แมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เด็กญี่ปุ่นชอบจับในช่วงฤดูร้อน

ชีวิตเด็กญี่ปุ่นนั้นเต็มไปด้วยชีวิตชีวาจากการได้สัมผัสธรรมชาติตั้งแต่เพิ่งเดินได้ เด็กญี่ปุ่นทุกคนต่างเคยจับและวิ่งไล่จับแมลง โดยเฉพาะการวิ่งไล่จับแมลงซึ่งเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ลูกผู้ชายญี่ปุ่นมีประสบการณ์แทบทุกคน มารู้จักแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังที่เด็กญี่ปุ่นนิยมจับเล่นกันนะคะ

ตัวกะปิ

ตัวกะปิ (Woodlice) หรือ ดังโกะมุชิ (だんごむし) ในภาษาญี่ปุ่น เป็นสัตว์ลำตัวแบ่งเป็นข้อปล้องและม้วนขดเป็นวงกลมได้เมื่อถูกรบกวน ปล้องลำตัวแต่ละปล้องประกอบด้วยขา 1 คู่ ในญี่ปุ่นตัวกะปิจะอาศัยอยู่ใต้ก้อนหิน ใต้เศษใบไม้ หรือกิ่งไม้ที่ดินมีความชื้นสูง ตัวกะปิกินซากใบไม้ที่กำลังเน่าเปื่อยและบางทีก็พืชผักที่ปลูกไว้เป็นอาหาร การลอกคราบเป็นวิธีเจริญเติบโตของตัวกะปิ โดยมันจะลอกคราบในส่วนลำตัวครึ่งท้ายก่อนจากนั้นจึงลอกคราบบริเวณลำตัวตอนหน้า ตัวกะปิเพศเมียมีถุงสำหรับเก็บไข่ที่ผสมแล้วบริเวณด้านล่างของลำตัว เมื่อไข่ฟักเป็นตัว ลูกตัวกะปิสีขาวค่อยๆ คลานออกมาจากถุงนั้น

ในญี่ปุ่นตัวกะปิเป็นเพื่อนเล่นต่างสปีชีส์กับเด็กญี่ปุ่นตั้งแต่เพิ่งเริ่มเดินได้ โดยเด็กๆ จะประหลาดใจและให้ความสนใจกับเจ้าตัวกะปิเป็นนานสองนาน บ้างก็ให้ตัวกะปิไต่บนมือสร้างความขยะแขยงให้แก่คุณแม่จำนวนไม่น้อย บ้างก็จับไปเลี้ยงไว้ดูเล่นที่บ้าน

กุ้งเครย์ฟิช

กุ้งเครย์ฟิช (Crayfish) หรือ ซาริงานิ (ザリガニ) ในภาษาญี่ปุ่น เป็นกุ้งน้ำจืดชนิดหนึ่งที่มีลำตัวแยกเป็นสามส่วนคือ ส่วนหัว ส่วนกลางตัวซึ่งเป็นส่วนที่มีขาสำหรับใช้เดินกับว่ายน้ำ และมีก้ามแข็งแรงที่ใช้สำหรับจับอาหารและใช้ต่อสู้ และอีกส่วนคือส่วนท้อง ตัวกุ้งจะถูกหุ้มด้วยเปลือกแข็ง ในญี่ปุ่นกุ้งเครย์ฟิชส่วนใหญ่ที่พบทั่วไปในนาข้าว คู ทางน้ำไหล สระน้ำ และหนองบึงเป็นลูกหลานของกุ้งเครย์ฟิชที่นำเข้ามาจากอเมริกาเพื่อใช้เป็นเหยื่อในการตกปลาและถูกทิ้งไว้ตามแหล่งน้ำ ซึ่งกุ้งชนิดนี้สามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็วกว่ากุ้งเครย์ฟิชดั้งเดิมของญี่ปุ่น

ในช่วงที่อากาศอุ่นขึ้นตั้งแต่กลางเดือนพฤษภาคมไปจนถึงเดือนกันยายน เด็กญี่ปุ่นจะเพลิดเพลินกับการหาและตกกุ้งเครย์ฟิชตามแหล่งน้ำจืดต่างๆ วิธีการตกกุ้งนั้นง่ายมาก เพียงผูกด้ายกับปลาหมึกแห้งชิ้นเล็กแล้วหย่อนลงไปในน้ำ กุ้งเครย์ฟิชก็จะใช้ก้ามหนีบปลาหมึกไว้ ทำให้สามารถจับกุ้งได้อย่างง่ายดาย

