ทำไมใบรับรองแพทย์ญี่ปุ่นจึงออกได้ช้าและมีราคาแพง?

อ้างอิงจากประกาศของสถานทูตเอกอัคราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว ที่ได้ออกประกาศถึงเอกสารที่ประชาชนไทยจำเป็นต้องแสดงหากต้องเดินทางกลับไปยังประเทศไทยในช่วงนี้ อาทิ ใบรับรองแพทย์ และใบรับรองที่ออกโดยสถานทูตหรือหรือสถานกงสุล เมื่อช่วงเย็นของวันนี้นั้น ทำให้คนไทยที่มีกำหนดการเดินทางกลับประเทศไทยหลังวันที่ 21 มีนาคม ค่อนข้างตื่นตัว เพราะเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยุ่งยาก ซึ่งบางคนอาจจะยังไม่เห็นภาพว่าการขอใบรับรองแพทย์ในประเทศญี่ปุ่นนั้นยากและแตกต่างจากไทยแค่ไหน วันนี้ ANNGLE จะมาบอกถึงเหตุผลที่ว่า ทำไมใบรับรองแพทย์ในญี่ปุ่นนั้นถึงออกได้ช้าและมีราคาแพงค่ะ

โดยปกติกรณีที่จำเป็นจะต้องใช้ใบรับรองแพทย์ส่วนมากจะเป็นการยื่นเคลมกับบริษัทประกันภัย เมื่อคุณเข้ารับการรักษาหรือผ่าตัด หรือยื่นแก่บริษัทเมื่อคุณจำเป็นต้องลาป่วยเป็นระยะเวลานาน อย่างไรก็ตาม ค่าธรรมเนียมในการออกใบรับรองแพทย์นั้นไม่มีข้อกำหนดตายตัว แตกต่างกันไปแล้วแต่โรงพยาบาล

โรงพยาบาลสามารถกำหนดค่าธรรมเนียมการออกใบรับรองแพทย์ได้เองอย่างอิสระ

เนื่องจากไม่มีกฎระเบียบข้อบังคับที่ชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบเอกสารทางการแพทย์ ดังนั้นรูปแบบของใบรับรองแพทย์ที่ออกจากแต่ละโรงพยาบาลจะไม่เหมือนกัน อีกทั้งค่าธรรมเนียมเอกสารทางการแพทย์นั้นไม่ได้รวมอยู่ในระบบประกันสุขภาพ ทำให้โรงพยาบาลสามารถกำหนดราคาค่าธรรมเนียมในส่วนนี้ได้เอง หากคนไข้ต้องการเอกสาร ต้องเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายเอง จึงทำให้บางครั้งค่าธรรมเนียมในการออกใบรับรองแพทย์แพงกว่าค่ารักษาพยาบาล

ค่าเฉลี่ยใบรับรองแพทย์ทั้งประเทศมีราคาอยู่ที่ใบละเท่าไหร่?

จากผลการสำรวจของ SANRO Research Institute ในปี 2012 พบว่า ค่าเฉลี่ยในการออกใบรับรองแพทย์ทั้งประเทศนั้นสนนราคาอยู่ที่ใบละ 4,841 เยน แตกต่างกันไปตามเนื้อหาของการวินิจฉัยโรค แน่นอนว่าบางโรงพยาบาลไม่จำเป็นต้องยึดราคาเฉลี่ยและสามารถกำหนดราคาได้เอง จะเป็นใบละ10,000 เยน หรือ 20,000 เยนก็ถือว่าไม่ผิดอะไร

