เคล็ดลับวิธีประหยัดค่าอาหารแบบไม่ต้องอด แถมมีเงินเก็บเพิ่มสไตล์คนญี่ปุ่น

ในภาวะเศรษฐกิจแบบตอนนี้ เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนคงหันมาให้ความสำคัญกับการออมเงินเพิ่มมากขึ้นไม่มากก็น้อยใช่ไหมละคะ การลดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอาจจะเป็นเรื่องง่ายที่สามารถทำได้แบบไม่รู้สึกลำบาก แต่การจะลดค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับของการอาจเป็นเรื่องหนักใจของหลายคน คราวนี้เราจะมาแนะนำไอเดียการประหยัดค่าใช้จ่ายเรื่องกิน แบบไม่ต้องกลัวอดกลัวหิวในสไตล์คนญี่ปุ่นที่ขึ้นชื่อเรื่องการออมเงินกันนะคะ มาดูกันดีกว่าว่ามีเทคนิคไหนที่สามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้บ้างนะ

1. เปลี่ยนมาใช้กระติกน้ำส่วนตัว


วิธีแรกในการประหยัดค่าอาหารที่ทำได้ง่ายมาก ๆ ก็คือ การเปลี่ยนจากซื้อน้ำวันละหลาย ๆ ขวด มาพกกระติกน้ำส่วนตัวแทน เพราะหากเราต้มน้ำหรือชงชาใส่กระติกน้ำส่วนตัวพกไปทำงาน จะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการซื้อน้ำ ซื้อชา จากร้านสะดวกซื้อได้ไม่น้อยเลย

2. เปลี่ยนจากซื้อกาแฟที่ร้าน เป็นพกกาแฟใส่กระติกน้ำไปออฟฟิศ

คนทำงานส่วนใหญ่คงติดนิสัยการดื่มกาแฟตอนเช้าหรือในระหว่างวัน เวลาซื้อกาแฟจากร้านกาแฟชื่อดัง เช่น สตาร์บัค แต่ละครั้ง ค่ากาแฟก็จะอยู่ที่ประมาณ 300 เยน ต่อแก้ว หากลองคำนวณว่าต้องดื่มกาแฟทุกวันก็จะเห็นว่าแต่ละเดือนเราต้องเสียค่ากาแฟไม่น้อยเลย ลองเปลี่ยนจากการซื้อที่ร้าน มาเป็นชงกาแฟจากบ้านใส่กระติกน้ำแล้วพกไปทำงานดู เลือกเม็ดกาแฟจากร้านโปรดแล้วมาชงเองที่บ้าน ก็ไม่น่าจะทำให้เสียอรรถรสเท่าไรนะคะ

3. เปลี่ยนจากการดื่มเบียร์ มาเป็นเบียร์ทางเลือก

มนุษย์เงินเดือนหลายคนที่เหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ก็คงอยากจะดื่มเบียร์เย็น ๆ สักแก้วหลังเลิกงานเพื่อการผ่อนคลาย สำหรับคนญี่ปุ่นที่อยากประหยัดค่าเบียร์ตรงนี้ ก็มีเบียร์ที่ชาวญี่ปุ่นเรียกว่าเบียร์ชนิดที่ 3 ซึ่งก็คือ เครื่องดื่มแบบเบียร์ที่ไม่ใช้มอลต์ในการผลิต โดยเครื่องดื่มชนิดนี้มีอัตราภาษีที่ถูกกว่าเบียร์ทั่วไป ทำให้มีราคาที่ถูกกว่า เหมาะกับคนรักการดื่มไปพร้อมกับต้องการประหยัดเงินมาก ๆ เลยละ

4. ลดค่าไฟพร้อมเพิ่มเวลาด้วยการแช่แข็งข้าวเอาไว้

สำหรับคนที่ทานข้าวทุกวัน แนะนำให้หุงข้าวทีละเยอะ ๆ แม้จะอยู่คนเดียว เพราะการหุงข้าวใหม่ทุกวัน นอกจากจะทำให้เสียเวลา ยังเป็นการเสียค่าไฟค่าน้ำอีกด้วย ลองเปลี่ยนมาหุงข้าวทีละเยอะ ๆ แล้วแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ พอดีสำหรับแต่ละมื้อและแช่ช่องแข็งไว้ วิธีนี้เป็นวิธีประหยัดค่าใช้จ่ายและประหยัดเวลาพื้นฐานของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้

5. เปลี่ยนจากข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อ มาเป็นทำกับข้าวเอง

