“แม่บ้านญี่ปุ่น” อาชีพที่ทำงานหนักแต่ไม่มีเงินเดือน

ใครๆ ก็คงคิดว่าเป็นแม่บ้านญี่ปุ่นไม่ต้องไปทำงานนั้นสบาย มีเวลาไปนั่งร้านอาหารหรือคาเฟ่กับเพื่อนแม่บ้านพูดคุยกันนานๆ พร้อมกับหัวเราะหุหุ แต่ในชีวิตจริงแม่บ้านญี่ปุ่นไม่ได้สบายอย่างที่ใครๆ คิด มาดูชีวิตจริงของแม่บ้านญี่ปุ่นกันค่ะ

ชีวิตนี้เพื่อลูกเพื่อครอบครัว

หากอยากเห็นภาพชีวิตแม่บ้านญี่ปุ่นที่มีลูกเล็กๆ ก็ให้นึกถึงแม่ของชินจัง ที่ต้องยุ่งกับการเลี้ยงลูกสาวคนเล็กและต้องส่งลูกคนโตไปโรงเรียน ในโตเกียวคุณแม่ต้องตื่นมาทำข้าวกล่องเป็นอาหารกลางวัน จัดอาหารเช้าให้สมาชิกในครอบครัว รีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วจึงกระเตงลูกคนเล็กจูงลูกคนโตไปโรงเรียน สำหรับคนที่มีจักรยานหากมีลูกสองก็ให้คนเล็กนั่งที่นั่งส่วนหน้าและให้คนโตนั่งซ้อนท้ายไป หากมีลูกสามคนก็กระเตงคนที่สามไว้ด้านหลัง หากมีสี่คนก็พากันไปทั้งสี่คน ส่งลูกไปโรงเรียนเสร็จก็กลับมาซักผ้า ทำความสะอาดบ้าน พาตัวเล็กๆ ที่เหลือไปเดินเล่น ซื้อกับข้าว ไปรับลูกกลับจากโรงเรียนซึ่งส่วนใหญ่เลิกไม่เกินบ่ายสอง ชวนลูกไปเล่นนอกบ้าน กลับมาทำกับข้าวเย็น ให้ลูกทำการบ้านทบทวนบทเรียน เก็บล้างทำความสะอาด เตรียมอ่างอาบน้ำให้ลูก ส่งลูกเข้านอน รอสามีกลับบ้านตอนดึกๆ จัดการอุ่นกับข้าวและเก็บล้างอีกที ท้ายที่สุดก็ล้างอ่างอาบน้ำ เป็นอย่างนี้ทุกวันไม่มีวันหยุด

ทำงานบ้านเองทุกอย่าง

แม่บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่ไม่จ้างพี่เลี้ยงหรือคนมาทำความสะอาดบ้านเพราะค่าจ้างแพงจนไม่อยากเอาเงินที่ประหยัดเพื่อลูกไปจ่ายทิ้ง และคนญี่ปุ่นเองไม่ชอบการให้คนนอกเข้าออกบ้านด้วย ดังนั้นแม่บ้านญี่ปุ่นจึงต้องทำงานบ้านและทำกับข้าวเองเป็นส่วนใหญ่ แม่บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่มักจะไปซื้อกับข้าวทุกวัน เพราะต้องการให้สมาชิกในบ้านรับประทานอาหารสดและมีคุณค่าทางโภชนาการที่ครบถ้วน จะมีซื้ออาหารปรุงสำเร็จบ้างแต่ก็ไม่ทุกวันเพราะอาหารปรุงสำเร็จจะแพงกว่าการซื้อวัตถุดิบไปทำเองและบางทีรสชาติไม่อร่อย

รับส่งลูกเรียนพิเศษและกวดวิชา

ในแม่บ้านที่ลูกยังอยู่ในวัยก่อนเข้าประถมศึกษาก็จะต้องไปส่งลูกเรียนพิเศษต่างๆ ทั้งดนตรี ศิลปะ และกีฬาต่างๆ  เด็กบางคนเรียนพิเศษ 4-5 อย่างต่อสัปดาห์ ไม่ว่าจะฝนตก หิมะตก หรือร้อนหนาวแค่ไหน คุณแม่ก็จะไปรับส่งลูกเรียนพิเศษไม่มีขาด ในบ้านที่มีลูกเล่นกีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล และเบสบอล เป็นต้น แม่บ้านก็ต้องตามไปเชียร์ลูกตามที่ต่างๆ ทุกวันหยุดเสาร์หรืออาทิตย์หรือทั้งสองวัน รวมถึงต้องอาสาช่วยกิจกรรมชมรมกีฬาและทำข้าวกล่องให้กับลูกๆ และครูฝึกด้วย

