Interview: MIKICHIN TV สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นผู้หลงใหลในเสน่ห์ของบิวตี้ญี่ปุ่น

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าทุกวันนี้เทรนด์แฟชั่นและบิวตี้กำลังได้รับความสนใจสุดๆ หนุ่มสาวยุคใหม่ไม่เพียงแค่มองหาเทคนิคการแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีเท่านั้น แต่ยังมองหาแนวทางใหม่ๆ ท่ีช่วยให้ดูสวยหล่อแบบมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองมากขึ้นด้วย และหนึ่งในแนวแฟชั่นและบิวตี้ที่หลายคนให้ความสนใจก็คือของญี่ปุ่นนั่นเอง

แต่การจะเข้าถึงข่าวสารและข้อมูลในแวดวงแฟชั่นและบิวตี้ของญี่ปุ่นในเชิงลึกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะหากไม่รู้ภาษาญี่ปุ่นแล้วก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย วันนี้ ANNGLE จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ Mikichin TV หรือ “มิกิจิน” สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นที่คลุกคลีอยู่กับแวดวงแฟชั่นและเครื่องสำอางญี่ปุ่นมานาน แถมยังผ่านการทดสอบความรู้เรื่องเครื่องสำอางระดับ 1 ในญี่ปุ่นมาแล้วเรียบร้อย ดังนั้นถ้าพูดถึงข้อมูลความรู้ด้านนี้แล้วละก็ต้องยกให้เธอคนนี้เลย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by MILKI ROOM ♡ By Mikichin (@milki.room) on

ANNGLE มีโอกาสได้พูดคุยกับมิกิจินเกี่ยวกับการทำงานด้านแฟชั่นและบิวตี้ที่ญี่ปุ่น รวมถึงเทรนด์ที่กำลังมาแรงในเวลานี้ และเรื่องราวของมิกิจินในฐานะ Influencer ด้านบิวตี้ที่ญี่ปุ่นด้วย ตามมาฟังเรื่องราวของเธอไปพร้อมกับเรากันเลยค่ะ

สวัสดีค่ะ ก่อนอื่นรบกวนแนะนำตัวเองให้เพื่อนๆ ผู้อ่านได้รู้จักสักเล็กน้อยนะคะ
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
สวัสดีค่ะ ชื่อมิกิจินค่ะ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ตอนนี้ทำงานเป็น Influencer ด้านบิวตี้ของญี่ปุ่นอยู่ที่ญี่ปุ่น โดยหลักๆ จะคอยแชร์ข้อมูลด้านบิวตี้ของญี่ปุ่นให้กับคนไทยค่ะ
เท่าที่ทราบมามิกิจินเรียนจบป.ตรีที่ไทยปุ๊บก็ไปทำงานที่ญี่ปุ่นเลย เล่าให้ฟังนิดนึงได้มั้ยคะว่าตอนนั้นทำงานอะไรยังไงบ้าง
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ค่ะ งานแรกเป็นงานในบริษัทด้านแฟชั่น โดยได้สมัครเข้าไปทำเป็นฝ่าย buyer ที่คอยจัดหาซื้อวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เข้ามาขายในแบรนด์ ซึ่งไปซื้อตามประเทศต่างๆ รวมถึงประเทศไทยด้วย ทำให้ได้รับโอกาสเข้าทำงานเพราะความสามารถทางด้านภาษา ส่วนเหตุผลที่สมัครเข้าทำงานด้านนี้เพราะส่วนตัวเป็นคนที่ชอบเสื้อผ้าและแฟชั่นญี่ปุ่นมากๆ อยู่แล้วค่ะ