ไม่มีเกณฑ์ที่แน่นอนในการกำหนดราคาของใบรับรองแพทย์

หากลองเริ่มนับแต่เงินเดือนเฉลี่ยเป็นรายชั่วโมงของแพทย์นั้น โดยทั่วไปจะตกอยู่ที่ 5,000-10,000 เยน/ชั่วโมง หรือหากเป็นแพทย์สูตินารีเวช จะมีเงินเดือนเฉลี่ยรายชั่วโมง 10,000-12,000 เยน การที่ต้องมานั่งออกใบรับรองแพทย์  1  ใบนั้น ใช้เวลาเฉลี่ย 1 ชั่วโมง เพราะต้องผ่านหลายขั้นตอน อีกทั้งช่วงเวลาที่แพทย์ต้องมาทำเอกสารนั้นไม่ถือเป็นชั่วโมงทำงาน โรงพยาบาลสามารถหักเงินรายชั่วโมงของแพทย์ไปได้ ดังนั้นการคิดราคาใบรับรองแพทย์ให้แพงพอ ๆ กับเงินเดือนเฉลี่ยรายชั่วโมงของแพทย์ ในแง่นี้ก็ถือว่าสมเหตุสมผลค่ะ ราคาถูกหรือแพงก็ขึ้นอยู่กับว่าแพทย์ในโรงพยาบาลนั้นได้เงินเดือนรายชั่วโมงเฉลี่ยอยู่ที่เท่าไหร่

จริงๆ แล้วราคาใบรับรองแพทย์นั้นถือว่าสูงเกินไปหรือไม่?

ขั้นตอนในการขอเอกสารเริ่มตั้งแต่คนไข้แจ้งแผนกติดต่อสอบถามว่าต้องการขอใบรับรองแพทย์ เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่ทำเอกสารเป็นคนรวบรวมผลการตรวจของคนไข้จากแลบต่างๆ แล้วส่งต่อให้แพทย์ตรวจสอบข้อมูล ดังจะขออธิบายต่อไป ดังนั้นการออกใบรับรองแพทย์ 1 ใบที่ญี่ปุ่นถือเป็นขั้นตอนที่ต้องใช้เวลามากเลยทีเดียว ในบางกรณีที่ไม่ต้องการรายละเอียดมาก ก็อาจจะทำให้ใช้เวลาเร็วขึ้น

ส่วนรายละเอียดค่าใช่จ่ายที่จะตามมาก็คือ ค่าธรรมเนียมการปรึกษา (初診料) ราคาเริ่มต้นที่ 3,000 เยน (ยังไม่ได้ทันพบแพทย์ก็มีค่าธรรมเนียมตัวนี้มาโดยอัตโนมัติแล้วค่ะ) ค่าบริการทางการแพทย์ (再診料と外来管理加算と特定疾患) เริ่มต้นที่ 2,500 เยน ในราคา 2,500 เยนนี้ คุณอาจจะแค่เข้าไปฟังหมอบอกคุณแค่ว่า “ผลการตรวจปกติดีนะ เชิญรอจ่ายเงินด้านนอกครับ” (จนถึงส่วนนี้ประกันสุขภาพครอบคลุมค่าใช้จ่าย จ่ายจริงเพียง 30%) เมื่อเทียบกับค่าเอกสารที่หมอต้องนั่งเขียนนั่งกรอกให้คุณในราคา 4,000 เยน ก็ถือว่าถูกกว่าราคารักษาที่ต้องไปเจอหมอไม่กี่นาทีเป็นไหนๆ แต่ที่คุณรู้สึกแพงก็อาจจะเป็นเพราะว่า ค่าใช้จ่ายในการออกใบรับรองแพทย์นั้นคุณต้องจ่ายเอง 100% เพราะประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมไงหละ

ทำไมใบรับรองแพทย์เนื้อหาสั้นๆ ถึงต้องใช้เวลารอนาน?

การออกใบรับรองแพทย์ 1 ใบ หมอต้องรับรองสุขภาพของคุณ ดังนั้นขอบข่ายความรับผิดชอบของหมอในการออกเอกสารตัวนี้ก็ขยายกว้างขึ้นไปด้วย ยิ่งไปโรงพยาบาลใหญ่ขั้นตอนก็จะยิ่งยุ่งยากและยิ่งนาน หากไปคลินิกเล็กๆ ที่คุณหมอเป็นคนเปิดคลินิกเอง อาจจะขอรับใบรับรองแพทย์ได้ภายในวันเดียว แต่ถ้าเป็นโรงพยาบาลขนาดใหญ่นั้น อาจจะใช้เวลารอนานมากถึง 10 วัน

