ต้นกำเนิด “ถุงโชคดี” สินค้ายอดฮิตของนักช้อปสายสุ่มดวง

หลายๆ คนที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นหรือเคยได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นในช่วงปีใหม่ อาจจะเคยเห็นตามร้านค้าต่างๆ มีขายถุงที่บรรจุสินค้าอัดแน่นไว้ด้านใน มีหลากหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักแสนเยน ส่วนใหญ่แม้จะไม่สามารถเปิดดูสินค้าข้างในได้ แต่เรียกว่าเป็นสินค้าขายดีรับปีใหม่เลยทีเดียว

สิ่งนี้เรียกว่า “ถุงโชคดี” หรือที่ภาษาญี่ปุ่นเรียกว่า “ฟุคุบุคุโระ” (福袋) เป็นการนำสินค้าหลายๆ อย่างมาจัดรวมใส่ถุงและขายในราคาลดพิเศษ โดยมูลค่าสินค้าในถุงมักจากสูงกว่าราคาที่ขายค่อนข้างมาก เช่น ถุงโชคดีราคา 10,000 เยน แต่บรรจุสินค้ามูลค่ารวมกันกว่า 50,000 เยน เป็นต้น

ถุงโชคดีขายตอนไหน มีสินค้าประเภทใดบ้าง?

สำหรับถุงโชคดีนี้ ร้านค้าต่างๆ มักนำออกมาขายในช่วงเทศกาลปีใหม่หรือในช่วงวันที่ 1–3 มกราคมของทุกปี (อาจแตกต่างกันไปในแต่ละร้าน) หรือบางร้านก็มีให้สั่งจองออนไลน์ ถือเป็นกลยุทธ์การสร้างยอดขายและยังช่วยระบายสต็อกสินค้าของปีก่อนอีกด้วย

จริงๆ แล้วไม่ได้มีข้อกำหนดว่าสินค้าที่นำมาขายในถุงโชคดีจะเป็นสินค้าอะไรได้บ้าง แต่ส่วนมากที่เห็นวางขายกันทั่วไปจะเป็นพวกเสื้อผ้า เครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์และชุดกีฬา ของใช้จุกจิก หรือแม้แต่อาหารก็มี

ถุงโชคดีที่บรรจุของใช้ของจุกจิกลายตัวการ์ตูนของ Studio Ghibli

สำหรับสินค้าพวกเสื้อผ้าจะมีระบุไซส์ไว้เพื่อให้เลือกซื้อได้ตามขนาดที่เราต้องการ ส่วนใหญ่แต่ละร้านจะมีให้เลือกหลายราคาขึ้นอยู่กับจำนวนสินค้าในถุง แต่ที่แน่ๆ คือคุ้มค่ามากๆ สำหรับคนที่ซื้อสินค้าของร้านหรือแบรนด์นั้นเป็นประจำอยู่แล้ว เพราะเท่าที่ผู้เขียนเคยเห็นมา สินค้าในถุงจะมูลค่ามากกว่าราคาขายประมาณ 2-5 เท่าเลยทีเดียว ว่ากันว่าแบรนด์ยอดฮิตทั้งหลาย เช่น Apple Nike Adidas บางครั้งมีคนไปต่อแถวรอซื้อถุงโชคดีตั้งแต่คืนก่อนวันวางขายเลยก็มี

ที่มาของถุงโชคดี

จริงๆ แล้ว ไม่ได้มีหลักฐานระบุไว้ชัดเจนว่าถุงโชคดีมีที่มาจากไหน ในสมัยเอโดะ (ช่วง ค.ศ. 1603-1868) มีร้านขายโกะฟุคุ (呉服) หรือกิโมโนประเภทหนึ่งที่ทำจากผ้าไหม นำสินค้าพวกผ้าซึ่งเป็นสต็อกที่เหลือในร้านออกมารวมใส่ถุงขาย ซึ่งว่ากันว่านี่เป็นต้นกำเนิดของการขายถุงโชคดีถุงแรก

ต่อมาก็เริ่มมีร้านค้าและห้างสรรพสินค้าต่างๆ เริ่มขายถุงโชคดีมากขึ้นตั้งแต่ยุคเมจิ (ค.ศ. 1868-1912) เป็นต้นมา จนเป็นที่แพร่หลายอย่างมากในยุคโชวะ (ค.ศ. 1926-1989) เรียกได้ว่าในช่วงต้นปี ในห้างสรรพสินค้าจะเต็มไปด้วยป้ายโฆษณาถุงโชคดีแทบจะทุกร้านทุกแผนกเลยทีเดียว

นอกจากนี้ ยังว่ากันว่าชื่อ “ฟุคุบุคุโระ” (ถุงโชคดี) มีที่มาจากถุงย่ามบรรจุความสุขและโชคดีของเทพ “ไดโคะคุเทน” (大黒天) ซึ่งเป็นเทพแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง และเป็นหนึ่งใน 7 เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือ “ชิจิฟุคุจิน” (七福神) ตามความเชื่อของญี่ปุ่นอีกด้วย

เทพไดโคคุเทน (大黒天)

ถ้าซื้อมาแล้วไม่ถูกใจ ขอคืนของได้ไหม?

อาจมีหลายคนสงสัยว่า เวลาซื้อถุงโชคดีเราไม่สามารถดูสินค้าภายในถุงก่อนได้ ถ้าซื้อมาแล้วไม่ถูกใจหรือเป็นเสื้อผ้าที่ไซส์ไม่พอดีจะขอคืนหรือเปลี่ยนสินค้าได้ไหม ซึ่งโดยทั่วไปแล้วไม่สามารถทำได้

เนื่องจากคอนเซปต์ของถุงโชคดี คือการสุ่มดวงว่าจะมีของอะไรอยู่ภายในถุงที่เราซื้อ ดังนั้นร้านค้าจึงถือว่าลูกค้าจะยอมรับความเสี่ยงนั้น

อย่างไรก็ตาม ถ้าสินค้าไม่ตรงตามที่ระบุหรือสินค้าเสียหาย เช่น ป้ายระบุว่าเป็นเสื้อไซส์ M แต่สินค้าภายในถุงเป็นไซส์ S หากเป็นกรณีนี้ส่วนใหญ่ร้านค้าจะรับเปลี่ยนหรือคืนสินค้าได้

สำหรับผู้เขียน การได้ลองเช็คดวงโดยการสุ่มถุงโชคดีก็สนุกไปอีกแบบ ยิ่งถ้าเป็นแบรนด์หรือสินค้าที่เราใช้อยู่แล้ว จากประสบการณ์ที่ผ่านมาของภายในถุงที่ซื้อมาก็ได้ใช้เกือบทุกชิ้น

ถ้าใครสนใจอยากวัดดวงอาจจะลองไปซื้อถุงโชคดีที่ญี่ปุ่นบ้าง ได้ของถูกใจหรือไม่อย่างไร ก็นำมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์กันบ้างก็ได้นะคะ

สรุปเนื้อหาจาก: Japan Culture Lab