จุดเด่นของแฟชั่นและบิวตี้ญี่ปุ่น

ถ้าพูดถึงแฟชั่นและบิวตี้ความจริงก็มีหลากหลายแนวเลย ทั้งแนวฝรั่ง แนวเกาหลี หรือแม้แต่ของไทยเอง มิกิจินเห็นอะไรในแฟชั่นบิวตี้ของญี่ปุ่นที่รู้สึกว่าแตกต่างจากแนวอื่น ที่ทำให้เราชอบและตัดสินใจโฟกัสที่แนวนี้คะ
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ด้านแฟชั่น ส่วนตัวรู้สึกว่าแฟชั่นญี่ปุ่นมีความหลากหลายมากๆ และเป็นประเทศหนึ่งเลยที่ให้ความสําคัญกับแฟชั่นมากๆ จะเห็นได้ว่า อุตสาหกรรมด้านเสื้อผ้าของญี่ปุ่นมีรายได้ต่อปีสูงกว่าอุตสากรรมด้านอื่นๆ หลายด้าน ยกตัวอย่างบริษัทที่มีรายได้สูงสุดในญี่ปุ่นก็คือ UNIQLO ซึ่งสูงกว่าพวกบริษัทรถยนต์อีก แล้วก็ไม่ได้ให้ความสำคัญแค่ในเรื่องของดีไซน์เท่านั้น แต่ให้ความสำคัญถึงคุณภาพของเสื้อผ้าด้วยซึ่งเป็นจุดแข็งอย่างหนึ่ง เลยคิดว่า ไหนๆ อยากทำงานด้านแฟชั่นแล้ว ก็อยากทำงานในที่ที่ให้ความสำคัญกับแฟชั่นและมีคุณภาพระดับต้นๆ ของโลกดีกว่า เพราะน่าจะได้เรียนรู้อะไรมากมายค่ะ
Mikichin
Mikichin
ส่วนด้านบิวตี้ คิดว่าจุดแข็งของญี่ปุ่นเลยคือ ความใส่ใจในรายละเอียดต่างๆ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศหนึ่งที่มีแบรนด์เครื่องสำอางต่างชาติวางขายหรือเข้ามาน้อยมาก เพราะในตลาดด้านนี้ของญี่ปุ่นแบรนด์ญี่ปุ่นกินขาดและมีครบหมดทุกด้าน และคนญี่ปุ่นผิวแพ้ง่ายเยอะมาก ส่วนใหญ่หลายๆ แบรนด์จึงใส่ใจในเรื่องส่วนผสมและคุณภาพของสินค้ามากๆ ถ้าคุณภาพไม่โอเคจริงๆ ก็จะไม่ผลิตหรือเลิกขายไปเลยค่ะ

จากพนักงานบริษัทแฟชั่นและบิวตี้สู่การเป็น Influencer ไทยในญี่ปุ่น

หลังจากที่ทำงานในบริษัทญี่ปุ่นด้านแฟชั่นแล้วเราผันตัวมาเป็น Influencer มาทำ Youtube ได้ยังไงเหรอคะ
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ตอนที่เข้าไปทำงานช่วงแรกเราได้เรียนรู้เกี่ยวกับด้านแฟชั่นตั้งแต่พื้นฐานเลย จากนั้นก็เรียนต่อยอดไปเรื่อยๆ เพราะบริษัทที่ทำในตอนนั้นต้องการให้เรารู้และทำเป็นทุกอย่าง ไม่ใช่แค่แผนกที่ตัวเองทำเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีเรื่องศาสตร์ Personal Color และ Body Structure ด้วย ในตอนที่เรียนเกี่ยวกับศาสตร์พวกนี้เราได้มีโอกาสออกไปเจอกับลูกค้าจริงๆ ได้ฝึกแนะนำเสื้อผ้าที่เหมาะกับลูกค้าที่เข้ามาซื้อเสื้อผ้าในร้านของทางแบรนด์ แล้วปรากฏว่ามีลูกค้าที่ถูกใจการแนะนำของเรา และอยากให้แนะนำเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ ให้อีก เช่น การแต่งหน้าให้เหมาะกับการแต่งตัวของตัวเอง เป็นต้น ตอนนั้นด้วยความที่ตัวเองยังไม่ค่อยได้แต่งหน้ามาก่อน ทำให้ยังไม่มีความรู้ด้านนี้มากนัก แต่คิดว่าแฟชั่นกับบิวตี้ค่อนข้างเกี่ยวข้องกัน ก็เลยเริ่มหันมาศึกษาด้านบิวตี้ควบคู่ไปกับการทำงานด้านแฟชั่นในช่วงแรกค่ะ
Mikichin
Mikichin
แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญเลยก็คือ วันหนึ่งเราเห็นประกาศเปิดอบรมสอนด้านการดูแลผิวและพื้นฐานการแต่งหน้าของบริษัทเครื่องสำอางระดับท็อปของญี่ปุ่นบริษัทหนึ่ง จึงไปลงทะเบียนเข้าอบรมโดยที่ไม่ได้คิดอะไร ปรากฏว่าหลังจากเข้าอบรมในวันนั้นความคิดหลายๆ อย่างก็เปลี่ยนไป เราไม่รู้มาก่อนว่าการดูแลผิวของตัวเองที่เคยทำมาทั้งหมดผิด และถ้าปล่อยไว้อย่างนั้นต่อไปอายุมากขึ้นผิวจะแย่แน่ๆ นอกจากนี้ การแต่งหน้ามันมีอะไรมากกว่าแค่การแต่งให้สวยหรือแต่งตามเทรนด์ มันมีการแต่งโดยดึงเอาจุดเด่นหรือจุดดีของคนคนนั้นออกมาให้ได้มากที่สุดด้วย

