การนำ “เปลือกกล้วย” มาใช้ประโยชน์เพื่อความงามของคนญี่ปุ่น

ในญี่ปุ่นกล้วยเป็นผลไม้ที่มีราคาถูกและมีให้รับประทานได้ตลอดทั้งปี นอกจากจะนำมารับประทานเพื่อเพิ่มคุณค่าของสารอาหารให้แก่ร่างกายแล้ว คนญี่ปุ่นยังนำเปลือกกล้วยมาใช้ประโยชน์มากมายรวมถึงเพื่อความงาม มาดูประโยชน์ของเปลือกกล้วยเพื่อความงามกันนะคะ

ประโยชน์ต่างๆ ของเปลือกกล้วยเพื่อความงาม

1. นำมาใช้ขัดฟันให้ขาว

เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยโพแทสเซียม แมกนีเซียม และแมงกานีสที่ใช้ทำความสะอาดฟันเพื่อขจัดสิ่งสกปรกและคราบเหลืองที่ติดฟันได้ นอกจากนี้วิตามิน D ที่อยู่ในเปลือกกล้วยจะซึมเข้าไปในฟันและทำให้ฟันแข็งแรง วิธีการนำเปลือกกล้วยมาขัดฟันมีดังนี้คือ

  • ตัดเปลือกกล้วยให้มีขนาดที่เหมาะสมกับปาก ใช้ด้านในของเปลือกขัดถูฟัน เมื่อขัดจนทั่วแล้วก็ปิดปากและรอเวลา 10 นาที

  • ใช้แปรงสีฟันแห้งแปรงฟันให้ทั่ว จากนั้นแปรงด้วยยาสีฟันอีกครั้งและบ้วนปากให้สะอาด
  • ทำวันละ 1-2 ครั้ง เป็นเวลาติดต่อกันประมาณ 2 สัปดาห์ ฟันจะค่อยๆ ขาวขึ้น

2. เปลือกกล้วยช่วยรักษาสิว

เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระได้แก่ ลูทีน (Lutein) วิตามิน A และ E อีกทั้งยังมีสารต้านการอักเสบประกอบอยู่ด้วย วิธีการนำเปลือกกล้วยมารักษาสิวมีดังนี้คือ

  • เลือกเปลือกกล้วยที่พอสุกมาใช้ ไม่ควรเลือกเปลือกกล้วยที่สุกงอมจนมีจุดดำ
  • ล้างทำความสะอาดหน้าด้วยสบู่หรือโฟมล้างหน้าและเช็ดให้แห้ง
  • ตัดเปลือกกล้วยให้มีขนาดที่สามารถจับได้ง่าย แล้วนำด้านในของเปลือกกล้วยไปแปะไว้ที่ตำแหน่งสิว นวดเบาๆ ประมาณ 10 นาที ในระหว่างที่นวดก็ให้คอยดูว่าเปลือกกล้วยดำหรือไม่ หากเปลือกกล้วยดำให้เปลี่ยนเปลือกกล้วยใหม่
  • เมื่อนวดเสร็จแล้วทิ้งไว้ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เพื่อให้สารอาหารจากเปลือกกล้วยดูดซึมเข้าสู่ผิวได้อย่างเต็มที่ จากนั้นจึงล้างหน้าด้วยน้ำเย็น
  • ทำซ้ำวันละ 1 ครั้ง เป็นเวลา 2-3 วัน สิวจะค่อยๆ เล็กลง แต่หากใช้เปลือกกล้วยแล้วทำให้เกิดผื่นแดงบนใบหน้า ก็ควรหยุดใช้

3. ใช้ขัดผิวให้สวยใส

เปลือกกล้วยอุดมไปด้วยกรดอินทรีย์และเอนไซม์ หากนำด้านในของผิวเปลือกกล้วยมาขัดผิวทุก 2-3 วัน จะทำให้เซลล์ผิวเก่าถูกขัดออกไป และผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ ส่งผลให้ผิวพรรณสวยใสตามธรรมชาติ

วิธีการนำเปลือกกล้วยมาใช้ประโยชน์ในด้านความงามนั้นต้องใช้เวลาเพื่อให้เห็นผล หากลองวิธีมาสารพัดแล้วแต่ไม่ทำให้ฟันขาวหรือสิวหาย ก็ลองใช้วิธีเหล่านี้ดู ได้ผลอย่างไรมาบอกเล่าให้ฟังกันด้วยนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: trilltrill, hatenablog