ทานข้าวไปฟังเพลงไปดีหรือไม่? ความเกี่ยวข้องที่น่าสนใจระหว่างเสียงเพลงและอาหาร

ว่ากันว่าการทานข้าวไปฟังเพลงไปไม่ดี แต่เชื่อได้เลยว่าคนส่วนใหญ่ก็ชอบหาอะไรฟังระหว่างทานข้าวเพื่อความเพลิดเพลิน อีกทั้งในร้านอาหารก็ยังมีเพลงบรรเลงเปิดคลอไว้ตลอดเวลา การทานอาหารไปด้วยฟังเพลงไปด้วยจะส่งผลอย่างไรหรือไม่? ความเกี่ยวข้องระหว่างอาหารกับดนตรี รวมถึงแนวดนตรีที่เหมาะกับการทานอาหาร จะมีแบบใดบ้างนะ?

เมื่อการทานอาหารไม่ใช่แค่การรับรส

เมื่อเราลิ้มรสอาหาร เราจะรู้สึกว่าใช้เพียงการรับรสเท่านั้น แต่จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เมื่อเราเห็นอาหารหน้าตาสวยงามก็กระตุ้นความหิวได้ เราเพลิดเพลินกับเสียงเคี้ยวที่กรุบกรอบ เมื่อดื่มน้ำผลไม้เย็น ๆ ในวันที่อากาศร้อนก็รู้สึกว่าอร่อยกว่าปกติ จะเห็นว่าปัจจัยต่าง ๆ ทั้งการมองเห็น การได้ยิน อุณหภูมิอากาศ และอุณหภูมิของอาหาร ล้วนมีส่วนช่วยให้การทานอาหารเอร็ดอร่อยมากขึ้น

แต่ผู้คนรู้สึกอย่างไรเมื่อฟังเพลงไปด้วยระหว่างที่ทานอาหาร? ความจริงแล้วไม่ค่อยมีรายงานที่อธิบายไปถึงกลไกการทำงานของเสียงเพลงมากนัก แต่อย่างที่ทราบกันว่าดนตรีสามารถควบคุมความรู้สึกของผู้คนได้ ดนตรีที่สดใสจะทำให้รู้สึกสดใส และดนตรีที่มืดมนจะทำให้รู้สึกหม่นมัว ดนตรีจึงอาจส่งผลต่อความอยากอาหารและความรู้สึก “อร่อย” ได้บ้างเช่นกัน

ทานอาหารคนเดียวเลือกเพลงแบบไหนดี?

แม้ว่าเราจะไม่ทราบกลไกโดยเฉพาะของดนตรี แต่ก็มีการวิจัยที่สำรวจว่าการฟังดนตรีระหว่างทานอาหารนั้นส่งผลอย่างไร ตัวอย่างเช่น ในการประชุมสมาคม Cookery Science แห่งญี่ปุ่นในปี 2008 ได้นำเสนอเรื่อง “ผลกระทบจากความแตกต่างในสภาพแวดล้อมการทานอาหารที่ส่งผลต่อความอยากอาหาร” จากผลการสำรวจนี้ พบว่าการรับประทานอาหารขณะฟังเพลงโปรดจะทำให้รู้สึกตื่นเต้นและเพิ่มความอยากอาหารได้ แต่หากเป็นเพลงที่ไม่ชอบหรือเป็น เสียงรบกวนในชีวิตประจำวันจะทำให้รู้สึกว่าอาหารไม่อร่อย ดังนั้นเมื่ออยู่คนเดียว การฟังเพลงแบบที่ตนเองชอบโดยไม่ต้องกังวลกับสิ่งรอบข้างจึงเป็นเรื่องที่ดี มีคำกล่าวว่า ความหิวเป็นเครื่องปรุงรสที่ยอดเยี่ยมที่สุด และเพลงโปรดจะยิ่งช่วยให้รู้สึกดีขึ้นและเพิ่มความอยากอาหารได้อีก

