ปัญหาชวนปวดหัวของแม่บ้านชาวญี่ปุ่น เมื่อ COVID-19 ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในครอบครัวสูงขึ้น

เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายท่านคงกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายกับปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 กันใช่ไหมครับ แน่นอนว่าคนญี่ปุ่นเองเค้าก็รู้สึกเบื่อหน่ายไม่ต่างกับเพื่อนๆ เช่นกัน เพราะการปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ชีวิตใหม่เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อมันส่งผลกระทบต่อรายรับรายจ่ายของครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของรายจ่ายด้านต่างๆ ที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้ ผมจะขอพาเพื่อนๆ ไปลองฟังเสียงบ่น (ปนความสุข ?) ของเหล่าแม่บ้านชาวญี่ปุ่นกันครับว่า COVID-19 มันส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายอะไรเพิ่มขึ้นมาบ้าง

ค่าใช้จ่ายในด้านอาหารการกิน

H ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 3 คน เธอเล่าว่า ถ้าลำพังแค่เธอคนเดียวล่ะก็ ปกติช่วงกลางวันก็จะกินแค่ข้าวปั้นหรือไม่ก็บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป แต่ในช่วงเดือน มี.ค. จนถึง มิ.ย. (ปี 2020) ที่ผ่านมา เนื่องจากโรงเรียนต้องปิดเป็นการชั่วคราวเพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อ COVID-19 จึงทำให้ลูกๆ ของเธอต้องเรียนหนังสืออยู่ที่บ้าน ส่วนสามีก็ต้องทำงานที่บ้านเช่นกัน ส่งผลให้เธอต้องทำอาหารกลางวันเยอะกว่าปกติ ตอนแรกเธอคิดว่าการทำอาหารกลางวันเพิ่มแค่มื้อเดียวคงไม่กระทบค่าใช้จ่ายอะไรมากมายหรอกมั้ง แต่เอาเข้าจริงมันกลับทำให้ค่าใช้จ่ายด้านอาหารการกินเพิ่มขึ้นจนน่าตกใจ แต่โชคดีหน่อยที่ตอนนี้ลูกก็เริ่มไปโรงเรียนตามปกติแล้ว ส่วนสามีก็ยังคงทำงานที่บ้านเป็นส่วนใหญ่ แต่เธอกับสามีก็เป็นคนกินง่ายอยู่แล้ว อาหารกลางวันก็เลยทำกินกันแบบพอให้อิ่มท้องไปเท่านั้น แต่บางวันก็พูดกับสามีว่า “วันนี้เราสั่งอาหารมากินกันเถอะ !” จนตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกว่าค่าใช้จ่ายในด้านอาหารการกินมันไม่ลดลงเลยนี่นา (H ซัง กล่าวด้วยรอยยิ้มอันแสนขมขื่น)

ค่าใช้จ่ายในการซื้อหน้ากากอนามัยและน้ำยาฆ่าเชื้อ

I ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ในช่วงที่หน้ากากอนามัยกับน้ำยาฆ่าเชื้อกลายเป็นสินค้าขาดตลาด ส่งผลให้ราคาของสินค้าทั้งสองอย่างพุ่งสูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แต่ด้วยความหน้ามืดตามัวเธอจึงกดสั่งซื้อจากร้านค้าทางอินเตอร์เน็ตมาเป็นจำนวนมาก ทั้งๆ ที่สามีของเธอก็พยายามเตือนแล้วว่า ถ้ารออีกสักพัก เดี๋ยวมันก็กลับมาวางขายตามท้องตลาดทั่วไปแล้ว แต่เธอกลับไม่สนใจฟัง ทำให้ตอนนี้รู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน (-_-;)

ส่วนช่วงนี้ก็พยายามหาซื้อพวกน้ำยาฆ่าเชื้อกับทิชชู่เปียกมาตุนเอาไว้เยอะๆ เพราะนอกจากจะใช้ทำความสะอาดเครื่องใช้ต่างๆ ภายในบ้านแล้ว ยังใช้ทำความสะอาดพวกข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวของเธอกับสามี รวมไปถึงกระเป๋านักเรียนของลูกอีกด้วย ก็เลยเริ่มรู้สึกว่ารายจ่ายมันสูงขึ้นกว่าแต่ก่อนเยอะเหมือนกันนะเนี่ย

