ย้อนรอยการเดินทางของขยะในญี่ปุ่น จากภูเขากองขยะสู่การร่วมมือเพื่อสังคมยั่งยืน ตอนที่ 1

ภาพประทับใจหนึ่งของคนไทยเวลาไปญี่ปุ่นก็คือบ้านเมืองที่สะอาด ไม่มีขยะตามถนนหนทาง และผู้คนยังร่วมมือกันแยกขยะอย่างถูกต้อง แต่เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่ากว่าญี่ปุ่นจะมาถึงจุดนี้ เขาก็ผ่านปัญหาเกี่ยวกับขยะมากมายมาเหมือนกัน เรามาย้อนรอยดูประวัติของการจัดการกับขยะในประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 จนถึงปัจจุบันกันว่าญี่ปุ่นต้องประสบกับอุปสรรคอะไรบ้าง และเขาทำอย่างไรเพื่อแก้ไขปัญหาอุปสรรคนั้น จนสามารถทำให้ภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้คนทั่วไปร่วมมือร่วมใจกันจัดการกับขยะเพื่อสังคมที่ยั่งยืนได้ โดยเราจะแบ่งการเดินทางนี้ออกเป็น 3 ช่วงใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่ ช่วงที่ 1 การสร้างความปลอดภัยด้านสาธารณสุข ช่วงที่ 2 การจัดการปัญหามลพิษและรักษาสิ่งแวดล้อม และช่วงที่ 3 การสร้างสังคมแบบหมุนเวียน โดยในบทความตอนที่ 1 นี้ เราจะมาเล่าถึงช่วงที่ 1 การสร้างความปลอดภัยด้านสาธารณสุขกันก่อนค่ะ

ช่วงปลายทศวรรษ 1800 – ต้นทศวรรษ 1900

ในยุคสมัยนี้เป็นช่วงคาบเกี่ยวของญี่ปุ่นในการพัฒนาไปสู่สังคมร่วมสมัย การจัดการกับขยะจะขึ้นอยู่กับคนที่ทิ้งขยะเองหรือไม่ก็บริษัทจัดการขยะภาคเอกชน โดยบริษัทเหล่านี้จะเก็บรวบรวมขยะมาแล้วแยกชิ้นที่ทำเงินได้ออกมาขายเอากำไร ส่วนที่เหลือก็มักนำไปเททิ้งในที่โล่ง เกิดเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ไม่ว่าจะเป็นเกิดแหล่งเพาะพันธุ์ของแมลงวัน ยุง และหนู ซึ่งเป็นพาหะของโรคติดเชื้อต่าง ๆ

สิ่งที่ญี่ปุ่นทำเพื่อแก้ไขปัญหานี้คือการออกกฎหมายเกี่ยวกับการกำจัดขยะและสิ่งสกปรกเมื่อปี 1900 โดยให้การปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน เป็นผู้มีหน้าที่กำกับดูแลบริษัทจัดการขยะและกำหนดวิธีการจัดการขยะให้ชัดเจน ในยุคนั้นการจัดการขยะยังเน้นที่การเผาเป็นส่วนใหญ่ แต่โรงเผาขยะยังมีไม่มากนัก ทำให้ต้องนำขยะมากองกันเป็นภูเขาแล้วจุดไฟเผาทั้งอย่างนั้น

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 1945 – 1950)

เมื่อสิ้นสุดสงคราม เศรษฐกิจก็เริ่มเคลื่อนตัว ผู้คนต่างพากันเข้ามาอยู่ในเมืองใหญ่มากขึ้น ทำให้ปริมาณขยะในเมืองใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ในตอนนั้น ผู้คนยังคงทิ้งขยะกันตามแม่น้ำและพื้นที่โล่ง เกิดปัญหาแมลงวันและยุงชุกชุม และยังทำให้โรคติดเชื้อแพร่ระบาดได้ง่ายขึ้นอีกด้วย อีกทั้งการขนย้ายขยะยังคงใช้แรงงานคนลากเกวียนอยู่ ทำให้เก็บขยะได้ภายในพื้นที่เล็ก ๆ และแรงงานคนก็มีจำกัด ต่อมาแม้จะเปลี่ยนมาใช้รถเก็บขยะ แต่ก็เกิดปัญหาขยะปลิวกระจัดกระจายออกมาจากรถเหล่านั้นอยู่ดี

ญี่ปุ่นแก้ปัญหาในตอนนั้นด้วยการออกกฎหมายอีกฉบับกำหนดให้ไม่ใช่เฉพาะการปกครองส่วนท้องถิ่นเท่านั้น แต่ยังให้การปกครองส่วนกลาง รวมถึงการปกครองส่วนภูมิภาคระดับจังหวัดต้องสนับสนุนด้านการเงินและด้านเทคโนโลยีในการจัดการกับขยะด้วย นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังกำหนดให้ประชาชนมีหน้าที่ให้ความร่วมมือกับอำเภอ ตำบล และหมู่บ้านในการเก็บและจัดการกับขยะ

การจัดการกับขยะจากครัวเรือนของญี่ปุ่นเหมือนจะเข้าที่เข้าทาง แต่ก็เกิดปัญหาใหม่ขึ้นมาอีก เนื่องจากยังมีขยะจากภาคอุตสาหกรรมที่การปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถเข้าไปจัดการได้เต็มที่นัก ด้วยอุปสรรคทางด้านเทคโนโลยี การเงิน และการบริหาร ในตอนต่อไปเราจะมาดูกันว่า ญี่ปุ่นจัดการกับขยะจากภาคอุตสาหกรรมกันอย่างไร

การจัดการขยะของประเทศไทยในปัจจุบัน

จากความคิดเห็นส่วนตัว ผู้เขียนคิดว่าการจัดการขยะของประเทศไทยในปัจจุบันมีหลายอย่างที่ใกล้เคียงกับสถานการณ์ของญี่ปุ่นในช่วงเวลาที่ 1 นี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะโดยบริษัทเอกชน การที่พี่ ๆ ซาเล้งถีบรถไปทั่วเมืองเพื่อเลือกเก็บขยะส่วนที่ทำเงินได้ไปขาย การที่มีขยะปลิวกระจัดกระจายออกมาจากรถเก็บขยะ และภูเขาขยะกองใหญ่ที่รอวันถูกเผา ถ้าเพื่อน ๆ อยากรู้ว่าสถานการณ์การจัดการขยะของประเทศไทยในปัจจุบันเป็นอย่างไร แตกต่างหรือเหมือนกับญี่ปุ่นในทศวรรษที่ 1800 – 1900 อย่างไรบ้าง สามารถไปดูได้ที่วิดีโอ Waste Journey ด้านบนได้เลยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก : env.go.jp