เด็กญี่ปุ่นหลังจบชั้นประถมศึกษากับการเตรียมตัวศึกษาต่อในระดับมัธยม

ในญี่ปุ่นเด็กส่วนใหญ่จะเรียนโรงเรียนประถมศึกษาในพื้นที่ใกล้บ้าน และเมื่อจบประถมศึกษาปีที่ 6 เด็กส่วนใหญ่จะต้องเลือกและตัดสินใจว่าจะต้องไปเรียนต่อมัธยมต้นที่ใด มาดูกันนะคะว่าเด็กเด็กญี่ปุ่นเลือกไปต่อโรงเรียนมัธยมได้อย่างไรบ้าง

เด็กญี่ปุ่นไปเรียนมัธยมศึกษาที่ไหนกันบ้าง

1. โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนมีชื่อของรัฐบาล

โรงเรียนเอกชนและโรงเรียนมีชื่อของรัฐบาล เป็นโรงเรียนที่เด็กต้องสอบแข่งขันเพื่อเข้าไปเรียนตั้งแต่มัธยมต้นจนจบมัธยมปลาย การสอบเข้าโรงเรียนดังกล่าวมักมีการแข่งขันสูง ยิ่งโรงเรียนมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่การแข่งขันจะยิ่งสูงมากขึ้นเท่านั้น โดยเฉพาะโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อเสียงและเข้าเรียนโดยไม่ต้องจ่ายค่าเทอมสูงเหมือนโรงเรียนเอกชน    เด็กที่อยากเข้าเรียนโรงเรียนดังกล่าวต้องเรียนกวดวิชาอย่างหนักตั้งแต่ชั้น ป.4 หรือบางคนก็เริ่มเรียนตั้งแต่ ป.1 เพื่อสอบแข่งขันให้ได้ที่ใดที่หนึ่งตามที่เลือกไว้

ข้อดีของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาลมีชื่อ

• เด็กสามารถเรียนต่อไปจนจบมัธยมปลายโดยไม่ต้องสอบแข่งขันเข้ามัธยมปลาย และบางโรงเรียนก็มีถึงระดับมหาวิทยาลัย ทำให้เด็กไม่ต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างสูงในการสอบแข่งขันเข้ามหาวิทยาลัยของรัฐบาล

• หากเป็นโรงเรียนดังก็จะมีระบบการเรียนการสอนที่เข้มข้น ทำให้เด็กสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดัง ๆ ได้เป็นจำนวนมาก

ข้อเสียของโรงเรียนเอกชนและโรงเรียนรัฐบาลมีชื่อ

• มีการสอบแข่งสูงที่เด็กต้องเรียนกวดวิชาอย่างหนักเพื่อสอบเข้าเรียนให้ได้

• มีค่าเทอมและค่าบำรุงการศึกษาที่แพงมากตามความมีชื่อเสียงของโรงเรียน

2. โรงเรียนมัธยมต้นในพื้นที่ชุมชน

ที่ญี่ปุ่นในหนึ่งเขตจะมีโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ชุมชนหลายที่ ซึ่งเปิดโอกาสให้เด็กที่อยู่ในพื้นที่ที่กำหนดไว้แจ้งความจำนงผ่านไปรษณียบัตรที่ได้รับจากเขตคืนกลับไปให้ที่ทำการเขต การเข้าโรงเรียนดังกล่าวเด็กจะไม่ต้องสอบแข่งขัน โดยในเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เด็กชั้นป.6 จะได้รับไปรษณียบัตรเพื่อเลือกโรงเรียนที่อยากไปเรียน เมื่อส่งกลับไปให้เขตแล้ว เจ้าหน้าที่การศึกษาของเขตจะประสานงานกับโรงเรียนมัธยมเพื่อส่งรายชื่อของเด็กที่เลือกเรียนไปยังโรงเรียนนั้น ๆ