 

View this post on Instagram

 

A post shared by MILKI ROOM ♡ By Mikichin (@milki.room) on

Mikichin
Mikichin
ตอนนั้นรู้สึกเปิดโลกมากๆ หลังจากนั้นก็เลยเข้าสู่วงการบิวตี้อย่างจริงจังค่ะ และตัดสินใจลาออกจากงานด้านแฟชั่นที่เก็บประสบการณ์มาจนได้หลายๆ อย่าง เพื่อไปทำงานในบริษัทด้านเครื่องสำอางแทน บวกกับตอนนั้นเริ่มสนใจอยากนำความรู้ที่ตัวเองได้จากการทำงานมาแชร์ให้เพื่อนคนอื่นๆ ด้วย เพราะคิดว่าน่าจะมีหลายคนที่เป็นเหมือนกันคือ ไม่รู้ว่าตัวเองเหมาะกับเสื้อผ้าและการแต่งหน้าแบบไหน หรือควรดูแลผิวยังไงดี เลยเริ่มทำช่อง Youtube ตั้งแต่ตอนนั้น
Mikichin
Mikichin
และประกอบกับหลังจากเข้าไปทำงานด้านบิวตี้ก็มีโอกาสดีๆ เข้ามาหลายอย่างมากๆ ได้รู้จักคนมากมาย เช่น รุ่นพี่ที่เป็น Makeup Artist และ Influencer ด้านบิวตี้ของญี่ปุ่น เป็นต้น ได้ลองทำงานหลายอย่างจนรู้สึกว่าเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้มากพอสมควร เลยตัดสินใจออกมาทำงานด้วยตัวเองดู ซึ่งก็คือการทำ Youtube อย่างที่ทำอยู่ในตอนนี้นั่นเองค่ะ

ว่าด้วยเรื่องของศาสตร์ Personal Color, Face Type และ Body Structure

ในช่อง Youtube ของมิกิจินเห็นมีคอนเทนต์ที่เกี่ยวกับแฟชั่นและบิวตี้ญี่ปุ่นเยอะเลย มีทั้งที่เป็นแนวรีวิวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง/สกินแคร์, แนะเทรนด์แฟชั่น แล้วก็มี vlog ด้วย แต่ที่โดดเด่นซึ่งเพื่อนๆ คนไทยให้ความสนใจกันมากก็น่าจะเป็นคลิปที่เกี่ยวกับ Personal Color
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ใช่ค่ะ เหมือนศาสตร์นี้จะเริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นในไทย

