การนำ “น้ำกะหล่ำปลีสีม่วง” มาเรียนรู้วิทยาศาสตร์ของเด็กญี่ปุ่น

หากเป็นเมืองไทยเราคนเคยชินกับการนำน้ำดอกอัญชัญมาทดสอบความเป็นกรดด่างหรือเป็นอินดิเคเตอร์  แต่ในญี่ปุ่นดอกอัญชัญหายากคนญี่ปุ่นเลยใช้น้ำกะหล่ำปลีสีม่วงมาเรียนรู้เรื่องการตรวจสอบความเป็นกรดด่างหรือใช้เป็นอินดิเคเตอร์ มารู้วิธีการนำกะหล่ำปลีสีม่วงมาใช้เป็นอินดิเคเตอร์ในการเรียนวิทยาศาสตร์ของเด็กญี่ปุ่นและแถมด้วยวิธีการเรียนรู้เพื่อสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพของเด็กญี่ปุ่นกันนะคะ

การเรียนรู้การตรวจวัดความเป็นกรดด่างจากวัตถุดิบใกล้ตัว

ในญี่ปุ่นไม่สามารถหาดอกอัญชัญได้ง่ายเหมือนเมืองไทย วัสดุที่หาง่ายใกล้ตัวที่โรงเรียนญี่ปุ่นใช้ คือ กะหล่ำปลีสีม่วงซึ่งมีวิธีการเตรียมง่าย ๆ คือการนำกะหล่ำปลีสีม่วงมาหั่นให้ละเอียดแล้วนำไปต้มกับน้ำ คนจนสารละลายกลายเป็นสีม่วง จากนั้นจึงกรองแยกเอาน้ำออกมา

กะหล่ำปลีสีม่วง
กะหล่ำปลีสีม่วงหั่นละเอียดและต้มในน้ำเดือด
สารละลายกะหล่ำปลีสีม่วง

การทดสอบความเป็นกรดด่างจากน้ำกะหล่ำปลีสีม่วง

วิธีการทดสอบการเป็นอินดิเตเตอร์บอกความเป็นกรดหรือด่างของน้ำกะหล่ำปลีสีม่วงทำได้โดยการเติมน้ำส้ม น้ำมะนาว เกลือหรือสารที่เป็นด่างลงในสารละลายน้ำกะหล่ำปลีสีม่วง  ผลที่ได้คือ หากเติมกรด เช่นน้ำส้มหรือน้ำมะนาวลงไป น้ำกะหล่ำปลีสีม่วงจะเปลี่ยนเป็นสีชมพูจนถึงแดงตามความแรงของกรด  และหากเติมด่าง     เช่นเกลือหรือเบกกิ้งโซดาลงไป น้ำกะหล่ำปลีสีม่วงจะเปลี่ยนเป็นสีเขียวถึงเหลืองตามความแก่ของด่าง  และในสภาพที่เป็นกลางน้ำกะหล่ำปลีจะคงสีม่วงไว้

ภาพซ้าย: น้ำกะหล่ำปลีสีม่วง / ภาพขวา: ฝั่งซ้ายเติมกรด ฝั่งขวาเติมด่าง

วิธีการเรียนรู้เพื่อสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพให้แก่เด็กญี่ปุ่น

โดยทั่วไปเด็กญี่ปุ่นจะเริ่มเรียนวิทยาศาสตร์ตั้งแต่ประถมศึกษาปีที่ 3 การเรียนมุ่งเน้นให้เด็กสัมผัส ทดลอง และสังเกตจากความเข้าใจ เช่น หากเป็นการเรียนรู้วงจรชีวิตแมลงและสัตว์ก็จะมีการนำแมลงและสัตว์ เช่น หนอนผีเสื้อ หนอนไหม หรือปลาตัวเล็ก ๆ เป็นต้น มาเลี้ยงไว้ที่ห้องเรียน ให้เด็ก ๆ ได้ดูพัฒนาการตั้งแต่ออกจากไข่จนเป็นตัวเต็มวัย หากเป็นการเรียนรู้เรื่องระบบรากใบก็จะให้เด็กปลูกพืชและสังเกตตั้งแต่ต้นอ่อนเริ่มงอกจนเติบโตได้เมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้หากเป็นระบบเครื่องกลและไฟฟ้าแบบง่าย ๆ โรงเรียนจะแจกอุปกรณ์ทดลองให้เด็กทุกคนได้สัมผัสและทดลองจริงจนเข้าใจอย่างชัดเจน

โดยทั่วไปแล้วเด็กญี่ปุ่นจะสนุกและชอบวิชาวิทยาศาสตร์มากกว่าวิชาอื่นเพราะได้เรียนรู้จริงจากการสัมผัสและสังเกต เมื่อมีความชอบแล้วจึงทำให้เด็กมีความอยากรู้และกระตือรือร้นที่จะค้นคว้าหาคำตอบ ซึ่งเป็นการสร้างพื้นฐานวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพเพื่อให้เด็กเติบโตเป็นบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ในการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ในอนาคต

ชุดเรียนรู้แรงจากอากาศและน้ำ
ชุดเรียนรู้การกำเนิดไฟฟ้า

การใช้น้ำกะหล่ำปลีสีม่วงเป็นอินดิเคเตอร์เป็นหนึ่งในบทเรียนวิทยาศาสตร์สำหรับเด็กประถมศึกษาปีที่ 6 ในญี่ปุ่น   นอกจากดอกอัญชัญและกะหล่ำปลีสีม่วงแล้วก็สามารถนำผักและผลไม้ที่มีแอนโธไซยานินสูง เช่น เปลือกองุ่นสีม่วง เปลือกมะเขือม่วง และน้ำต้มถั่วดำมาใช้ได้ค่ะ เผื่อได้เป็นกิจกรรมการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ที่สร้างความตื่นเต้นให้กับสมาชิกน้อยในบ้านโดยไม่ต้องไปจ่ายเงินค่าเรียนให้แพงค่ะ

ที่มารูป: pyonta.city.hiroshima, shopping.yahoo, rakuten