วิธีใช้เบกกิ้งโซดาเพื่อเพิ่มความอร่อยและสุขภาพที่ดีของคนญี่ปุ่น

เบกกิ้งโซดามีความปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งคนญี่ปุ่นนิยมนำมาใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันมากมาย เช่น ใช้ปรุงอาหาร ทำความสะอาดบ้านเรือนและอุปกรณ์ต่างๆ ในบ้าน กำจัดกลิ่น และใช้กับสุขภาพกาย มารู้วิธีการใช้เบกกิ้งโซดาเพื่อเคล็ดลับความอร่อยของอาหารและเพื่อสุขภาพกายของคนญี่ปุ่นกันค่ะ

การนำเบกกิ้งโซดามาใช้ประโยชน์เกี่ยวกับอาหาร

ประโยชน์ของเบกกิ้งโซดาที่นำมาใช้กับอาหารมีดังนี้คือ

ทำให้เนื้อนุ่ม

เบกกิ้งโซดาเป็นอีกหนึ่งเคล็ดลับที่คนญี่ปุ่นใช้ในการหมักเนื้อให้นุ่มเนื่องจากมีคุณสมบัติในการย่อยสลายโปรตีน วิธีการเตรียมทำได้โดยเติมเบกกิ้งโซดา (1 หยิบมือต่อเนื้อสัตว์ 100 กรัม) ลงไปในเนื้อที่เตรียมไว้ ใช้มือคลุกเคล้าให้เข้ากัน วางทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วจึงนำไปปรุงอาหารได้โดยไม่ต้องล้างออก ทั้งนี้หากอยากให้เนื้อนุ่มมากขึ้นก็ใช้ส้อมจิ้มให้ทั่วเนื้อก่อนแล้วจึงเติมเบกกิ้งโซดาลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน  ข้อควรระวังในการใช้เบกกิ้งโซดา คือ ไม่ควรใช้เกิน 1 หยิบมือต่อเนื้อสัตว์ 100 กรัม เพราะหากใช้มากเกินไปจะทำให้เนื้อมีรสชาติขมได้

ทำให้ไข่นุ่มฟู

เบกกิ้งโซดาจะช่วยทำให้ไข่ปรุงสุกไม่ว่าจะเป็นไข่เจียวหรือไข่คนมีเนื้อสัมผัสนุ่มฟูขึ้น วิธีการเตรียมทำได้โดยเติมเบกกิ้งโซดา 1 หยิบมือ ลงไปในไข่ 2 ฟอง

ต้มถั่วเหลืองและถั่วแดงให้นุ่มอร่อย

เบกกิ้งโซดาย่อยสลายโปรตีนและเส้นใยในถั่วได้ คนญี่ปุ่นจึงมักแช่ถั่วเหลืองหรือถั่วแดงไว้ในน้ำที่มีส่วนผสมเบกกิ้งโซดาเป็นเวลา 1 คืน ก่อนนำมาต้มหรือนึ่งให้ถั่วเหลืองหรือถั่วแดงมีความนุ่มอร่อย วิธีการเตรียมทำได้โดยใช้น้ำสำหรับแช่ถั่วในปริมาณ 5 เท่าของถั่ว และเบกกิ้งโซดาในปริมาณ 0.2 เปอร์เซ็นต์ของน้ำที่ใช้ ตัวอย่างเช่น ถั่วเหลือง 200 กรัม น้ำ 1,000 มิลลิลิตร และเบกกิ้งโซดา 2 กรัม

ขจัดกลิ่นเหม็นคาวของเนื้อปลา

ด้วยมีคุณสมบัติช่วยดับกลิ่น เบกกิ้งโซดาจึงเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่คนญี่ปุ่นใช้ดับกลิ่นคาวของปลา วิธีการเตรียมทำได้โดยละลายเบกกิ้งโซดา 2  ช้อนโต๊ะในน้ำ 1 ลิตร แล้วนำมาล้างเนื้อปลา หากเป็นปลาทั้งตัวก็ให้ล้างท้องปลาให้สะอาด ล้างซ้ำด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง จากนั้นเช็ดปลาให้แห้งด้วยกระดาษชำระสำหรับงานครัว ก็จะทำให้กลิ่นเหม็นคาวปลาหมดไป