ส่วนตัวรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นความรู้ที่เปิดโลกทัศน์มากเลย เราลองเช็คแล้วเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นผิว yellow base ก่อนหน้านี้เคยใช้ลิปสีชมพู ก็งงว่าทำไมมันไม่เข้ากับเราเลยนะทั้งที่สีลิปออกจะสวย ได้มาเข้าใจก็ตอนนี้เอง ศาสตร์ Personal Color ทำให้เราเข้าใจคอนเซปต์เรื่องสีผิวและการแต่งหน้าแต่งตัวแบบมีหลักการมากขึ้น สำหรับมิกิจินแล้วคิดว่าการรู้ Personal Color มีความสำคัญมากน้อยแค่ไหนสำหรับคนทั่วไปคะ เพราะบางคนอาจจะคิดว่า ฉันชอบสีนี้ อยากใส่ชุดหรือแต่งหน้าสีนี้ที่ชอบ ไม่แคร์ Personal Color ได้มั้ย เป็นต้น
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ส่วนตัวแล้วคิดว่าการรู้เรื่อง Personal Color ทำให้เรารู้จักตัวเองมากขึ้น รู้ว่าตัวเองมีอันเดอร์โทนผิวแบบไหน เหมาะกับเมคอัพหรือเสื้อผ้าสีโทนไหนมากที่สุด ซึ่งคิดว่าเรื่องพวกนี้มีประโยชน์มากๆ เวลาที่เราต้องการความมั่นใจ เช่น เวลาไปสัมภาษณ์งาน ไปงานสำคัญ เป็นต้น เพราะจะช่วยทำให้บุคลิกของเราดูดีขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็คิดว่าไม่จำเป็นต้องยึดติดมากขนาดนั้นเช่นกัน และเชียร์ให้เพื่อนๆ เลือกใช้สีที่ชอบด้วยค่ะ
Mikichin
Mikichin
หลายคนคิดว่า Personal Color จำกัดกรอบความชอบตัวเอง แต่จริงๆ แล้วส่วนตัวคิดว่า Personal Color มาช่วยขยายกรอบความชอบของตัวเองมากกว่าเสียอีก เพราะบางคนใช้แต่สีที่ตัวเองชอบมาตลอด อาจไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วตัวเองมีสีอื่นๆ ที่เหมาะกับตัวเองด้วยเช่นกัน อยากให้มองว่าเป็นศาสตร์ที่รู้ไว้ไม่เสียหาย เวลาต้องการขับบุคลิกตัวเอง สามารถนำความรู้เรื่องนี้มาใช้ประโยชน์ได้ค่ะ
เห็นด้วยมากเลยค่ะ จะว่าไปเมื่อไม่นานมานี้เห็นมิกิจินทำคลิปที่อธิบายเรื่อง Face Type และ Body Type ด้วย ซึ่งก็เป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมมากๆ เช่นกัน เห็นคนแชร์กันเยอะเลย
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ขอบคุณค่า ใช่ค่ะ ไม่คิดเลยว่าจะมีคนสนใจขนาดนี้ > < คิดว่าเพราะเป็นเรื่องแปลกใหม่ในไทยด้วย
คิดเหมือนกันค่ะ เราเองได้ดูทั้งสองคลิปแล้วก็สนใจมากเลย พอลองเช็คตามเลยได้รู้ว่า Face Type เราเป็นแบบ Soft Elegant ส่วนเรื่อง Body Type หรือ Body Structure ก่อนหน้านี้เคยพยายามเช็คตามวิธีของฝรั่งแต่ยังไม่ค่อยเข้าใจ พอมาดูของมิกิจินแล้วรู้สึกว่าเข้าใจง่ายมาก เจอไทป์ตัวเองทันทีที่ดูจบ วิธีการแบ่งรูปหน้าและรูปร่างแบบนี้เริ่มมาจากญี่ปุ่นเลยหรือเปล่าคะ
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
เรื่อง Body Type หรือ Body Structure Analysis นี้ จริงๆ ทางญี่ปุ่นเองมีบางส่วนที่นำมาจากทางฝรั่ง แต่ว่าก็มีทฤษฎีที่เป็นของตัวเองเช่นกัน ซึ่งหลักเกณฑ์ในการแบ่งเป็น 3 ไทป์ อันได้แก่ Wave, Straight, Natural นี้จะเป็นทฤษฎีที่เป็นมาตรฐานของญี่ปุ่นค่ะ

Mikichin
Mikichin
ส่วนเรื่อง Face Type อันนี้ค่อนข้างเป็นทฤษฎีของทางญี่ปุ่นเลย โดยของทางญี่ปุ่นจะไม่ได้ดูเรื่องของทรงหน้าเท่านั้น แต่จะดูบรรยากาศและบุคลิกโดยรวมของใบหน้าคนๆ นั้นว่าเป็นแบบไหน เพื่อนำไปเชื่อมโยงกับ taste หรือ style เสื้อผ้าที่เหมาะกับคนนั้นเป็นหลัก ส่วนของทางฝรั่งจะดูในเรื่องของรูปทรงหน้ามากกว่า เช่น เป็นแบบ long, oval, square เป็นต้น ซึ่งที่ญี่ปุ่นศาสตร์พวกนี้มักจะดูไปด้วยกันเพื่อให้สามารถเลือกเสื้อผ้าการแต่งกายที่เหมาะสมกับคนๆ นั้นได้มากที่สุดค่ะ

