรูปปั้นวัวจะทำให้ส่วนนั้นหายเจ็บ นอกจากนี้ยังเชื่อกันว่าถ้าลูบหัวของรูปปั้นวัวแล้วก็จะช่วยให้หัวดีขึ้นด้วยนะ

เวลาเปิด – ปิด : 09.30 น. – 16.00 น.
ค่าเข้า : ผู้ใหญ่ 300 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Houfu เดินอีกประมาณ 15 นาที

5. สะพานคินไตเคียว (錦帯橋)

สะพานไม้โบราณที่สวยติดอันดับ 1 ใน 3 ของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ที่เมืองอิวาคุนิ ลักษณะของสะพานแห่งนี้คือสะพานไม้ 5 โค้ง กว้าง 5 เมตร 8 ความยาวทั้งหมด 193.3 เมตร และที่สำคัญคือเป็นการสร้างแบบโบราณที่ใช้การเข้าชิ้นด้วยสลัก ไม่ใช้ตะปูเลยแม้แต่ตัวเดียว สะพานคินไตเกียวมีความสวยงามตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระจะบานสะพรั่งเต็มสองฝั่ง จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางวัฒนธรรมของญี่ปุ่นด้วย

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ JR Gantokusenkawanishi เดินประมาณ 15 นาที
ข้อมูลเพิ่มเติม Kintaikyo

6. ปราสาทฮางิ (萩城)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by あきちゃん❤ (@chibitaku0125) on

ปราสาทฮางิเป็นปราสาทประจำตระกูลโมริ สร้างเสร็จในปี ค.ศง 1604 และถูกทำลายลงตอนปลายศตวรรษที่ 19 ในปัจจุบันจึงเหลือเพียงแค่คูเมืองและกำแพงปราสาทที่ตั้งอยู่ในสวนสาธรณะชิซูกิที่มีพื้นที่กว้างขวาง นอกจากนี้ยังมีศาลเจ้าและโรงน้ำชา ที่เพื่อน ๆ สามารถดื่มน้ำชาเขียวได้อย่างเพลิดเพลิน ในช่วงฤดูใบไม้ผลิปราสาทแห่งนี้ถือเป็นจุดชมดอกซากุระที่สวยงาม และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมืองหรือนักท่องเที่ยวที่มาเยือน

เวลาเปิด – ปิด : 08.00 น.​ – 18.30 น. / โรงน้ำชา 09.30 น.​ – 16.30 น. *เปิดเฉพาะเสาร์ – อาทิตย์ และวันหยุดราชการในเดือนมีนาคม – เดือนพฤศจิกายน
ค่าเข้าชม :  210 เยน / ดื่มชาเขียว 500 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Higashi Hagi เดินประมาณ 45 นาที หรือขึ้นรถ Maru Bus สายทิศตะวันตก ลงที่ป้าย Shizukikoen Iriguchi แล้วเดินอีกประมาณ 5 นาที

7. เมืองฮางิโจคะมาจิ (萩城下町)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by クロワッサン (@kurowassan0815) on

เป็นเมืองที่ตั้งอยู่รอบปราสาทฮางิที่ยังคงลักษณะของเมืองเก่าเอาไว้ ทั้งกำแพงหิน คูเมือง ประตูและบ้านของซามูไรทั้งในรูปแบบเดิมและส่วนที่บูรณะขึ้นมาใหม่ บริเวณเส้นทางของเมืองปราสาทฮางิก็ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี รวมถึงถนนของเมืองที่ยังคงเรียงรายไปด้วยร้านค้าในอดีต ทำให้ที่นี่ได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสมัยเมจิของญี่ปุ่น เพื่อน ๆ จะได้พบกับกำแพงสีขาวและรั้วกระดานไม้สีดำ การเดินกินลมชมวิวรอบ ๆ และสัมผัสกับบรรยากาศที่สวยงามนี้จะทำให้รู้สึกเหมือนได้ย้อนอดีตกลับไปเดินเล่นอยู่ในสมัยก่อนเลยละ

การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Higashi Hagi เดินประมาณ 20 นาที

8. เตาหลอมเหล็ก (萩反射炉)

สิ่งก่อสร้างรูปร่างแปลกตานี้คือเตาหลอมเหล็กที่สร้างขึ้นมาเพื่อหลอมปืนใหญ่ของทหารในสมัยก่อน โดยจะมีฐานรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ค่อย ๆ แคบขึ้นไปทีละนิด แยกออกเป็น 2 ปล่อง ทำจากหินภูเขาไฟและก้อนอิฐที่เรียงขึ้นไปจนมีความสูง 11.5 เมตร ด้วยความที่เป็นสิ่งก่อสร้างในอดีตที่ยังหลงเหลืออยู่จึงได้รับการบันทึกให้เป็นมรดกการปฏิวัติอุตสาหกรรมในสมัยเมจิของญี่ปุ่น