เคล็ดลับอาหารทอดกรอบอร่อย

แบกกิ้งโซดาก่อให้เกิดคาร์บอนไดออกไซด์ในขณะที่ทอด ทำให้อาหารทอดประเภทเทมปุระและคาราอาเกะกรอบอร่อยและคงความกรอบได้นาน วิธีการเตรียมทำได้โดยใช้สัดส่วนของเบกกิ้งโซดา 1 หยิบมือต่อแป้งสาลีสำหรับทำเค้ก 2  ช้อนโต๊ะ

ขจัดรสขมออกจากผักและทำให้ผักมีสีสวย

เบกกิ้งโซดามีคุณสมบัติในการทำให้เส้นใยผักอ่อนตัวลงในขณะที่ต้ม ทำให้สารที่ก่อให้เกิดรสขมในผักละลายออกมาสู่น้ำ ส่งผลให้ผักที่ได้มีรสขมน้อยลง อีกทั้งหากต้มผักใบเขียว คลอโรฟิลล์ในผักจะทำปฏิกิริยากับสารละลายด่างในเบกกิ้งโซดาจึงทำให้ผักต้มมีสีเขียวสวยงาม วิธีการต้มทำได้โดยเติมเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาลงไปในน้ำ 1 ลิตร

การนำเบกกิ้งโซดามาใช้เพื่อสุขภาพกาย

คนญี่ปุ่นนำเบกกิ้งโซดามาใช้เพื่อสุขภาพกายดังนี้คือ

ใช้ทำความสะอาดฟันและช่องปาก

ด้วยมีคุณสมบัติในการขัดทำความสะอาดและมีความเป็นด่างอ่อน คนญี่ปุ่นจึงนำเบกกิ้งโซดามาใช้ขัดทำความสะอาดเอาคราบสีเหลืองหรือคราบบุหรี่ออกจากฟัน ป้องกันฟันผุและกลิ่นปาก โดยมีวิธีการที่ง่ายคือ โรยเบกกิ้งโซดาเล็กน้อยลงไปบนยาสีฟัน แปรงทำความสะอาดเบาๆ แล้วบ้วนปากด้วยน้ำสะอาด

ใช้แก้คันจากยุงกัด

เบกกิ้งโซดาซึ่งมีความเป็นด่างจะแก้ฤทธิ์คันจากน้ำลายยุงซึ่งมีความเป็นกรดได้ดี วิธีการเตรียมทำได้โดยนำเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชาผสมน้ำ 1 ช้อนชา และนำไปป้ายบนแผลที่โดนยุงกัด ซึ่งจะช่วยบรรเทาอาการคันได้ดี

ใช้ขัดผิว

เบกกิ้งโซดาช่วยขัดเอาเซลล์ผิวหนังที่ตายออกเพื่อเสริมให้มีการสร้างผิวหนังใหม่ขึ้นมา อีกทั้งยังช่วยป้องกันสิวหัวดำได้ดี วิธีการเตรียมทำได้โดยนำเบกกิ้งโซดา 1 ช้อนชา ผสมกับสบู่ที่ตีจนเป็นฟองจากนั้นนำมาขัดถูใบหน้าและตัว แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด

คนญี่ปุ่นให้ความสำคัญกับการใช้เบกกิ้งโซดาในชีวิตประจำวันมาก เบกกิ้งโซดาที่มีจำหน่ายอยู่ตามตลาดนั้นมีหลายเกรด เกรดที่รับประทานได้มีราคาไม่แพง และสามารถนำมาใช้ทำความสะอาดบ้านและดับกลิ่นได้ เพื่อความปลอดภัยในการนำมาใช้รับประทานอย่างไม่สับสน ก็ขอแนะนำว่าให้เลือกซื้อเกรดที่รับประทานได้มาเป็นถุงใหญ่เลยทีเดียวค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก: kufura, sakuraifoods