“ซากุระเหงาหรือได้พัก” ข้อคิดจากใจของคนไทยในญี่ปุ่น

การระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวไม่สามารถเดินทางมาชมดอกกุระได้เหมือนปีก่อนๆ อีกทั้งรัฐบาลญี่ปุ่นสั่งห้ามไม่ให้มีกิจกรรมพบปะรวมกลุ่มชมดอกซากุระเหมือนทุกปี ทำให้มีคำถามว่าปีนี้เป็นปีที่ซากุระเหงาหรือได้พัก วันนี้มีข้อคิดจากใจและรูปดอกซากุระที่ถ่ายได้ที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน มาให้ผู้อ่านได้ชมให้หายคิดถึงกันนะคะ

การชมดอกซากุระของคนญี่ปุ่นในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19

ซากุระได้ชื่อว่าเป็นราชินีแห่งดอกไม้ที่บานสวยสะพรั่ง เปลี่ยนต้นไม้เทาดำให้เป็นสีชมพูตัดกับท้องฟ้าสีครามในวันที่อากาศดี แม้ว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายว่าปีนี้คนญี่ปุ่นและต่างชาติจำนวนมากไม่สามารถนั่งพบปะดื่มกินใต้ต้นซากุระได้เหมือนทุกปี แต่คนญี่ปุ่นจำนวนมากก็ขอชมความงามของดอกซากุระโดยการเดินไปเรื่อยๆ ใต้ต้นซากุระ มีหยุดถ่ายรูปเก็บความประทับใจเพื่อบันทึกไว้ในความทรงจำถึงปีที่ไม่เหมือนปีก่อนๆ แล้วเดินต่อ ในจุดชมซากุระที่สวยและมีชื่อก็จะมีเจ้าหน้าที่มาห้ามไม่ให้ยืนถ่ายรูปนาน มีการนำเทปมาแปะไว้บนที่นั่งห้ามนั่งชมดอกซากุระ และมีรถตำรวจประกาศขอความร่วมมืออย่านั่งดื่มกินอาหารใต้ต้นซากุระอยู่เป็นระยะ ในช่วงนี้ที่มีคนติดเชื้อไวรัสเพิ่มขึ้น คนญี่ปุ่นโดยเฉพาะในโตเกียวก็ถูกขอให้อยู่บ้าน ปล่อยให้ซากุระอยู่ตามลำพังตามธรรมชาติของพวกมันไป

ความจริงเกี่ยวกับธรรมชาติ

การระบาดของไวรัสหยุดโลกโควิด-19 ทำให้ธรรมชาติโดยเฉพาะต้นซากุระได้พักผ่อนจากการที่ต้องรับภาระเสียงดังและกลิ่นเหม็นแอลกอฮอล์อย่างต่อเนื่องจนกว่าดอกจะร่วง การเว้นช่องว่างระหว่างบุคคลจึงเป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้ธรรมชาติได้พักผ่อน และทำเราให้เข้าใจว่าธรรมชาติมีอำนาจเหนือมนุษย์อยู่ทุกครา ไม่มีใครคาดการณ์อะไรได้ว่าจะเกิดอะไรกับชีวิตเรา

ผู้เขียนอยู่ญี่ปุ่นมา 12 ปี ได้เจอเหตุการณ์รุนแรงมากมายทั้งแผ่นดินไหว ไต้ฝุ่น รวมถึงการระบาดไวรัสโควิด-19 นี้ สิ่งที่สอนเราจากบทเรียนธรรมชาติคือ เราต้องปรับตัว อดทน เข้มแข็ง และเชื่อฟังคำขอของผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้เราผ่านพ้นความยากลำบากต่างๆ ที่เกิดจากภัยธรรมชาติและโรคภัยไปได้ การใช้ชีวิตอย่างมีสติและพอเพียงจะทำให้เราอยู่ได้ในวันที่มีเหตุการณ์ร้ายๆ เข้ามา นอกจากนี้เพราะไม่รู้ว่าจะมีเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นเมื่อไร มันสอนให้รู้ว่าเราต้องใส่ใจดูแลตัวเอง ครอบครัว และคนรอบข้างให้ดี ตลอดจนเป็นคนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ รู้จักการให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดๆ เพราะในยามตกยาก ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่จะเป็นความอบอุ่นที่ชโลมจิตใจซึ่งกันและกัน

 

แม้ว่าจะปล่อยให้ซากุระเหงาหรือได้พักบ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการติดและแพร่เชื้อ แต่การระบาดของไวรัสตัวนี้ทำให้คนญี่ปุ่นที่ใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบตลอดเวลาได้มีโอกาสใช้ชีวิตอยู่ในบ้านมากขึ้น ซึ่งคงเป็นช่วงเวลาที่ทำให้คนญี่ปุ่นได้รู้ซึ้งถึงธรรมชาติ และได้ช่วยกันทำให้ครอบครัวแข็งแกร่งขึ้นอีกครั้ง วันนี้เรามีโอกาสหยุดอยู่บ้านเพื่อชาติก็มาร่วมใจกันนะคะ แทนการออกไปข้างนอกเราหันมาดูแลสุขภาพตัวเอง มาพูดคุยและสร้างสิ่งดีๆ ให้แก่คนในครอบครัวกัน เมื่อเวลาผ่านไปเราจะพบว่าในช่วงเวลาที่เลวร้ายเรามีสิ่งดีๆ อยู่ไม่น้อยเหมือนกันค่ะ