พูดถึงเป้าหมายในอนาคต

หลังจากที่มิกิจินได้ทำอะไรมาหลายๆ อย่าง ทั้งเรียนรู้ด้านแฟชั่นไปจนถึงบิวตี้ญี่ปุ่น และผันตัวมาเป็น Influencer ทำคลิป Youtube อย่างทุกวันนี้ เรามีเป้าหมายหรือความคาดหวังอะไรนับจากนี้บ้างคะในฐานะ Mikichin TV
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
ส่วนตัวมีเป้าหมายอยากให้คนไทยรู้จักผลิตภัณฑ์บิวตี้ดีๆ ของญี่ปุ่นมากขึ้น เพราะที่ไทยยังมีข้อมูลเหล่านี้น้อย นอกจากนี้ยังอยากให้เพื่อนๆ คนไทยหันมาดูแลตัวเองและรู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านศาสตร์ด้านบิวตี้ต่างๆ ของญี่ปุ่นด้วยค่ะ อันนี้เป็นเป้าหมายหลักๆ เลย เพราะจริงๆ แต่เดิมเป็นคนขี้อาย พูดไม่เก่ง และไม่มีความความมั่นใจเท่าไหร่ แต่พอได้รู้จักตัวเองมากขึ้น ก็รู้สึกมีความมั่นใจ ยอมรับในตัวมากขึ้น อยากเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยทำให้คนที่ยังไม่มีความมั่นใจ หรือไม่รู้ว่าควรเริ่มดูแลตัวเองยังไงดีมีความมั่นใจมากขึ้นค่ะ
Mikichin
Mikichin
ส่วนเป้าหมายต่อจากนี้ จริงๆ ตั้งใจว่าอยากจะนำผลิตภัณฑ์ของไทยมาแนะนำให้คนญี่ปุ่นรู้จักบ้างเช่นกันค่ะ เพราะแบรนด์ไทยเองก็มีผลิตภัณฑ์ดีๆ หลายอย่างเลย ไหนๆ เป็นลูกครึ่ง รู้จักทั้งสองประเทศ ก็อยากเป็นตัวกลางแชร์สิ่งดีๆ ของทั้งสองประเทศค่ะ
เยี่ยมไปเลยค่ะ สุดท้ายนี้มิกิจินมีอะไรที่อยากฝากอะไรถึงเพื่อนๆ คนไทยที่ชื่นชอบหรือเริ่มสนใจแฟชั่นและบิวตี้ญี่ปุ่นบ้างคะ
ANNGLE
ANNGLE
Mikichin
Mikichin
แฟชั่นและบิวตี้ของญี่ปุ่นมีเสน่ห์และข้อดีหลายๆ อย่างเลยค่ะ และเพราะเป็นเอเชียด้วยกัน สไตล์แฟชั่นต่างๆ สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ง่าย อย่างผลิตภัณฑ์บิวตี้เองก็ค่อนข้างเข้ากับผิวคนเอเชียด้วยกันด้วย อยากให้มารู้จักด้วยกันนะคะ

 

View this post on Instagram

 

A post shared by MILKI ROOM ♡ By Mikichin (@milki.room) on

จะเห็นว่าสิ่งสำคัญในการแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีนั้นไม่ได้อยู่ที่การเลือกเทคนิคหรือไอเท็มดีๆ มาใช้เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเข้าใจศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับหน้าตาและรูปร่างของเราด้วย เมื่อเรารู้จักตัวเองมากขึ้นผ่านศาสตร์เหล่านี้ก็จะช่วยให้สามารถขยายกรอบความชอบของตัวเอง และเปิดโอกาสให้เรากล้าแต่งหน้าแต่งตัวในแบบที่ไม่เคยลองมาก่อนได้ สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาข่าวสารและความรู้แบบเจาะลึกด้านบิวตี้และแฟชั่นส่งตรงจากญี่ปุ่น ก็สามารถเข้าไปติดตามมิกิจินที่ช่อง Youtube Mikichin TV 未希ちん และทางโซเซียลมีเดียต่อไปนี้ได้เลยค่ะ

Facebook: MikichinTV
Twitter: @ima_miki
IG: milki.room