งานบ้านที่เพิ่มขึ้นตามฤดูกาล

นอกจากงานบ้านรายวันแล้ว ในญี่ปุ่นมีสี่ฤดูกาลทำให้ต้องดูแลเก็บเสื้อผ้าเข้าออกมาใช้ในแต่ฤดูกาล ต้องตากและเก็บเครื่องนอนที่ใช้เสร็จจากช่วงฤดูหนาวที่ยาวนาน อีกทั้งยังต้องคอยไล่ความชื้นไม่ให้ราขึ้นในบ้านในฤดูหนาวและฤดูฝนโดยการเช็ดทำความสะอาดบ้านและกระจกหน้าต่างหรือประตูที่มีหยดน้ำขึ้นที่กระจกจากอุณหภูมิที่หนาวข้างนอกกระทบกับอุณหภูมิที่อุ่นจากในบ้านจนเกิดเป็นหยดน้ำเกาะกระจกประตูหน้าต่าง ซึ่งเป็นสาเหตุให้เกิดราขึ้นตามผ้าม่านและผนังบ้านได้

งานอาสาเพื่อโรงเรียน

นอกจากต้องเข้าร่วมประชุมผู้ปกครองแล้ว ในการเรียนทุกระดับการศึกษาก็ต้องการผู้ปกครองโดยเฉพาะคุณแม่เป็นอาสาสมัครช่วยกิจกรรมต่างๆ ที่โรงเรียน รวมถึงต้องเป็นกรรมการนักเรียนอย่างน้อย 1 ครั้งในช่วงที่ลูกเรียนอยู่ ดังนั้นคุณแม่จึงต้องสละเวลาไปช่วยงานโรงเรียนตามที่กลุ่มกรรมการกำหนดไว้

งานเพื่อสิ่งแวดล้อม

คนญี่ปุ่นแยกทิ้งขยะเป็นขยะเผาได้และขยะเผาไม่ได้ ซึ่งแยกเป็นขวดพลาสติก PET กระป๋องอะลูมิเนียม บรรจุภัณฑ์ที่เป็นแก้ว หนังสือ กล่องนม ลังกระดาษ เป็นต้น การแยกทิ้งขยะเหล่านี้ต้องล้างทำความสะอาด แกะฉลากออก หรือต้องมัดหนังสือเข้าด้วยกัน หากเป็นแม่บ้านที่อาศัยบ้านเดี่ยวก็จะมีความยุ่งยากในการต้องจำวันที่รถขยะมาเก็บขยะชนิดต่างๆ และต้องมีเวรจัดการดูแลกองขยะให้เรียบร้อยก่อนรถมาเก็บ เป็นต้น

นอกจากไม่ค่อยได้พักแล้วก็ยังมีเรื่องอารมณ์ที่แม่บ้านต่างต้องพยายามคงไว้ให้มั่นเพื่อที่จะตั้งรับอารมณ์และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามวัยของลูก เมื่อลูกโตพอช่วยเหลือตัวเองได้แม่บ้านญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็กลับไปทำงานบ้าง ทำงานพาร์ทไทม์บ้าง แต่การการดูแลบ้านเรือนรวมทั้งอาหารการกินก็ยังทำเองทั้งหมด ไม่ใช่เฉพาะแต่แม่บ้านญี่ปุ่น แม่บ้านไทยและแม่บ้านทั่วโลกก็เหนื่อยไม่แพ้กัน พวกเขาต้องสละเวลาและงานที่รักเพื่อลูกและครอบครัว พวกเขาจึงต้องการให้คนใกล้ตัวให้เกียรติ ให้กำลังใจ และชมเชย เพื่อที่จะเป็นกำลังในการทำหน้าที่แม่และภรรยาให้ดีต่อไป