สุขนิสัยเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงตามคำแนะนำของคนญี่ปุ่น

เข้าสู่ช่วงอากาศหนาวซึ่งเป็นช่วงที่คนญี่ปุ่นกลัวกันว่าไวรัสไข้หวัดใหญ่และโควิด-19 จะระบาดเพิ่มขึ้น ดังนั้นนอกจากการใส่หน้ากากอนามัยและล้างมือแล้ว คนญี่ปุ่นก็หันมาดูสุขภาพของร่างกายให้แข็งแรงเพื่อต่อสู้กับไวรัสด้วย มาดูสุขนิสัยเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงนอกเหนือจากการกินอาหารของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

ระบบประสาทอัตโนวัติกับบทบาทการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง

ระบบประสาทอัตโนวัติมีหน้าที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะบางอย่างซึ่งทำงานอยู่นอกเหนืออำนาจจิตใจ โดยแบ่งเป็นระบบประสาทซิมพาเทติกซึ่งเป็นระบบประสาทที่เกี่ยวกับกิจกรรมการทำงานของร่างกายในตอนกลางวันและเมื่อมีความเครียด ระบบประสาทชนิดนี้จะทำให้มนุษย์มีความตื่นตัวและทำหน้าที่ต่างๆ ในช่วงกลางวันได้ดี

ในทางตรงข้ามระบบประสาทพาราซิมพาเทติกซึ่งทำหน้าที่เด่นในตอนกลางคืนเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลาย เพิ่มการทำงานของอวัยวะภายใน และทำให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายเป็นปกติ เมื่อคนเรามีความเครียดสะสมเป็นเวลานานระบบประสาทอัตโนวัติจะถูกรบกวน ทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานเด่นตลอดเวลา และส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานบกพร่อง ดังนั้นปัจจัยสำคัญเพื่อเสริมสร้างสมดุลของระบบประสาทอัตโนวัติทั้งระบบประสาทซิมพาเทติกและพาราซิมพาเทติกให้มีหน้าที่ที่สมดุลคือสุขนิสัยดังต่อไปนี้

สุขนิสัยเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกาย

การนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอ

การนอนหลับในช่วงกลางคืนและตื่นนอนในช่วงกลางวันเป็นสวิทช์ตามธรรมชาติที่สำคัญในการเปิดให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำหน้าที่เด่นในตอนกลางวันเพื่อให้ร่างกายตื่นตัว และเปิดให้ระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำหน้าที่เด่นในตอนกลางคืนเพื่อให้ร่างกายได้ผ่อนคลาย ซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายสดชื่นและมีภูมิคุ้มกันของร่างกายที่แข็งแรง

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

การออกกำลังกายง่ายๆ เช่น กายบริหารเพียงวันละ 10 นาที หรือเดินให้เหงื่อออกเล็กน้อยเป็นกิจวัตรประจำวันที่ดีเพื่อให้ร่างกายแข็งแรง การออกกำลังกายนอกจากช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงของร่างกายแล้วก็ยังช่วยป้องกันโรคที่เกิดจากการดำเนินชีวิตประจำวัน ช่วยป้องกันการหกล้ม และช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองด้วย

ออกำลังกาย

หัวเราะให้บ่อย

เมื่อเราหัวเราะจะทำให้ประสาทพาราซิมพาเทติกทำหน้าที่เด่น ส่งผลในการกระตุ้นการทำงานของ NK Cell หรือ Natural Killer Cell  ซึ่งเป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่ทำหน้าที่ในการทำลายเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสและเซลล์มะเร็ง ส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยง่าย ดังคำกล่าวที่เราได้ยินบ่อยคือ การหัวเราะจะทำให้อายุยืน

ทำให้ร่างกายอบอุ่น

เมื่ออุณหภูมิของร่างกายสูงขึ้น เม็ดเลือดขาวชนิดลิมโฟไซต์ (Lymphocyte) ซึ่งเกี่ยวข้องกับภูมิคุ้มกันของร่างกายจะเพิ่มขึ้นและทำหน้าที่ได้ดีขึ้น ส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายดีขึ้น นอกจากนี้เมื่อร่างกายอุ่นขึ้นจะทำให้หลอดเลือดขยายตัว และทำให้การทำงานของระบบประสาทพาราซิมพาเทติกทำงานเด่นขึ้นและส่งผลให้รู้สึกผ่อนคลาย การแช่น้ำอุ่นที่มีอุณหภูมิ 40 องศาเซลเซียสเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาทีจะช่วยให้ร่างกายแข็งแรงไม่ป่วยง่าย

นอกจากนี้การกินอาหารที่กระตุ้นให้ร่างกายอบอุ่น ได้แก่ ขิง ผักประเภทราก ได้แก่ มันเทศและมันฝรั่ง เป็นต้น จะช่วยทำให้ร่างกายอบอุ่นและส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงด้วย

หาเวลาพักผ่อน

การหาเวลาพักผ่อนจากไปเที่ยวชมธรรมชาติ ดูหนังฟังเพลงและอ่านหนังสือที่ชอบ เป็นต้น จะช่วยขจัดความเครียด ทำให้นอนหลับง่ายและนำไปสู่ร่างกายที่แข็งแรง

การกินอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่สมดุล

อาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน วิตามินและแร่ธาตุต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาหน้าที่ทางภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทั่วไปแล้วอาหารญี่ปุ่นมักจะเป็นอาหารที่มีความสมดุลของคุณค่าทางโภชนาการมากกว่าอาหารฝรั่ง

อาหารญี่ปุ่น

อื่นๆ

การไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กินอาหารเช้า และดูแลน้ำหนักตัวให้คงที่ไม่อ้วนหรือผอมจนเกินไป ก็เป็นปัจจัยที่จะเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรงด้วย

ความไม่มีโรคคือลาภอันประเสริฐ วิธีการง่ายๆ ที่จะทำให้ตัวเรามีสุขภาพที่แข็งแรงก็คือการสร้างสมดุลให้แก่ร่างกายจากสุขนิสัยข้างต้น หากอยากแข็งแรงไม่ป่วยง่ายก็ลองทำดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: minamitohoku