คนญี่ปุ่นรับประทานงาอย่างไรให้ได้ประโยชน์และปลอดภัยต่อสุขภาพมากที่สุด

งาเป็นเมล็ดธัญพืชที่มีประโยชน์มากมายต่อสุขภาพหากรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม มาดูวิธีรับประทานงาให้ได้ประโยชน์ต่อร่างกายและปริมาณที่ปลอดภัยต่อสุขภาพตามที่คนญี่ปุ่นแนะนำกันนะคะ

ประโยชน์ของงา

ในญี่ปุ่นงาถูกใช้เป็นอาหารเพื่อสุขภาพมาอย่างยาวนาน เนื่องจากอุดมไปด้วยโปรตีน (20%) ไขมัน (50%) วิตามิน เส้นใยอาหาร แร่ธาตุ ได้แก่ แคลเซียม แมกนีเซียม และธาตุเหล็ก เป็นต้น นอกจากนี้ก็ยังมีสารประกอบสำคัญที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระประสิทธิภาพสูงไ ด้แก่ เซซามิน (Sesamin) เซซาโมลิน (Sesamolin) และเซซามินอล (Sesaminol) เป็นต้น ไขมันที่มีเป็นปริมาณครึ่งหนึ่งของเมล็ดงาซึ่งมีสัดส่วนกรดไขมันไม่อิ่มตัวสูง มีบทบาทสำคัญในการช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในร่างกาย อีกทั้งงายังอุดมไปด้วยวิตามินอี ซึ่งมีบทบาทในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพ ช่วยชะลอความแก่ และเสริมความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันของร่างกาย เป็นต้น

วิธีการรับประทานงาให้ได้ประโยชน์สูงสุด

ร่างกายย่อยงาทั้งเมล็ดไม่ได้ ทำให้งาทั้งเมล็ดถูกขับออกพร้อมกับอุจจาระ คนญี่ปุ่นนิยมรับประทานงาคั่วบด เนื่องจากการบดทำให้สารอาหารที่อยู่ใต้ผิวของงาถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งการให้ความร้อนจะทำให้สารต้านอนุมูลอิสระเซซาโมลินในงาเปลี่ยนเป็นสารที่ให้พลังความเป็นสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเดิมถึง 3 เท่า นอกจากจะเพิ่มคุณค่าต่อร่างกายแล้ว งาคั่วบดยังมีกลิ่นหอมซึ่งช่วยกระตุ้นความอยากอาหารด้วย

ปริมาณการรับประทานงาที่ดีและปลอดภัยต่อสุขภาพ

งา 100 กรัมจะให้ปริมาณพลังงานถึง 586 กิโลแคลอรี่ อีกทั้งครึ่งหนึ่งของเมล็ดงานั้นประกอบไปด้วยไขมัน การรับประทานงาในปริมาณที่มากเกินไปจะทำให้ได้รับสารอาหารมากเกินพอดี ซึ่งอาจจะส่งผลในเรื่องน้ำหนักและบางครั้งอาจจะก่อให้เกิดอาการปวดท้องและท้องเสียได้ ปริมาณการรับประทานงาที่ให้ประโยชน์ต่อสุขภาพและความงามมากที่สุดคือ วันละ 1 ช้อนโต๊ะ หรือประมาณ 10 กรัม และอาจจะได้ถึงวันละ 2 ช้อนโต๊ะ

เมนูที่คนญี่ปุ่นนำงามารับประทาน

งาบดถูกใช้เป็นเครื่องปรุงในชีวิตประจำวันของคนญี่ปุ่น ได้แก่ นำมาเป็นส่วนผสมของยำญี่ปุ่น (Aemono) เติมในอาหารจำพวกต้มต่าง ๆ โรยหน้าอาหารผัด รวมถึงใส่ในซอสหมูทอดทงคัตสึ เป็นต้น

ผักยำญี่ปุ่นโรยงา
ซุปโรยงา
ผัดผักโรยงา
งาบดสำหรับใส่ซอสหมูทอดทงคัตสึ

อาหารที่ดีต่อสุขภาพจะให้ผลดีเมื่อรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ เช่นเดียวกับงาทั้งดำและขาวซึ่งเป็นธัญพืชที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพมาก แต่ต้องรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะคือ วันละประมาณ 1-2 ช้อนโต๊ะ จึงจะได้ประโยชน์อย่างเต็มที่