โดยปกติเด็กที่อยู่ในพื้นที่ของโรงเรียนใกล้บ้านจะได้รับการพิจารณาให้เข้าเรียนเป็นอันดับแรก แต่ในบางโรงเรียนที่มีชื่อเสียงและได้รับความนิยมก็จะมีเด็กนอกพื้นที่แสดงความจำนงอยากเรียนเกินปริมาณที่โรงเรียนกำหนดไว้ โดยโรงเรียนจะจับฉลากให้เข้าเรียนและมีสำรองจำนวนไว้หากนักเรียนในพื้นที่สอบผ่านเข้าโรงเรียนเอกชนได้แล้วสละสิทธิ์ ในกรณีที่เป็นตัวสำรองโรงเรียนจะแจ้งไปยังเด็กภายในกลางเดือนกุมภาพันธ์ หากเด็กนอกพื้นที่ไม่ได้เรียนในโรงเรียนที่เลือกก็ต้องรีบตัดสินใจกลับไปโรงเรียนในพื้นใกล้บ้านหรือโรงเรียนที่ยังมีจำนวนเด็กไม่เต็ม เพื่อให้ทันการปฐมนิเทศน์และพิธีรับการศึกษาต่อไป

ข้อดีของโรงเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน

•โรงเรียนมัธยมในพื้นที่ใกล้บ้านเป็นโรงเรียนที่เดินทางได้ง่ายโดยการเดินหรือนั่งรถโดยสารประจำทางเพียงไม่กี่นาที

• เด็กสามารถเรียนฟรี โดยมีค่าใช้จ่ายเพียงค่าอาหารมื้อกลางวัน ค่าหนังสือแบบเรียน และค่าบำรุงสำหรับกิจกรรมของอาสาสมัครผู้ปกครอง ซึ่งจ่ายเป็นรายเดือนประมาณเดือนละ 13,000-14,000 เยน หรือประมาณ 3,600-4,000 บาท ซึ่งถือว่าถูกมากเมื่อเทียบกับโรงเรียนเอกชน

เหตุผลที่เด็กเลือกเรียนโรงเรียนในพื้นที่ใกล้บ้าน

• เด็กยังไม่พร้อมที่จะแข่งขันอย่างจริงจังเพื่อสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนมัธยมเอกชนหรือโรงเรียนรัฐบาลที่มีชื่อ

• ผู้ปกครองมองว่าโรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียนที่ดีเพื่อประหยัดเวลาเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา

• เด็กมีกลุ่มเพื่อนจากโรงเรียนประถมศึกษาเดิม

• เด็กสอบเข้าโรงเรียนเอกชนหรือรัฐบาลที่มีชื่อเสียงไม่ผ่าน

• เด็กสามารถเลือกโรงเรียนที่มีกิจกรรมชมรมที่เหมาะกับความถนัดของตนเอง เช่น บางโรงเรียนเด่นด้านกีฬา เช่น ฟุตบอล วอลเลย์บอล หรือเบสบอล เป็นต้น ทั้งนี้ก็ขึ้นกับความนิยมของโรงเรียนนั้น ๆ ด้วย หากเป็นที่นิยมมากก็จะต้องมีการจับฉลากให้เข้าเรียน

ข้อเสียของโรงเรียนมัธยมต้นในพื้นที่

• เด็กเรียนได้เพียงแค่จนจบชั้นมัธยมต้น จากนั้นต้องสอบแข่งขันเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่อื่น

• เด็กต้องปฏิบัติตัวดีและมีคะแนนสอบที่ดีเพื่อรับหนังสือรับรองจากครู ซึ่งเป็นเอกสารจำเป็นในการสอบเข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่มีชื่อเสียง หากเด็กคนไหนมีปัญหากับครูก็จะกลายเป็นจุดด้อยเมื่อต้องสอบเข้าเรียนมัธยมปลาย

ปีนี้ลูกชายผู้เขียนเองก็เลือกเข้าโรงเรียนมัธยมในพื้นที่ใกล้บ้านตามมุมมองของผู้ปกครองว่า โรงเรียนใกล้บ้านคือโรงเรียนที่ดีที่สุดเพื่อให้ลูกมีความพร้อมในการค้นหาความชอบของตัวเอง รวมถึงประหยัดเวลาเดินทางและประหยัดค่าใช้จ่ายสำหรับการศึกษา เรียนที่ไหนไม่สำคัญเท่ากับที่พ่อแม่คอยใส่ใจอย่างสม่ำเสมอ ไว้มีเรื่องราวน่าสนใจเกี่ยวกับโรงเรียนมัธยมจะมาเล่าให้ฟังอีกนะคะ