ค่าใช้จ่ายในการซื้อของเล่นให้ลูก

U ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ลูกชายของเธอเป็นเด็กที่ชอบเคลื่อนไหวร่างกายอยู่เสมอ โดยปกติช่วงสุดสัปดาห์ก็จะออกไปเรียนยิมนาสติก แต่เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 จึงทำให้ต้องหยุดเรียนชั่วคราว ตามสวนสาธารณะทั่วไปก็ไม่ค่อยมีอุปกรณ์ให้เล่นสักเท่าไหร่ เลยตกลงกันว่างั้นหาซื้ออุปกรณ์มาเล่นที่บ้านเลยแล้วกัน ! หลังจากนั้นก็หาซื้อพวกลูกบอลโยคะ เครื่องฝึกกระโดด (Trampoline) และพวกอุปกรณ์ห้อยโหนต่างๆ มาตั้งไว้ที่บ้าน ซึ่งราคาแต่ละชิ้นก็แพงเอาเรื่อง แถมยังต้องจัดวางเพื่อไม่ให้มันขวางทางเดินอีก รวมๆ แล้วก็เล่นเอาเหนื่อยอยู่เหมือนกัน แต่ว่าทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวก็เล่นกันเป็นประจำ เลยคิดว่าคุ้มค่ากับราคาที่จ่ายไปแหละ ( ‾́ ◡ ‾́ )

ค่าบริการสตรีมมิ่งดูหนังรายเดือน !

S ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า แต่เดิมเธอจะดูพวกรายการหรือซีรีส์ต่างๆ ผ่านเว็บไซต์ที่ให้บริการสตรีมมิ่งแบบฟรีเท่านั้น แต่บางทีเรื่องที่อยากดูมันก็ดันต้องเสียค่าบริการรายเดือน สุดท้ายก็เลยตัดสินใจสมัครสมาชิกแบบเสียค่าบริการเพื่อจะได้ดูให้เต็มอิ่มไปเลย แต่พอสามีกับลูกรู้เข้า ก็ถูกบอกว่า “หูยยย ขี้โกงอ่ะ ! แต่เว็บไซต์ที่แม่สมัครไปมันไม่มีเรื่องที่อยากดูอ่ะ งั้นของสมัครเว็บไซต์อื่นเพิ่มได้ไหมอ่าา” สุดท้ายก็ใจอ่อนต้องยอมตามคำขอของลูกกับสามี ทุกวันนี้เลยมีหนี้ค่าบริการสตรีมมิ่งรายเดือนท่วมหัวเลยทีเดียว (-_-)

ค่าเติมเกมให้ลูก !

T ซัง ปัจจุบันมีลูกทั้งหมด 2 คน เธอเล่าว่า ปกติเธอจะตั้งกฎเหล็กกับลูกว่า “เกมอ่ะเล่นได้นะ แต่ห้ามเติมเงินเด็ดขาด !” แต่ก็อย่างว่าแหละ การเล่นแบบฟรีมันก็มีข้อจำกัดของมันอยู่ และด้วยกฎห้ามเติมเงินที่เธอตั้งไว้ จึงทำให้ลูกไม่สามารถเติมเงินเพื่อดำเนินเนื้อหาของเกมต่อไปได้ เลยต้องเล่นซ้ำวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น ดูแล้วก็น่าสงสารเหมือนกัน

ถ้าโดยปกติก็จะบอกให้ลูกออกไปเล่นข้างนอกบ้างสิ อย่าเอาแต่หมกมุ่นอยู่กับเกม แต่ว่าถ้าปล่อยให้ออกไปเล่นข้างนอกตอนนี้ก็กลัวว่าลูกจะติดเชื้อ COVID-19 เลยตัดสินใจอนุญาตให้ลูกเติมเกมได้นิดหน่อย เพื่อที่เค้าจะได้ไม่เบื่อ โดยสัปดาห์หนึ่งก็เติมหลายร้อยเยนอยู่เหมือนกัน นอกจากนี้ ยังต้องคอยจับตาดูอยู่เสมอเพื่อไม่ให้ลูกติดเกมจนเกินไป และเพื่อป้องกันไม่ให้เติมเงินจนติดเป็นนิสัยอีกด้วย จริงๆ แล้วก็แอบกังวลใจอยู่เหมือนกัน แต่เมื่ออนุญาตไปแล้ว ก็คงจะห้ามไม่ได้แหละ

สรุปเนื้อหาจาก : maidonanews.jp
ผู้เขียน : Aongsama