เรกิ ศาสตร์แห่งการเยียวยาด้วยพลังธรรมชาติ

เพื่อน ๆ ที่รู้ภาษาญี่ปุ่น มีใครเคยได้ยินคำว่า “เรกิ” บ้างมั้ยคะ? เราไม่แปลกใจถ้าหลายคนไม่เคยรู้จักหรือได้ยินคำนี้มาก่อน เพราะแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็แทบไม่รู้จักเลยทั้ง ๆ ที่มีต้นกำเนิดมาจากญี่ปุ่น วันนี้เลยอยากจะพูดถึงเรกินิดนึง เพราะเราว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจมาก ๆ

เรกิ คืออะไร?

เรกิ เป็นคำภาษาญี่ปุ่น มาจากการผสมตัวอักษรคันจิสองตัวคือ เร (霊 / rei) ที่แปลว่า “วิญญาณ” และ กิ (気 / ki) ที่แปลว่า “พลังงาน” เข้าด้วยกัน

เรกิ (霊気 / reiki) คือ การเยียวยาบำบัดด้วยพลังธรรมชาติ (energy healing) รูปแบบหนึ่ง ผู้บำบัดจะรับพลังงานจากจักรวาล แล้วส่งพลังงานผ่านมือสองข้างไปยังผู้รับการบำบัดเพื่อปรับสมดุลระดับในระดับกาย จิตใจ อารมณ์ ไปจนถึงระดับจิตวิญญาณ โดยจะสัมผัสถูกตัวหรือไม่ถูกตัวผู้รับการบำบัดก็ได้

เรกิไม่มีอันตราย และที่ผ่านมาไม่พบว่าก่อให้เกิดผลข้างเคียงหรืออาการแทรกซ้อนที่ร้ายแรงหลังเข้ารับการบำบัด ในขณะเดียวกันตัวผู้บำบัดเองก็ไม่สูญเสียพลังจากการบำบัด เพราะพลังทั้งหมดมาจากธรรมชาติ โดยที่ผู้บำบัดทำหน้าที่เป็นท่อส่งผ่านพลังไปยังผู้ป่วยเท่านั้น นอกจากนี้ผู้บำบัดยังสามารถใช้เรกิบัดบัดให้ตัวเองได้อีกด้วย

เรกิไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของศาสนาหรือลัทธิใดลัทธิหนึ่ง ดังนั้นไม่ว่าใครก็สามารถเข้าถึงพลังงานเรกิและนำมาใช้ได้โดยไม่กระทบต่อความเชื่อส่วนตัว แต่โดยทั่วไปแล้วผู้บำบัดจะเข้าถึงพลังงานเรกิได้ก็ต่อเมื่อผ่านการเปิดจักระจากอาจารย์เรกิแล้ว

ต้นกำเนิดเรกิ

เรกิถือกำเนิดขึ้นเมื่อไหร่นั้นไม่มีใครทราบ เพราะพลังงานนี้อยู่บนโลกนี้มานานกว่าการดำรงอยู่ของมนุษย์เสียอีก แต่ผู้ที่ค้นพบและนิยามคำว่าเรกิคือชาวญี่ปุ่นที่ชื่อว่า มิคาโอะ อุซุอิ (ค.ศ. 1876-1926)

เดือนมีนาคม ค.ศ. 1922 มิคาโอะ อุซุอิ ได้ปลีกวิเวกไปทำสมาธิถือศีลอดอยู่ในถ้ำบนภูเขาคุรามะ จังหวัดเกียวโต เป็นเวลา 21 วัน ซึ่งทำให้เขาตื่นรู้ทางจิตวิญญาณและได้รับพลังงานเรกิมา อุซุอินำพลังเรกิไปเผยแพร่ให้แก่คนอื่น ๆ และก่อตั้งสมาคมเรกิ The Usui Reiki Ryoho Gakkai ขึ้น หลังจากนั้นไม่นาน เรกิก็ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางในญี่ปุ่น

 

View this post on Instagram

 

A post shared by mae (@eos_photo02j) on

หลังจากที่อุซุอิเสียชีวิตลง ชูจิโร ฮายาชิ ลูกศิษย์คนหนึ่งของเขา ก็ส่งต่อวิชาไปยัง ฮาวาโยะ ทากาตะ หญิงเชื้อสายญี่ปุ่น-อเมริกันที่เกิดที่ฮาวาย ผู้มีบทบาทสำคัญในการเผยแพร่เรกิไปยังโลกตะวันตก ทำให้เรกิแตกแขนงออกเป็น 2 สายใหญ่ ๆ คือ สายตะวันออก (ดั้งเดิม) และสายตะวันตก ซึ่งมีรูปแบบและเทคนิคที่ต่างกันในบางจุด แต่ยังคงหลักการสำคัญของเรกิเอาไว้ดังเดิม

หลักการของเรกิ 5 ข้อ

มิคาโอะ อุซุอิ

หลักการของเรกิ 5 ข้อ (เคียวกิ โกะไก / Kyougi Gokai / 教義五戒) เป็นหนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่สุดของเรกิ ที่อาจารย์อุซิอิคิดค้นขึ้นมา เพื่อให้ผู้บำบัดยึดถือเป็นหลักในการดำเนินชีวิตในทุก ๆ วัน เพราะเขาเชื่อว่าเรกิไม่ใช่แค่การรักษา แต่คือหลักการใช้ชีวิตที่เราสามารถยึดถือปฏิบัติตามได้ตลอดชีวิต หลักการทั้ง 5 ข้อมีดังนี้

今日だけは (เคียว ดะเกะ วะ) = เฉพาะวันนี้
怒るな (โอโกรุ นะ) = เราจะไม่โกรธ
心配すな (ชิมไป สุนะ) = เราจะไม่กังวล
感謝して (คันฉะ ชิเตะ) = เราจะแสดงความขอบคุณ
業を励め (เกียว โอะ ฮาเกเมะ) = เราจะตั้งใจทำงานและหน้าที่ของตนเอง
人に親切に (ฮิโตะ นิ ชินเซ็ทสึ นิ) = เราจะทำดีต่อผู้อื่น

ปัจจุบันเรกิเป็นที่รู้จักมากขึ้นเรื่อย ๆ ในโลกตะวันตก ถึงขั้นที่โรงพยาบาลบางแห่งยอมรับเรกิเป็นการแพทย์ทางเลือกแล้ว แต่เรกิกลับไม่แพร่หลายในญี่ปุ่นและคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ก็ไม่รู้จักเรกิ แตกต่างจากในอดีตที่เคยได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง ซึ่งก็คงจะเป็นเพราะว่าเรกิเป็นสิ่งที่วิทยาศาสตร์การแพทย์สมัยใหม่พิสูจน์ไม่ได้ว่าช่วยในการรักษาได้จริง และหลายคนเชื่อว่าผลที่ผู้รับการบำบัดรู้สึกได้เหมือนกันผลที่ได้จากยาหลอก (placebo) แล้วเพื่อน ๆ ล่ะ เปิดใจรับการมีอยู่ของพลังเรกิรึเปล่า?

สรุปเนื้อหาจาก Yuko Kubata, Reiki Level 1 Manual Book | japan-reiki | reiki | wikipedia