ในทางกลับกัน สำหรับเด็กเล็ก หากเปิดเพลงที่ชอบก็อาจจะลุกขึ้นมาเต้นแทนที่จะมีสมาธิกับอาหารตรงหน้า ปฏิกิริยาที่มีต่อดนตรีก็ขึ้นอยู่กับลักษณะนิสัยและความชอบของแต่ละคน ดังนั้น เหล่าคุณพ่อคุณแม่อาจจะต้องลองเปิดเพลงที่หลากหลาย และสังเกตว่าเพลงแบบไหนที่ทำให้ลูก ๆ ทานอาหารได้เยอะ

อีกสิ่งหนึ่งที่คนส่วนใหญ่นิยมทำกันคือการดูคลิปวิดีโอจากสมาร์ทโฟนหรือดูโทรทัศน์ไปด้วยระหว่างทานอาหาร แต่นี่เป็นวิธีการที่ไม่แนะนำ เนื่องจากจะทำให้ต้องละสายตาจากอาหารเพื่อไปโฟกัสที่หน้าจอโทรทัศน์ และไม่ได้สนใจการทานอาหารเท่าที่ควร จึงควรหลีกเลี่ยงการทานไปดูไปจะดีกว่า

ทานอาหารหลายคนต้องเพลงคลาสสิก!

แต่ละคนต่างมีเพลงโปรดของตัวเอง เมื่อไปทานอาหารร่วมกันหลายคน การผลัดกันเปิดเพลงที่แต่ละคนชอบก็เป็นความคิดที่ดี แต่นั่นก็ยังไม่เหมาะสำหรับการทานอาหารร่วมกัน มีงานวิจัยที่นำเสนอในการประชุมประจำปีครั้งที่ 63 ของสมาคม Home Economics แห่งประเทศญี่ปุ่นซึ่งจัดขึ้นในปี 2011 ชื่อว่า “ผลกระทบของ BGM ในสภาพแวดล้อมการทานอาหารที่ส่งผลต่อความอยากอาหาร”

การศึกษานี้ทำการทดลองเพื่อวัดระดับความอยากอาหาร โดยการวัดคลื่นสมองในสภาพแวดล้อมการทานอาหารที่มีเสียง 5 แบบ ได้แก่ ดนตรีตะวันตกที่เสียงดังอึกทึก, ดนตรีตะวันตกที่นุ่มนวล, ดนตรีคลาสสิก, เสียงในโรงอาหารของโรงเรียน และ ไม่มีเสียง ผลที่ได้คือ ดนตรีตะวันตกที่เสียงดังอึกทึกทำให้ความอยากอาหารลดต่ำลงเป็นพิเศษ ในขณะที่ดนตรีคลาสสิคกับเสียงในโรงอาหารของโรงเรียนทำให้ในสมองมีระดับความผ่อนคลายสูงซึ่งนำไปสู่การเพิ่มความอยากอาหาร

เมื่อทานอาหารร่วมกับเพื่อน ๆ แล้วไม่อยากให้บรรยากาศเงียบเชียบเกินไป ลองเปิดดนตรีคลาสสิกเพราะ ๆ ฟังสบาย ๆ สักเพลง จะช่วยเพิ่มความอยากอาหารและทำให้ทานอาหารร่วมกับผู้อื่นได้เอร็ดอร่อยมากขึ้น

ทานให้อร่อยมากขึ้น สนุกมากขึ้น

อาหารที่ทานในชีวิตประจำวันไม่เพียงแต่เป็นโภชนาการสำหรับร่างกายเท่านั้น แต่ยังเป็นโภชนาการสำหรับจิตใจด้วย ต้องทานให้อร่อย และทานให้สนุกไปด้วยในเวลาเดียวกัน นอกจากเสียงเพลงแล้ว สถานที่ บรรยากาศ หรือแม้แต่ภาชนะที่ใส่อาหาร ก็มีส่วนช่วยให้การทานอาหารสนุกขึ้น เหมือนเวลาที่ได้ไปร้านอาหารสวย ๆ หรือทานขนมบนจานชามลายน่ารัก ๆ ที่จะทำให้ยิ่งน่าทานขึ้นไปอีก ลองผสมผสานการฟังเพลงไปพร้อมกับการทานอาหาร เพื่อให้หัวใจได้ผ่อนคลายดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก housefoods-group