วิธีการจับกุ้งเครย์ฟิช

จั๊กจั่น

จั๊กจั่น (Cicada) หรือ เซมิ (蝉,セミ) ในภาษาญี่ปุ่น เป็นแมลงที่เป็นสัญลักษณ์ของฤดูร้อนในญี่ปุ่น เพราะไม่ว่าเดินผ่านต้นไม้ใดก็จะได้ยินเสียงจั๊กจั่นร้องระงม จั๊กจั่นมีวงจรชีวิตที่ทรหดน่าสนใจมาก เริ่มจากที่จั๊กจั่นตัวเมียเจาะรู้ต้นไม้และวางไข่ไว้ จากนั้นไข่จะฟักเป็นตัวอ่อนและตกลงจากต้นไม้สู่พื้นดิน ตัวอ่อนจักจั่นจะไปอาศัยอยู่ที่รากพืชใต้ดินเพื่อดูดน้ำเลี้ยงจากรากพืช และลอกคราบเรื่อยๆ จนตัวอ่อนเจริญเต็มที่ซึ่งใช้เวลาตั้งแต่ 3-17 ปี แต่โดยส่วนใหญ่จักจั่นญี่ปุ่นจะอยู่ใต้ดินประมาณ 6 ปี จากนั้นตัวอ่อนที่เจริญเติบโตเต็มที่จะขุดรูขึ้นมาจากใต้ดินปีนขึ้นสู่ต้นไม้เพื่อลอกคราบเป็นจั๊กจั่นตัวเต็มวัย และเริ่มส่งเสียงดังระงมเพื่อเรียกหาคู่และผสมพันธุ์ จากนั้นจึงเริ่มวางไข่ โดยทั้วไปจั๊กจั่นตัวเต็มวัยมีอายุประมาณ 1-2 อาทิตย์ แล้วก็จะตายตกเกลื่อนอยู่ใต้ต้นไม้ ในช่วงฤดูร้อนมักจะพบเห็นเด็กญี่ปุ่นถือสวิงเดินตามเสียงร้องของจั๊กจั่นเพื่อจับจั๊กจั่น อย่างไรก็ตามเนื่องจากจั๊กจั่นกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้และมีอายุที่สั้น ดังนั้นจึงเป็นการจับเพื่อความสนุก เมื่อจับเสร็จก็ปล่อยให้จั๊กจั่นกลับสู่ธรรมชาติเหมือนเดิม

คราบจั๊กจั่นที่เหลืออยู่ตามต้นไม้
จั๊กจั่นตัวเต็มวัย

ด้วงกว่าง

ด้วงกว่าง (Rhinoceros beetle) หรือคะบุโตะมุชิ (カブトムシ) ในภาษาญี่ปุ่น เป็นแมลงที่เป็นที่ชื่นชอบของเด็กผู้ชายในญี่ปุ่น เนื่องจากตัวผู้มีขนาดใหญ่แลดูบึกบึนและมีเขาดูสง่างาม โดยทั่วไปด้วงกว่างตัวผู้จะมีความยาวตั้งแต่ 30 ถึง 54 มิลลิเมตร (ไม่รวมเขา) และตัวเมียที่ไม่มีเขามีความยาวของลำตัวตั้งแต่ 30 ถึง 52 มิลลิเมตร การจับด้วงกว่างนั้นต้องไปตามป่าที่มีต้นไม้ตระกูลโอ๊คและเกาลัดต่างๆ เนื่องจากด้วงกว่างจะมาดูดกินน้ำเลี้ยงจากต้นไม้เหล่านี้ เวลาที่ดีในการจับด้วงกว่างคือตอนกลางคืนและเช้ามืด ในฤดูร้อนเด็กญี่ปุ่นที่ไปเข้าค่ายพักแรมมักจะมีด้วงกว่างติดมือกลับมาเลี้ยงที่บ้าน

วงจรชีวิตของด้วงกว่างนั้นเริ่มจากการผสมพันธุ์และวางไข่ในช่วงฤดูร้อนตั้งแต่เดือนมิถุนายนถึงเดือนสิงหาคม ในธรรมชาติด้วงกว่างจะางไข่ไว้ในดินใต้ซากใบไม้ครั้งละประมาณ 20-30 ใบ จากนั้นไข่จะกลายเป็นตัวอ่อนในช่วงฤดูหนาวและมีการลอกคราบถึง 3 ครั้ง ก่อนเปลี่ยนเป็นดักแด้ในช่วงประมาณเดือนมิถุนายนและกลายเป็นตัวเต็มวัยหลังจากนั้นอีกประมาณ 3 อาทิตย์ แล้วก็มีชีวิตจนถึงประมาณปลายเดือนสิงหาคมจากการดูดน้ำเลี้ยงตามต้นโอ๊คและเกาลัดพันธุ์ต่างๆ ในญี่ปุ่นสามารถหาซื้อด้วงกว่างได้ตามร้านขายสัตว์เลี้ยงและซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่หลายที่ เพื่อให้เด็กได้เลี้ยงและดูการเจริญเติบโตของด้วงกว่าง

ด้วงกว่างที่เลี้ยงไว้ตามบ้าน
ตัวอ่อนด้วงกว่าง
ดักแด้

นอกจากสัตว์ข้างต้นแล้วเด็กญี่ปุ่นก็นิยมจับผีเสื้อ ตั๊กแตน และแมลงปอด้วย การให้เด็กได้ใช้ชีวิตกับธรรมชาติโดยการจับและสัมผัสแมลงและสัตว์ไม่มีกระดูกสันหลังเหล่านี้เป็นอีกหนึ่งวิธีการเลี้ยงลูกของคนญี่ปุ่นเพื่อให้เด็กช่างสังเกต รักธรรมชาติ และมีจิตใจที่อ่อนโยน คนญี่ปุ่นจำนวนไม่น้อยเลี้ยงสัตว์ที่จับได้เหล่านี้ไว้อย่างดีที่บ้าน ผู้เขียนก็ปล่อยให้ลูกได้ไล่จับและสัมผัสแมลงดังกล่าวอย่างเต็มที่และคอยสอนวิธีจับที่ไม่ทำร้ายแมลง หลายครั้งเด็กๆ ขอเลี้ยงแมลงที่จับได้ แต่ผู้เขียนก็ปฏิเสธเสมอโดยบอกลูกว่าธรรมชาติคือที่อยู่ที่ดีที่สุดของสัตว์ทุกชนิด และเราสามารถไปหาหรือสัมผัสพวกมันได้เมื่อมีเวลา