ความแตกต่างของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดของจีนและญี่ปุ่น

ตึกระฟ้าเป็นอีกหนึ่งสิ่งก่อสร้างที่แต่ละท้องที่สามารถแสดงถึงความมั่งคั่งและความเป็นมหาอำนาจ หากลองไล่ดูลิสต์ตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในโลกจะพบว่าส่วนใหญ่แล้วล้วนอยู่ในประเทศจีนทั้งสิ้น แต่เมื่อลองเปรียบเทียบตึกระฟ้าในประเทศจีนกับประเทศญี่ปุ่น ก็พบว่ามีความน่าสนใจมากมายเลยทีเดียว

เมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา ประเทศจีนได้กำหนดข้อจำกัดและมาตรการคุมเข้มในการสร้างตึกระฟ้า เพื่อป้องกันการสร้างเพื่อทำลายสถิติโดยไม่คำนึงถึงประโยชน์และความปลอดภัย แต่กระนั้น ในแต่ละท้องที่ก็ยังมีการแข่งขันกันสร้างตึกระฟ้าให้ได้ความสูงที่สุดเพื่อแสดงถึงอำนาจและเป็นการสร้างชื่อเสียง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เมืองใหญ่เท่านั้น แต่เมืองเล็ก ๆ ก็เช่นกัน ทางสื่อเว็บไซต์ NetEase ของจีนได้เขียนบทความเปรียบเทียบอาคารที่สูงที่สุดทั้งในจีนและญี่ปุ่นไว้อย่างน่าสนใจ

ในช่วงแรกบทความกล่าวว่า มาตรฐานในการพัฒนาเมืองใหญ่ ๆ จะแสดงออกเป็นรูปธรรมผ่านการสร้างตึกและอาคารต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง จำนวนของตึกระฟ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นดอกเห็ด ถึงขนาดได้รับการยกย่องว่า ความสามารถในการสร้างตึกระฟ้าบ่งชี้ได้ว่าเมืองนี้มีอำนาจทางเศรษฐกิจมากมายขนาดไหน หากลองเปรียบเทียบอาคารที่สูงที่สุดของจีนและญี่ปุ่น อาคารที่สูงที่สุดในประเทศจีนคือ Shanghai Tower ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งสูงถึง 632 เมตร และอาคารที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นคือ Abeno Harukas ในโอซาก้า ซึ่งสูงเพียง 300 เมตร ถือว่าน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของ Shanghai Tower เสียอีก

Shanghai Tower
Abeno Harukas

แล้วประเทศญี่ปุ่นไม่มีอำนาจทางเศรษฐกิจพอที่จะสร้างตึกระฟ้าสูง ๆ งั้นหรือ ? ในบทความได้อธิบายว่าประเทศญี่ปุ่นไม่ได้ไร้ความสามารถในการสร้างตึกระฟ้า แต่เนื่องจากญี่ปุ่นตั้งอยู่บนภูมิประเทศที่เกิดแผ่นดินไหวบ่อยครั้ง คนญี่ปุ่นจึงไม่กล้าเสี่ยงที่จะสร้างอาคารให้สูงมากเกินไป ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัย อย่างไรก็ตาม Shanghai Tower นั้นชนะอย่างขาดลอยทั้งในแง่ของความสูงและความเร็วของลิฟต์ ลิฟต์ที่ติดตั้งใน Shanghai Tower มีความเร็วถึง 1,230 เมตรต่อนาที แต่ Abeno Harukas มีความเร็วเพียง 360 เมตรต่อนาที ยิ่งตอกย้ำความเหนือชั้นของ Shanghai Tower มากขึ้นไปอีก

จริงอยู่ที่ว่า Shanghai Tower นั้นเหนือกว่าทั้งในด้านความสูงของอาคารและความเร็วของลิฟต์ แต่ความจริงแล้วลิฟท์ของตึกนี้สร้างขึ้นและออกแบบโดยบริษัท Mitsubishi Electric แห่งประเทศญี่ปุ่น จึงพูดได้เลยว่าบริษัทญี่ปุ่นเป็นผู้อยู่เบื้องหลังความเหนือชั้นของตึกระฟ้าที่สูงที่สุดในจีน หากไม่ติดเรื่องความกังวลเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ไม่แน่เราอาจจะได้เห็นตึกระฟ้าที่สูงที่สุดอยู่ที่ญี่ปุ่นแทนที่ตึกบุรจญ์เคาะลีฟะฮ์ที่ดูไบก็เป็นได้

สรุปเนื้อหาจาก gunosy