ปัญหาของแรงงานต่างชาติท่ามกลางวิกฤต COVID-19 ในประเทศญี่ปุ่น

องค์กร NPO ที่ทำงานด้านการช่วยเหลือแรงงานชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นที่มีชื่อว่า POSSE เปิดเผยข้อมูลว่า ตั้งแต่เริ่มมีวิกฤตสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่ ทางศูนย์ก็ได้รับการติดต่อขอคำปรึกษาจากแรงงานชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก เราลองไปดูกันดีกว่าว่าท่ามกลางสถานการณ์วิกฤตทางเศรษฐกิจในครั้งนี้ เหล่าแรงงานต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นต้องพบกับปัญหาและผลกระทบอย่างไรบ้าง

ไม่มีสิทธิ์รับเงินชดเชยการว่างงาน ไม่เข้าใจเนื้อหาสัญญาจ้างเพียงพอ

ตั้งแต่ล่วงเข้าเดือนมีนาคมของปีนี้เป็นต้นมา จำนวนของแรงงานชาวต่างชาติที่เข้ามาขอรับคำปรึกษาก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ราว 20 เท่าจากช่วงปลายปีที่แล้ว โดยกว่า 80% ของแรงงานชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นนั้น เป็นแรงงานสัญญาจ้างหรือพนักงานชั่วคราว แรงงานชาวต่างชาติที่เข้ามาขอคำปรึกษาส่วนใหญ่จะเป็นแรงงานด้านการศึกษา ร้านอาหาร โรงแรม และการท่องเที่ยว เป็นต้น โดยกลุ่มที่มีปัญหาเฉพาะตัวคือ กลุ่มแรงงานด้านการศึกษา เช่น ครูสอนภาษา เป็นต้น ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการจ้างงานในระบบฟรีแลนซ์ ที่ผู้ว่าจ้างจะไม่ได้การนำเข้าระบบประกันสังคม และสามารถเลิกจ้างเมื่อไหร่ก็ได้ หรือแม้แต่ในกลุ่มแรงงานสัญญาจ้างหรือลูกจ้างชั่วคราวก็ตาม แม้แรงงานในกลุ่มนี้ปกตินายจ้างจะส่งเข้าระบบประกันสังคม แต่ถ้านายจ้างจัดชั่วโมงการทำงานให้น้อยกว่าเกณฑ์การเข้าระบบประกันสังคม (ตั้งแต่ 30 ชั่วโมงต่อสัปดาห์) แรงงานเหล่านี้ก็จะไม่ได้สิทธิ์รับเงินช่วยเหลือด้านการรักษา หรือเงินชดเชยการว่างงานด้วยเช่นกัน

นอกจากนี้ปัญหาหลักของแรงงานต่างชาติก็คือ กำแพงด้านภาษา แรงงานต่างชาติที่เข้ามาขอรับคำปรึกษาจำนวนไม่น้อยไม่เข้าใจเกี่ยวกับรายละเอียดของสัญญาจ้างและเวลาการทำงาน รายละเอียดของเอกสารที่เซ็นไปมีรายละเอียดอย่างไรก็ไม่รู้ด้วยซ้ำ โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียนชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานตามร้านสะดวกซื้อ มีไม่น้อยเลยที่ไม่เคยแม้แต่จะได้รับหนังสือสัญญาการว่าจ้าง

ปัญหาที่แตกต่างจากชาวญี่ปุ่น

แน่นอนว่าในตอนนี้แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ตกอยู่ในภาวะลำบากเช่นกัน แต่ปัญหาที่แรงงานชาวต่างชาติต้องเจอซึ่งแตกต่างไปจากคนญี่ปุ่นก็คือ สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นด้วยวีซ่าทำงานแล้ว การจะหางานใหม่ได้สักงานนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ยกตัวอย่างเช่น ผู้ที่ได้วีซ่าเข้ามาทำงานเป็นครูสอนภาษา ก็จะไม่สามารถเปลี่ยนไปหางานประเภทอื่นทำได้ หรือในกรณีที่ต้องการจะเปลี่ยนคุณสมบัติการพำนัก ก็ต้องใช้เวลาหลายเดือนพอสมควรในการดำเนินเรื่อง ซึ่งถ้าหากเวลาผ่านไป 3 เดือนโดยที่ไม่ได้ทำงานอะไรเลย ก็มีความเป็นไปได้ที่จะถูกยกเลิกวีซ่า

สำหรับคนญี่ปุ่นจะมีระบบ “ประชาสงเคราะห์” (生活保護) ซึ่งจะช่วยเหลือให้เงินในจำนวนที่จำเป็นแก่ผู้ที่ตกงาน ไม่มีงานทำ จนไม่มีเงินมาซื้ออาหารหรือจ่ายค่าเช่าบ้านได้ แต่ในกรณีของชาวต่างชาตินั้นมีเพียงแค่บางส่วนเท่านั้นที่จะสามารถเข้ารับสิทธิ์ดังกล่าวได้ เช่น ต้องเป็นผู้ที่ถือวีซ่าพำนักแบบถาวร อาศัยอยู่ในประเทศญี่ปุ่นนานกว่าสิบปี เป็นต้น หรือแม้จะอยากกลับประเทศในตอนนี้ แรงงานชาวต่างชาติส่วนใหญ่ก็ยังไม่สามารถกลับประเทศของตัวเองได้ เพราะเที่ยวบินถูกยกเลิกเป็นจำนวนมาก

จริงอยู่ที่ในตอนนี้ ไม่ว่าจะคนญี่ปุ่นหรือแรงงานชาวต่างชาติในประเทศญี่ปุ่นต่างล้วนแล้วแต่ประสบปัญหา และได้รับผลกระทบจากวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่าสายพันธุ์ใหม่กันทั้งนั้น แต่ดูเหมือนว่าแรงงานชาวต่างชาติในญี่ปุ่นตอนนี้กำลังต้องเผชิญกับความยากลำบากที่ดูจะหนักหนาและแตกต่างไปจากชาวญี่ปุ่นพอสมควร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าในวันที่ประเทศญี่ปุ่นกำลังประสบปัญหาการขาดแคลนแรงงานอย่างทุกวันนี้ แรงงานชาวต่างชาติก็คือฟันเฟืองสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยในการขับเคลื่อนสังคมญี่ปุ่น นี่จึงถือเป็นอีกหนึ่งบททดสอบของสังคมญี่ปุ่น ว่าจะสามารถช่วยเหลือแรงงานต่างชาติเหล่านี้อย่างเหมาะสมต่อไปได้อย่างไร

สรุปเนื้อหาจาก : withnews