การให้วัคซีน BCG ของญี่ปุ่น กับความไปได้ว่าจะช่วยลดการติดเชื้อและความรุนแรงของโควิด-19

ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมเป็นต้นมา ได้มีรายงานข้อสันนิษฐานว่าประเทศที่ประชากรฉีดวัคซีนป้องกันวัณโรคตั้งแต่แรกเกิดจะมีอัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตเนื่องจากไวรัสโควิด-19 ต่ำกว่าประเทศที่ประชากรไม่ฉีดวัคซีน ข่าวนี้ทำให้คนญี่ปุ่นขอฉีดวัคซีนเพิ่มมากขึ้น มารู้จักวิธีการให้วัคซีน BCG ของคนญี่ปุ่นและปัญหาที่เกิดขึ้นจากข่าวในไม่กี่วันมานี้กัน

วิธีการให้วัคซีน BCG ของคนญี่ปุ่น

BCG เป็นวัคซีนที่ช่วยป้องกันโรควัณโรคหรือ Tuberculosis วัคซีนชนิดนี้ถูกคิดค้นเป็นครั้งแรกโดยสถาบันวิจัยในฝรั่งเศสเมื่อประมาณ 100  ปีก่อน คนญี่ปุ่นเริ่มนำวัคซีนมาใช้เป็นภูมิคุ้มกันของประชาชนตั้งแต่หลังสงครามโลกจากการระบาดของโรควัณโรคในขณะนั้นและยังใช้มาจนถึงปัจจุบัน การให้วัคซีน BCG ของคนญี่ปุ่นไม่ใช้การฉีดแบบไทย แต่เป็นการใช้เข็มที่เรียงกัน 9 ตัว หรือเรียกว่า Hanko injection กดทับลงบนผิวหนังที่แขนของทารกวัยไม่เกิน 1 ขวบ เป็นจำนวน 2 ครั้งหรือ 2 ตำแหน่งที่ใกล้กัน แผลบวมแดงจากรอยเข็มประทับจะค่อย ๆ ดีขึ้นภายในเวลาหนึ่งเดือน และแผลเป็นจะค่อย ๆ จางหายไปเมื่อโตขึ้นแต่ก็ยังคงไว้ให้เห็นลางๆ ตีตราความเป็นคนญี่ปุ่นที่แท้จริง

ความตื่นตัวของคนญี่ปุ่นจากข่าว

หลังจากได้รับรู้ข่าวข้อสันนิฐานว่า BCG อาจจะช่วยป้องกันและลดอัตราการเสียชีวิตจากไวรัสโควิด-19 ได้ ทำให้คนญี่ปุ่นขอฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น จนสร้างความกังวลให้กับญี่ปุ่นเองว่าปริมาณสำรองวัคซีนสำหรับเด็กแรกเกิดจะไม่เพียงพอ เนื่องจากการผลิตวัคซีนต้องใช้เวลาประมาณ 8 เดือน อีกทั้งการฉีดวัคซีนในผู้ใหญ่และผู้มีร่างกายที่อ่อนแออาจจะส่งผลข้างเคียงที่รุนแรง เช่น ไข้สูง ปัสสาวะเป็นเลือด และเป็นลมพิษได้ กระทรวงสารณะสุขจึงขอความร่วมมือจากประชาชนให้ใจเย็น ๆ รอดูผลการยืนยันจากการศึกษาและทดสอบก่อนว่า วัคซีน BCG นั้นส่งผลให้อัตราการติดเชื้อและเสียชีวิตเนื่องจากไวรัสโควิด-19 ต่ำกว่าการที่ไม่ฉีดวัคซีนจริงหรือไม่  ซึ่งใช้เวลาการศึกษาประมาณ 3-6 เดือน

หากผลการศึกษาออกมาเป็นผลบวกก็ถือว่าเป็นความโชคดีของมนุษยชาติที่จะได้ต่อสู้กับไวรัสโควิด-19 ต่อไป เมื่อถึงตอนนั้นเชื่อว่าแต่ละประเทศคงมีหนทางเพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตวัคซีนให้เพียงพอต่อความต้องการของประชาชน แต่หากผลออกมาว่าไม่ใช่ เราก็ต้องรอต่อไปด้วยความหวังว่าจะเราสามารถควบคุมไวรัสโควิด-19 ได้ซักวันเหมือนที่เคยควบคุมโรคระบาดรุนแรงต่าง ๆ ในอดีต

สรุปเนื้อหาจาก: nhk