อาหารและเครื่องดื่มที่คนญี่ปุ่นแนะนำว่าช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และไวรัสได้

ในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่ระบาดไปทั่วโลก แม้จะฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่และล้างมือกลั้วคออย่างดีแล้วบางครั้งก็ยังพลาดติดไข้หวัดใหญ่ได้ นอกจากการนอนหลับพักผ่อนที่เพียงพอแล้ว การรับประทานอาหารก็มีบทบาทสำคัญในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มารู้อาหารและเครื่องดื่มที่ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่และไวรัสได้กันนะคะ

อาหารที่ดีต่อลำไส้

ภูมิคุ้มกันของร่างกายนั้นถูกสร้างมาจากลำไส้ประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นเพื่อช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของร่างกายจึงควรรับประทานผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร และอาหารที่อุดมไปด้วยแลกติก แอซิดแบคทีเรีย ได้แก่ โยเกิร์ต กิมจิและมิโสะ ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการปรับสภาพแวดล้อมที่ดีของลำไส้ นอกจากนี้ก็ควรรับประทานไข่เป็นประจำ เพราะอุดมไปด้วยกรดอะมิโนกลูตามีนซึ่งมีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งอาหารสำคัญของเยื่อเมือกบุผิวของผนังลำไส้เล็ก หากร่างกายรับกรดอะมิโนกลูตามีนในปริมาณที่ไม่เพียงพอก็จะส่งผลให้ภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำลง อย่างไรก็ตามความร้อนจะไปทำลายกรดกลูตามีน การรับประทานข้าวกับไข่ดิบ (ที่ปลอดเชื้อซาลโมเนลลา) จึงเป็นทางเลือกที่ดี อย่างไรก็ตามหากไม่ชอบรับประทานไข่ดิบ เนื้อ ปลา สาหร่ายทะเลและมะเขือเทศก็อุดมไปด้วยกรดอะมิโนกลูตามีนเช่นกัน

โยเกิร์ต
ทามาโกะโกะฮังหรือข้าวหน้าไข่ดิบ

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี

วิตามินดีมีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง หากร่างกายขาดวิตามินดีก็จะส่งผลให้ป่วยง่าย แม้ว่าร่างกายจะสร้างวิตามินดีได้ง่ายเพียงตากแดดในตอนเช้า แต่คนส่วนใหญ่จะไม่มีเวลาออกไปสัมผัสแดด อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินดี ได้แก่ นม ไข่แดง ปลาซาดีนตากแห้ง ปลาเล็กปลาน้อยตากแห้ง และเห็ดหอมแห้ง เป็นต้น

ปลาเล็กชิราสึ
เห็ดหอมแห้ง

อาหารที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและเอ

วิตามินซีและเอ มีบทบาทสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันของร่างกาย การรับประทานฟักทอง แครอท ผักและผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีและเอ จึงมีบทบาทสำคัญในการช่วยป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่รวมถึงโรคที่เกิดจากไวรัสได้

ผักต่างๆ

เครื่องดื่มที่ช่วยป้องกันไข้หวัดใหญ่

การดื่มน้ำและเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มความชื้นให้แก่ร่างกายเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยป้องกันการแพร่ของไวรัสข้าสู่ร่างกาย ทั้งนี้เครื่องดื่มที่ดีมากสำหรับป้องกันไวรัสคือ ชาเขียวที่อุดมไปด้วยคาเทชิน (Catechin) ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการยับยั้งการเจริญของไวรัส อีกทั้งชาเขียวยังมีสารที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายคือ ธีอะนีน (Theanine) การรู้สึกผ่อนคลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ร่างกายมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรง โดยการดื่มชาเขียวให้มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสคือวันละ 2-3 ครั้ง

ชาเขียว

ปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ร่างกายต้านไวรัสนอกเหนือไปจากการฉีดวัคซีน การพักผ่อนอย่างเพียงพอ การออกกำลังกาย การล้างมือและใส่หน้าการอนามัยคือ การรักษากายและใจให้แข็งแรง ใจที่ผ่อนคลายกับการรับประทานอาหารที่มีคุณค่าจะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรง ในยามที่ไวรัสระบาดทั่วโลก ไม่มีใครสามารถทำใจให้นิ่งได้ เรากลัวได้แต่ไม่ควรตระหนกจนเสียขวัญ หันมารักษาสุขภาพของเราและคนที่อยู่ใกล้ตัวให้แข็งแรงด้วยอาหารที่มีคุณค่าต่อร่างกายกันนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก e-dock