3 เหตุผลหลักที่คนญี่ปุ่นนี้จัดงานศพน้อยลงเรื่อยๆ

การจัดงานศพคือวัฒนธรรมของชาวพุทธในญี่ปุ่นที่มีมาแต่โบราณ ตามธรรมเนียมเดิมนั้นจะมีด้วยกัน 3 ขั้นตอนคือ เคารพศพ พิธีการสวดต่างๆ และการเผาศพ คุณฮิโรมิ ชิมาดะ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านศาสนาและเจ้าของหนังสือขายดีชื่อว่า “งานศพไม่จำเป็น” ได้สังเกตว่ามีอยู่ 3 เหตุผลด้วยกันที่คนญี่ปุ่นจำนวนมากขึ้นที่ละจากการจัดงานศพดังต่อไปนี้

1. การจัดงานศพในญี่ปุ่นมีค่าใช้จ่ายสูงที่สุดในโลก

เหตุผลแรกเป็นเรื่องเงินๆ ทองๆ เราอาจจะไม่เคยรู้มาก่อนว่าการจัดงานศพในญี่ปุ่นจะต้องใช้เงินมากถึง 2.31 ล้านเยน (21,800 ดอลลาร์สหรัฐ) สูงกว่าค่าจัดงานศพในสหรัฐอเมริกาถึง 5 เท่าเสียอีก โดยเฉลี่ยค่าจัดงานศพสหรัฐอเมริกาคือ 444,000 เยน (4,183 ดอลลาร์สหรัฐ) ต่อครั้ง

โดยเฉพาะหากเทียบกับประเทศในแถบยุโรปอย่างเยอรมนีหรืออังกฤษ ที่มีค่าจัดงานอยู่ที่ 198,000 เยน (1,865 ดอลลาร์สหรัฐ) และ 123,000 เยน (1,158 ดอลลาร์สหรัฐ) ค่าจัดงานศพในญี่ปุ่นดูสูงชนิดที่ว่าจะแทบจะต้องไปปล้นธนาคารกันเลย

ค่าใช้จ่ายที่สูงเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างในสังคมญี่ปุ่น ในอดีตหากมีใครในชุมชนจากไป เพื่อนบ้านใกล้เคียงก็จะช่วยกันคนละเล็กละน้อยในการจัดงาน แต่เนื่องจากการย้ายถิ่นของสมาชิกในท้องถิ่นเดิม จึงเป็นการยากที่จะรักษาประเพณีดั้งเดิม บริษัทที่ทำธุรกิจการจัดงานศพเริ่มเข้ามามีบทบาท ผู้คนต้องออกค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากเพื่อให้บริษัทเหล่านี้เข้ามาช่วยในเรื่องของการจัดงาน

2. จำนวนผู้เข้าร่วมงานศพลดน้อยลง

พิธีศพถือเป็นเรื่องที่มีพิธีรีตองอย่างมากในช่วงปลายทศวรรษที่ 80 และเศรษฐกิจของญี่ปุ่นในช่วงนั้นก็จัดว่าดีมาก ทำให้ในงานศพมีการจัดแสดงดอกไม้และการบรรเลงแตรสำหรับคนดังที่ล่วงลับไปแล้ว

แต่ในปัจจุบันผู้คนเลือกที่จะจัดงานศพส่วนตัวแบบที่มีเฉพาะสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทกันมากขึ้น บ้างถึงกับเลือกใช้รูปแบบงานศพที่เรียกว่า โชะคุโซ (chokusou) ซึ่งศพของผู้เสียชีวิตจะถูกเผาโดยปราศจากการทำพิธีใดๆ

งานศพที่มีขนาดเล็กถือว่าช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ว่าก็มักจะเป็นงานศพของผู้ที่เสียชีวิตในวัย 80 – 90 ปี ที่แทบจะไม่มีใครที่มาร่วมไว้อาลัยได้มากนัก เพราะสังคมหลักของพวกเขาได้ล่วงลับไปก่อนแล้ว

3. ความช่วยเหลือที่มาจากบริษัทลดน้อยลง

ในช่วงหลังสงคราม บริษัทต่างๆ ในญี่ปุ่นจะมีบทบาทที่ข้องเกี่ยวกับการดูแลชีวิตคนมากขึ้น เช่นบ่อยครั้งการจัดงานศพสำหรับผู้บริหารระดับสูง บริษัทจะร่วมดำเนินการทั้งในส่วนของหน้าที่ความรับผิดชอบต่างๆ และค่าใช้จ่าย
ทว่าช่วงหลังมานี้ การมีส่วนร่วมของบริษัทในลักษณะนี้มีน้อยลง และผู้ที่ต้องรับผิดชอบในเรื่องการจัดงานศพทั้งหมดก็คือคนในครอบครัวของผู้เสียชีวิตเอง

ใจหายพอสมควรสำหรับการเปลี่ยนแปลง จนบางทีเราอาจต้องย้อนกลับมาดูว่า การดำเนินชีวิตในรูปแบบที่อะไรๆ ก็ดูสะดวกสบายเสียหมดในตอนนี้กำลังค่อยๆ ทำลายความเกื้อหนุนจุนเจือที่ดีงามในอดีตของคนญี่ปุ่นลงเรื่อยๆ หรือเปล่า

สรุปเนื้อหาจาก: president
ผู้เขียน: มิโดริ

Total
0
Share