ทำงานเสร็จก็เหนื่อยมากแล้ว คนญี่ปุ่นหลายคนเลยติดนิสัยแวะซื้อข้าวกล่องในร้านสะดวกซื้อก่อนกลับบ้าน แต่จริง ๆ แล้วมีเทคนิคที่สะดวกและสามารถประหยัดได้มากกว่าก็คือ การซื้อซอสพาสต้าตามซุปเปอร์มาร์เก็ตที่มีรสชาติให้เลือกหลายหลาย หรือจะต้มแกงกระหรี่ไว้ติดตู้เย็นที่บ้าน เพียงแค่นำมาอุ่นนิดหน่อย แค่นี้ก็สามารถช่วยประหยัดได้ประมาณมื้อละ 200 เยนแล้วละค่ะ

6. เปลี่ยนจากของหวานในร้านสะดวกซื้อ มาเป็นของหวานในซุปเปอร์

สำหรับคนที่ชอบทานของหวาน คงรู้กันอยู่แล้วว่าของหวานในร้านสะดวกซื้อของญี่ปุ่นมีให้เลือกมากมาย แถมยังอร่อยมาก ๆ อีกด้วย อยากจะบอกว่า ของหวานในซุปเปอร์มาร์เก็ตญี่ปุ่นก็มีให้เลือกมากมายและรสชาติดีไม่แพ้กัน แต่ราคาถูกกว่าในร้านสะดวกซื้อไปอีก ดังนั้นคนญี่ปุ่นที่อยากประหยัดเงินค่าของหวาน จึงมักเลือกซื้อของหวานจากในซุปเปอร์มาร์เก็ตสำหรับปิดท้ายมื้ออาหารกันค่ะ

7. ลองย่างสเต็กทานเองที่บ้าน

ในวันที่เหนื่อยมาก ๆ หรือวันพิเศษ คนญี่ปุ่นมักเลือกทานเนื้ออร่อย ๆ เพื่อเป็นการให้รางวัลกับตัวเอง แต่ต้องบอกว่า เมนูเนื้อดี ๆ อย่างสเต็กนั้น ถ้ากินตามร้านก็ค่อนข้างแพงพอตัวเลย ดังนั้นคนญี่ปุ่นที่อยากเก็บออมค่าอาหารก็จะเลือกซื้อเนื้อวัวจากซุปเปอร์มาร์เก็ตมาย่างเองที่บ้าน ยิ่งตอนลดราคายิ่งถูกลงแบบคุ้มสุด ๆ

8. ลดจำนวนครั้งการทานข้าวนอกบ้านลง

การออกไปทานของอร่อย ๆ นอกบ้านคือความสุขของใครหลายคนอย่างแน่นอน แต่ถ้าเผลอสปอยตัวเองมากเกินไปคงไม่ดีต่อกระเป๋าตังค์แน่ ๆ ค่ะ สำหรับคนญี่ปุ่นที่อยากจะเก็บออมเงิน การลดจำนวนครั้งการออกไปทานข้าวนอกบ้าน ถือเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่ทุกคนนึกถึงเลยละ

9. เลือกซื้อของจากร้าน 100 เยนหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตราคาประหยัด

ร้าน 100 เยนของญี่ปุ่นนั้นขึ้นชื่ออยู่แล้วว่ามีของใช้มากมายหลายชนิดที่ได้คุณภาพในราคาเบา ๆ จนน่าตกใจ หลายคนอาจมีอคติว่าของที่ราคาถูกอาจไม่ได้คุณภาพ แต่อยากบอกว่าของในร้าน 100 เยนเดี๋ยวนี้มีสินค้าให้เลือกมากมายหลายประเภท และมีคุณภาพที่ไว้ใจได้เลยละค่ะ ส่วนของกินอย่างเช่นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป หลายคนอาจติดนิสัยซื้อจากร้านสะดวกซื้อเพราะความสะดวก แต่อยากให้ลองเปลี่ยนมาซื้อจากซุปเปอร์มาร์เก็ตดูนะคะ เพราะส่วนใหญ่จะมีราคาถูกกว่าค่อนข้างเยอะเลยล่ะค่ะ

10. เปลี่ยนมาใช้วิธีแชร์ค่าอาหารเวลาออกเดท

เรื่องใครควรจ่ายค่าอาหารเวลาออกเดท ดูจะเป็นประเด็นที่มักถูกนำมาถกเถียงกันอยู่บ่อยครั้ง อันนี้ก็คงไม่มีวิธีไหนถูกหรือผิด 100% นะคะ แต่ในเวลาที่เศรษฐกิจไม่ค่อยดีแบบนี้ หลายคนถูกลดเวลาทำงาน หรือโชคร้ายต้องตกงาน การช่วยกันแชร์ค่าอาหารในส่วนที่ตัวเองทานก็ถือเป็นการช่วยเหลือด้านการเงินของกันและกันได้ไม่มากก็น้อยนะคะ

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีการเก็บออมเงิน ลดค่าอาหารแบบไม่ทำให้รู้สึกว่าต้องอดอยู่ละก็ ลองนำไอเดียการออมเงินค่าของกินในสไตล์คนญี่ปุ่นไปใช้กันดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก : yahoo