พิชิตองค์กรญี่ปุ่น ตอนที่ 8 การชม

การชื่นชม เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะสร้างกำลังใจและสร้างความมั่นใจแก่ลูกน้อยของคุณพ่อคุณแม่ โดยสามารถชมแบบแสดงออกทางใบหน้า แสดงออกทางร่างกาย หรือคำพูดก็ได้


การชมนั้นอย่างที่ทุกคนทราบดี หลักๆจะชื่นชมในสิ่งที่เด็กน้อยทำได้ หรือ ยิ้มแย้มให้เห็น…
แต่บางอย่างทำร้ายเขาเช่นกัน แล้วคำถามคือ จะชมอย่างไรให้เด็กน้อยมีกำลังใจ มั่นใจในตัวเอง?

ในครั้งนี้จะแบ่งออกเป็น 4 อย่างกัน มีดังนี้
1. หยุดการกระทำ
2. การแสดงออกทางใบหน้า
3. การแสดงออกทางร่างกาย
4. การใช้คำพูด

เจาะลึกทีล่ะประเด็นกัน

1. หยุดการกระทำ คือ เมื่อคุณพ่อคุณแม่กำลังทำภารกิจอยู่ ถ้าเด็กน้อยมาอวดของ เช่น รูปวาดที่วาดที่โรงเรียน ศิลปะที่ประดิษฐ์ออกมา หรือคะแนนสอบ (ไม่ว่าคะแนนดี หรือ คะแนนไม่ดี) คือ หยุดการกระทำ เพื่อให้เห็นว่า พ่อแม่กำลังสนใจสิ่งที่หนูๆกำลังพูดนะ หรือ กำลังฟังเรื่องราวที่มาพูดนะ จะทำให้เด็กน้อยมีความรู้สึกว่าพ่อแม่ให้ความสำคัญกับตัวเองมาก ทำให้รู้สึกว่า ตัวเองมีคุณค่า


2. การแสดงออกทางใบหน้า คือ การชมนั้นไม่ใช่แค่ใช้คำพูดว่า “เก่งมาก” “สุดยอด” เป็นต้น สิ่งที่เด็กน้อยจะเห็นเป็นอันดับแรกคือ ใบหน้า ลองนึกภาพว่า เรานำผลงานวาดรูปที่ชนะเลิศมาให้คุณแม่ดู แต่คุณแม่เห็นว่า พูดว่า “เก่งมาก ทำดีมากเลย ได้รางวัลด้วย…” แต่คุณแม่ไม่ยิ้ม และนิ่งๆ บางครั้งคุณพ่อคุณแม่ มองว่าชมไปงั้นๆ หรือชมลอยๆ เดี๋ยวเด็กๆก็จินตนาการไปเอง นั้นคือความคิดที่ผิดอย่างรุนแรง เด็กๆต้องการคำชมที่แสดงให้เห็นว่าเขากำลังถูกชม รอยยิ้ม สำคัญสำหรับเด็กเมื่อถูกชม


3. การแสดงออกทางร่างกาย คือ เป็นสิ่งที่มาคู่กับการแสดงออกทางใบหน้า ซึ่งบางครั้งการประกวดอะไรสักอย่าง มันมีความหมายสำหรับพวกเด็กๆมากได้เช่นกัน ไม่ว่า แข่งรถวิทยุบังคับ หรือ แข่งเล่นเกมส์ ซึ่งผู้ใหญ่อาจมองว่าไม่มีประโยชน์ แต่อย่าลืมว่า เด็กๆตั้งใจที่จะทำอย่างเต็มที่ การแสดงความยินดีที่แสดงออกทางร่างกายที่ง่ายที่สุดคือ การกอด ซึ่งการกอดมีงานวิจัยรองรับแล้วว่า มีผลต่อความรู้สึกที่เกินกว่าบรรยายด้วยคำพูดได้


4. การใช้คำพูด ซึ่งจะเน้นประเด็นนี้มากๆ เนื่องจาก ถึงตรงนี้ มีการแสดงออกที่คุณพ่อคุณแม่ออกมาอย่างเต็มที่กับลูกแล้ว อาจะตกม้าตายเพราะคำพูดก็ได้ เป็นไปได้ หลีกเลี่ยงคำว่า “ครั้งหน้าต้องดีกว่านี้เนอะ” “พยายามเต็มที่นะ” ซึ่งกลับกัน เด็กๆอาจะมีความรู้ว่า ครั้งนี้ทำไม่ดีหรอ หรือ เราพยายามแล้วนะ แล้วจะให้พยายามอะไรอีก เป็นต้น อาจจะต้องปรับเปลี่ยนคำพูด เช่น “ครั้งนี้ทำดีมาก พวกเรามาลองวางแผนกันว่าจะพัฒนาต่อไปได้ไหม…” “สู้ๆนะ พ่อแม่ให้กำลังใจเต็มที่นะ” ซึ่งเปลี่ยนมาใช้คำพูดในเชิงที่คุณพ่อคุณแม่อยู่เคียงข้างเด็กๆ ให้เด็กๆได้อุ่นใจว่า มีคุณพ่อคุณแม่อยู่ข้างๆตลอด


รอยยิ้มและการชื่มชม จะเป็นอาวุธสำคัญที่จะสร้างกำลังใจและสร้างความมั่นใจแก่ลูกๆได้

ซึ่งในภาพยนตร์หลายๆเรื่องเคยได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับครอบครัวที่แตกแยก ไม่ได้อยู่กับพ่อแม่ตั้งแต่เด็กๆ เจอกันอีกครั้งก็โตแล้ว เมื่อความคิดไม่ตรงกัน ทัศนคติที่ไม่ตรงกันก็ทะเลาะกันบ้าง อาจจะไม่ชอบกันบ้าง แต่สุดท้ายเด็กๆก็อยากได้กำลังใจจากคุณพ่อคุณแม่ ที่เด็กๆยังไว้ใจและเชื่อใจอยู่


บางครอบครัวไม่ได้เลี้ยงลูกด้วยตนเอง แต่ในฐานะคุณพ่อคุณแม่ ต้องเข้าใจและอยู่เคียวข้างลูกเสมอ ชื่นชมเขาเมื่อทำดี ตักเตือนเขาเมื่อเขาทำผิด และสร้างเวลาที่เป็นครอบครัวเพื่อให้เด็กๆมั่นใจและเชื่อใจคุณพ่อคุณแม่

 

ที่มาของรูป : izuremo, 知っ得袋, nacure, irasutoya, line2me, freebies-db
เขียนโดย : TOSHI by omotenashi