เหตุผลอะไรที่ทำให้คนญี่ปุ่นอยากลาออกจากงาน

ทุกคนเคยมีความรู้สึกอยากลาออกจากงานกันมั้ยคะ แล้วเหตุผลที่อยากลาออกคืออะไร ? เงินเดือนน้อย ? ไม่มีความสุข ? หรือมีปัญหากับเพื่อนร่วมงาน ?

เราน่าจะเคยเห็นกันผ่าน ๆ ว่าคนญี่ปุ่น gen เก่าจะมีความจงรักภักดีต่อบริษัทและองค์กรมาก แทบจะเรียกได้ว่าอยู่จนตัวตาย ทำงานถวายหัวมาก แต่คน gen ใหม่ส่วนใหญ่กลับมีความคิดที่ต่างออกไป ต้องการ work life balance มีความคิดที่อยากจะลาออกหากทำแล้วไม่สบายใจ แล้วเหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นอยากลาออกจะเหมือนคนไทยหรือเปล่านะ

เหตุผลที่ทำให้คนญี่ปุ่นอยากลาออกจากงาน

บริษัท bizhits ได้จัดทำแบบสำรวจเกี่ยวกับเหตุผลที่อยากจะลาออกจากงาน โดยมีกลุ่มเป้าหมายเป็นชายและหญิงวัย 10 – 60 ปี จำนวน 990 คน

ผลสำรวจพบว่ามีผู้ที่เคยคิดว่าอยากจะลาออกจาก บริษัทถึงเกือบ 90%! เป็นเพราะเหตุใดกันนะ ?

เหตุผลส่วนใหญ่ที่ทำให้อยากลาออกคือปัญหาในเรื่องมนุษยสัมพันธ์และการได้รับการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสม ซึ่งเหตุผลที่มาเป็นอันดับหนึ่งที่ทำให้อยากลาออกมากที่สุดคือ มนุษยสัมพันธ์ที่ไม่ดีในที่ทำงาน รวมคะแนนโหวต 206 คะแนน เป็นจำนวนที่มากที่สุด มีผู้ที่ให้ความเห็นไว้ว่า

“ในที่ทำงานที่มีแต่ผู้หญิง ต่อหน้าก็นิสัยดี เป็นมิตร แต่ลับหลังพอไม่มีใครอยู่ก็นินทา” หรือ “รู้สึกถึงบรรยากาศอึมครึม เรื่องงานก็เหนื่อยพอแล้ว ยังต้องมาเครียดกับเรื่องความสัมพันธ์ในที่ทำงานอีก”

อันดับที่ 2 ถึง 5 มีดังต่อไปนี้
อันดับ 2 “ถูกตำหนิอย่างไม่มีเหตุผล” (188 คน)
อันดับ 3 “ปริมาณงานเยอะ / ขอวันหยุดไม่ได้” (131 คน)
อันดับ 4 “เงินเดือนน้อย / ไม่มีโบนัสหรือขึ้นเงินเดือน” (104 คน)
อันดับที่ 5 “เข้ากับหัวหน้าไม่ได้” (60 คน)

สิ่งที่น่าสนใจคือเหตุผลที่อยากจะลาออกส่วนใหญ่มาจากเรื่องความสัมพันธ์กับคนในที่ทำงานมากกว่าจะเป็นเรื่องตัวงานหรือเงินเดือนซะอีกนะคะ แม้ตัวงานจะเรียบร้อยไปได้ดี แต่หากความสัมพันธ์ไม่ราบรื่น ความเครียดก็จะก่อตัวขึ้นได้ง่าย ๆ อย่างที่เขาว่ากันเลยนะคะ เหนื่อยกายไม่เท่าเหนื่อยใจจริง ๆ

หลาย ๆ คนก็คงจะเคยมีความรู้สึกแบบนี้เหมือนกันใช่มั้ยคะ เรื่องคนเนี่ยเหนื่อยยิ่งกว่าเรื่องงาน เพราะความสัมพันธ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แต่ละคนมาจากครอบครัวที่ต่างกัน สังคมที่ต่างกัน จะมีกระทบกระทั่งกันบ้างก็ไม่แปลก จัดว่าเป็นปัญหาคลาสสิคสำหรับวัยทำงานที่มีอยู่แทบทั่วทุกมุมโลกก็ว่าได้

จะเห็นได้ว่าอันดับที่ 2 และอันดับที่ 5 ก็เกี่ยวข้องกับมนุษยสัมพันธ์เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นการโดน Power Harassment จากหัวหน้า หรือโดนโยนความผิดพลาดให้ ก็เป็นสาเหตุที่ไม่อยากจะทนอยู่เช่นกัน

เมื่อมีปัญหา ผู้หญิงมักจะปรึกษาใครบ้าง ?

นอกจากนี้ หลาย ๆ คนน่าจะเคยได้ยินกันมาบ้างว่าคนญี่ปุ่นมักหาทางแก้ปัญหาด้วยตนเองเพื่อไม่ให้ผู้อื่นเดือดร้อน แล้วเวลามีปัญหากับที่ทำงานจะปรึกษาใครกัน ? จากผลสำรวจพบว่ามีความแตกต่างเล็กน้อยระหว่างผู้ชายและผู้หญิง

ส่วนใหญ่ผู้หญิงจะปรึกษา “ครอบครัว” (40.1%) ตามมาด้วย “เพื่อน, คนรู้จัก, แฟน” (30.8%) “ไม่ปรึกษาใคร” (14.3%) และ “เพื่อนร่วมงาน, เจ้านาย, รุ่นพี่” (10.9%)

ผู้หญิงประมาณ 80% ตัดสินใจที่จะปรึกษาใครสักคน ในขณะที่ของผู้ชายพบว่า ส่วนใหญ่จะปรึกษา “ครอบครัว” (37.6%) เหมือนผู้หญิง ตามมาด้วย “ไม่ปรึกษาใคร” (27.5%) มาเป็นอันดับสอง

ผู้ชายประมาณ 70% เลือกที่จะปรึกษาใครสักคน แต่พวกเขาก็มักจะคิดว่า การปรึกษาปัญหาเรื่องงานกับใครสักคนเป็นเรื่องยาก ทำให้ไม่อยากปรึกษากับใครเลย

การปรึกษาใครสักคนเกี่ยวกับความกังวลของเราอาจทำให้เรารู้สึกเบาใจลง แต่สำหรับผู้ชายญี่ปุ่นบางคนก็มองว่าการบ่นเรื่องงานกับผู้อื่นนั้นเป็นเรื่องน่าอาย ควรจะเข้มแข็งและแก้ปัญหาด้วยตนเอง ซึ่งความเก็บกดนั้นอาจทำให้เกิดความเครียดและความกดดันขึ้นในจิตใจ

อีกส่วนหนึ่งอาจเนื่องจากการปลูกฝังความคิดที่ว่าเป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง ไม่ควรแสดงด้านที่อ่อนแอ ยิ่งสำหรับสังคมญี่ปุ่นที่มีความเป็นชายสูง (สังคมที่มีการแข่งขันสูง มีความเครียดและกดดัน) ก็ยิ่งแสดงด้านอ่อนแอได้ยาก แล้วผู้ชายไทยล่ะคะ มองว่าการปรึกษาปัญหาเป็นเรื่องน่าอายหรือเปล่า ?

สรุปเนื้อหาจาก youpouch