โดยส่วนใหญ่แล้วขั้นตอนการข้อใบรับรองแพทย์ตามโรงพยาบาลในญี่ปุ่นจะมีขั้นตอนดังนี้

  1. ติดต่อแผนกติดต่อสอบถามของโรงพยาบาล แจ้งว่าต้องการใบรับรองแพทย์เนื่องด้วยเหตุผลอะไร จากนั้นแผนกติดต่อสอบถามจะส่งเรื่องต่อไปยังเจ้าหน้าที่ที่จัดทำเอกสารทางการแพทย์ เมื่อจัดทำเอกสารเรียบร้อยแล้ว เอกสารจะถูกส่งไปที่เลขาของแพทย์ จากนั้นแพทย์จะเป็นผู้ตรวจสอบข้อมูลและเขียนใบรับรองแพทย์
  2. แพทย์ตรวจสอบข้อมูล ลงตราประทับส่วนตัว ส่งต่อให้เลขาฯ จากนั้นเลขาฯ ส่งต่อไปยังแผนกออกเอกสารของโรงพยาบาล
  3. แผนกเอกสารตรวจสอบเนื้อหาใบรับรองแพทย์ และส่งต่อไปยังแผนกธุรการของโรงพยาบาล เพื่อยื่นคำร้องขอลงตราประทับของโรงพยาบาล (หมอหรือพยาบาลจะปั๊มเองไม่ได้)
  4. แผนกธุรการตรวจสอบเนื้อหาในใบรับรองแพทย์แล้วส่งให้หัวหน้าวอร์ดและผู้อำนวยการโรงพยาบาลเป็นคนลงตราประทับตามลำดับ จากนั้นจึงส่งกลับมายังแผนกธุรการ
  5. แผนกธุรการส่งต่อไปยังแผนกการเงินเพื่อออกใบเสร็จ
  6. โทรแจ้งคนไข้ให้มารับเอกสาร

ด้วยความยุ่งยากทั้งหมดทั้งมวล รวมถึงค่าจ้างหมอรายชั่วโมงที่แพง และประกันสุขภาพไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายตรงนี้ ทำให้ใบรับรองแพทย์ในญี่ปุ่นมีราคาแพง และจะไม่ค่อยจะมีให้เห็นเท่าไหร่ เพราะไม่ถ้าไม่ใช่เคสหนักหนาสาหัส เป็นเงินค่ารักษามหาศาล คนญี่ปุ่นจะไม่ค่อยขอ เพราะมันไม่คุ้มค่าใช้จ่ายและเสียเวลาแพทย์ด้วยค่ะ

จากการสอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียวนั้น สำหรับคนไทย เนื้อหาที่ต้องการให้แสดงในใบรับรองแพทย์ก็คือ แพทย์ยืนยันว่ามีสุขภาพเหมาะสมต่อการเดินทาง (Fit to Fly) คือไม่มีไข้ ไม่มีอาการของโรคทางเดินหายใจค่ะ ในกรณีของคู่สมรสหรือบุตรที่ถือสัญชาติอื่นนอกเหนือจากสัญชาติไทย หากจะบินกลับด้วยกัน ใบรับรองแพทย์ของบุคคลสัญชาติอื่นนั้น ต้องประกาศชัดแจ้งว่า No COVID-19 (72 hrs.) ทั้งนี้ แต่ละสายการบินก็อาจจะมีนโยบายทางการแพทย์ที่เข้มข้นต่างกัน

ประกาศฉบับนี้จะมีผลตั้งแต่ 22 มีนาคม 2563 เวลา 02.00 น. (เวลาญี่ปุ่น) เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้งคนไทยที่อาศัยในญี่ปุ่นและนักเที่ยวชาวไทยที่ยังตกค้างและมีกำหนดกลับหลังจากวันที่ 22 มีนาคม ด้วย

สรุปเนื้อหาจาก:  ijilab
ผู้เขียน: A Housewife Wannabe