วิธีการที่ร้านค้าและธุรกิจในญี่ปุ่นใช้ป้องกันไม่พนักงานติดเชื้อไวรัสโควิด-19

แม้ว่าจะมีประกาศภาวะฉุกเฉินขอความร่วมมือให้คนญี่ปุ่นงดออกจากบ้านให้มากที่สุด แต่คนจำนวนมากยังต้องการเครื่องบริโภคและอุปโภคซึ่งทำให้จำเป็นต้องออกไปซื้อหาอาหารและของใช้ที่ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อและร้านขายยา เป็นต้น ในญี่ปุ่นร้านเหล่านี้ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ มาดูกันว่าร้านค้าและธุรกิจต่าง ๆ มีวิธีป้องกันพนักงานจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้อย่างไรบ้าง

วิธีการป้องกันไม่ให้พนักงานร้านค้าและธุรกิจติดเชื้อไวรัสโควิด-19

1. ใช้แผ่นพลาสติกใสคั่นกลางระหว่างพนักงานเก็บเงินและลูกค้าเพื่อป้องกันการติดเชื้อระหว่างการจ่ายเงิน

2. ให้พนักงานในร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตใส่หน้ากากและสวมถุงมือเพื่อป้องกันการสัมผัสเชื้อไวรัสโดยตรง

3.  การจ่ายเงินและเงินทอนนั้นจะใช้การวางเงินในถาดใส่เงินเพื่อป้องกันการสัมผัสมือระหว่างพนักงานและลูกค้า

4.  ขอความร่วมมือให้ลูกค้าที่เข้าร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตสวมหน้ากากอนามัยและยืนห่างกันคนละประมาณ 1.5-2 เมตร ในระหว่างการรอจ่ายเงิน

5. ขอความร่วมมือให้ลูกค้าเข้าร้านครั้งละไม่เกินจำนวนที่ทำให้ร้านแน่นเกินไป โดยขอให้คนที่มาหลังเข้าคิวรออยู่นอกร้านค้า

6. กำหนดเวลาเปิดปิดร้านให้สั้นลง ตลอดจนมีวันหยุดเพิ่มขึ้นเพื่อให้พนักงานได้หยุดพัก ไม่ทำงานหนักจนร่างกายอ่อนแอ

7. เปิดประตูร้านค้าหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตค้างไว้เพื่อให้อากาศถ่ายเทไหลเวียนได้มากขึ้น

8. ขอความร่วมมือให้ลูกค้าและพนักงานวัดไข้จากบ้านก่อนเข้าร้านหรือมาทำงาน

9. จัดวางสเปรย์แอลกฮอล์สำหรับล้างมือก่อนเข้าหรือออกจากซุปเปอร์มาร์เก็ต

10. ทำความสะอาดร้านก่อนเปิดและหลังปิด เพื่อฆ่าเชื้อลดจำนวนไวรัส

ในโตเกียวแม้ว่าจะมีประกาศภาวะฉุกเฉินขอความร่วมมือไม่ให้ออกจากบ้านหากไม่จำเป็น แต่ด้วยนิสัยชอบรับประทานอาหารสดและมีประโยชน์ต่อร่างกาย ประกอบกับความเบื่อหน่ายที่ต้องอยู่ในบ้านแคบ ๆ ทั้งวัน การแยกกันอยู่ตามลำพังระหว่างผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม่ ตลอดจนปัญหาการสั่งของทางอินเทอร์เน็ตที่ต้องใช้เวลา ทำให้คนญี่ปุ่นจำนวนมากยังคงออกจากบ้านไปจ่ายตลาดเองเกือบทุกวัน เมื่อมีความต้องการในการอุปโภคและบริโภค ร้านค้า ซุปเปอร์มาร์เก็ตและธุรกิจส่วนใหญ่ก็ยังคงเปิดปกติ อีกทั้งหากจะปิดยาวก็มีปัญหาเรื่องปากท้องของพนักงานอีก ดังนั้นร้านค้าและซุปเปอร์มาร์เก็ตจึงต่างหาวิธีการเพื่อป้องกันไม่ให้พนักงานติดเชื้อไวรัสขึ้นมา เพราะแม้ว่าจะกลัวไวรัสแต่ก็กลัวอดตายกันมากกว่า