เวลาเปิด – ปิด : 09.00 น.​ – 17.00 น.
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Higashi Hagi เดินประมาณ 20 นาที

9. อุทยานอากิโยชิได (秋吉台)

ตั้งอยู่ในเมืองมิเนะ เป็นพื้นที่ราบสูงที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นที่เต็มไปด้วยหินปูนน้อยใหญ่ ซึ่งเมื่อประมาณ 300 ล้านปีก่อนเคยเป็นแนวปะการังมาก่อน จนเมื่อเวลาผ่านไปก็ถูกดันขึ้นมาเป็นที่ราบสูง ส่วนหินปูนก็ถูกกัดเซาะด้วยน้ำฝนจากก้อนใหญ่ ๆ ก็กลายเป็นกองหินปูนหลากขนาดหลายรูปทรง วิวทิวทัศน์ ณ อุทยานแห่งนี้คล้ายว่าเรากำลังอยู่ในป่าหินที่หาชมได้ยาก ซึ่งเพื่อน ๆ สามารถชมความสวยงามทางธรรมชาติในฤดูกาลที่แตกต่างกันได้ ไม่ว่าจะฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนที่เป็นสีเขียวขจี หรือช่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงเหลืองในฤดูใบไม้ร่วง และสีขาวโพลนของหิมะที่ปกคลุมทั่วพื้นที่ในฤดูหนาว จึงถือว่าเป็นเสน่ห์ของที่ราบสูงแห่งนี้

การเดินทาง : จากสถานีรถฟไฟ Shin Yamaguchi นั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Akiyoshido และเดินอีกประมาณ 30 นาที

10. ถ้ำอากิโยชิโด (秋芳洞)

 

View this post on Instagram

 

A post shared by 野菜屋ケンちゃん (@yecaiwukenchiyan) on

เป็นถ้ำหินปูนที่ใหญ่ที่สุดในทวีปเอเชีย มีความยาวรวม 9 กิโลเมตร แต่เปิดให้เข้าชมได้แค่ 1 กิโลเมตร แต่ถึงจะได้เข้าเพียงแค่ 1 กิโลเมตรก็คุ้มกับความมหัศจรรย์ของถ้ำแห่งนี้แล้ว ภายในถ้ำมีหินย้อยรูปทรงต่าง ๆ ให้เราได้จินตนาการกันว่าเหมือนอะไรน้าา~ แล้วตามแต่ละจุดก็จะมีชื่อให้ด้วย จุดไฮไลท์ของที่นี่คือ Hyakumaizara ความหมายคือ จานหนึ่งร้อยใบ เป็นบึงหินปูนนับร้อยที่มีลักษณะแบนราบเหมือนจานเรียงตัวเป็นชั้น ๆ และเสาหินย้อยทองคำที่สูงถึง 15 เมตร อุณหภูมิภายในถ้ำอยู่ที่ 17 องศาตลอดทั้งปี เป็นสิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาเป็นเวลานานกว่าสามแสนปี จัดเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่ถึงแม้จะไปช่วงฤดูร้อนแต่ก็ยังสัมผัสกับความเย็นได้

เวลาเปิด – ปิด : 08.30 น. – 17.30 น. (เดือนธันวาคม – เดือนกุมภาพันธ์ ปิด 16.30 น.)
ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 1,200 เยน เด็กมัธยม 950 เยน เด็กประถม 600 เยน  *ถ้าจะเข้าชมหลัง 16.30 น. จะต้องเสียเพิ่ม 100 เยน
การเดินทาง : จากสถานีรถไฟ Shin Yamaguchi นั่งรถบัสมาลงที่ป้าย Akiyoshido

เป็นยังไงกันบ้างคะ สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดยามากุจิน่าไปเนอะ ถึงแม้จังหวัดยามากุจิอาจจะไม่เป็นที่รู้จักมากนักแต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่เลย ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนที่มีแพลนไปญี่ปุ่นก็อย่าลืมไปที่จังหวัดนี้กันนะคะ ไม่แน่น้า ถ้าได้ลองไปเยือนที่นี่สักครั้งอาจจะติดใจจนอยากจะกลับไปอีกหลาย ๆ รอบเลยก็ได้