ประโยชน์ของหิมะที่เพิ่มทั้ง “ความอร่อย” และ “ราคา” ให้ผลิตผลทางการเกษตรของญี่ปุ่น

ในจังหวัดที่มีหิมะปกคลุมอย่างยาวนานนั้น หิมะไม่ได้เป็นอุปสรรคสำคัญในการดำรงชีพของคนญี่ปุ่นเหมือนอย่างที่เราคิด ทั้งยังมีการนำหิมะมาใช้ประโยชน์มากมาย มาดูวิธีการหิมะให้เป็นประโยชน์ในด้านการเกษตรของคนญี่ปุ่นกันนะคะ

การผลิตกะหล่ำปลีหิมะ

กะหล่ำปลีหิมะ เป็นกะหล่ำปลีที่เกิดจากความบังเอิญเมื่อประมาณ 50 ปีก่อน จากการที่กะหล่ำปลีราคาตกเนื่องจากกะหล่ำปลีล้นตลาดในช่วงฤดูใบไม้ร่วง เกษตรกรชาวฮอกไกโดเลยทิ้งกะหล่ำปลีไว้ไม่เก็บเกี่ยว ปล่อยให้หิมะปกคลุมกะหล่ำปลีนานกว่าสามเดือน เมื่อเข้าฤดูใบไม้ผลิที่หิมะเริ่มละลาย เกษตรกรพบว่ากะหล่ำปลียังคงสดและเมื่อนำมารับประทานปรากฏว่ารสชาติหวานกรอบอร่อยกว่าเดิม ตั้งแต่นั้นมาเลยมีการสร้างผลิตภัณฑ์กะหล่ำปลีหิมะที่นำหิมะมาปกคลุมต้นกะหล่ำไว้ประมาณ 3-4  เดือน และขุดขึ้นมาวางจำหน่ายในช่วงฤดูใบไม้ผลิ

กะหล่ำปลีหิมะมีรสชาติอร่อยกว่ากะหล่ำปลีธรรมดาและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ส่วนเหตุผลที่กะหล่ำปลีหิมะมีรสชาติหวานกรอบอร่อยขึ้นนั้นเนื่องมาจากว่าที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสและความชื้นที่คงที่ในหิมะนั้น ส่งเสริมให้กะหล่ำปลีผลิตน้ำตาลและกรดอะมิโนเพิ่มขึ้นและสร้างกลไกป้องกันเซลล์จากจุดเยือกแข็ง นอกจากกะหล่ำปลีแล้วก็ยังมีการผลิตหัวไชเท้าและแครอทรสชาติอร่อยด้วยวิธีการคล้ายกับการผลิตกะหล่ำปลีหิมะด้วยค่ะ

การฝังผลิตผลทางการเกษตรไว้ใต้หิมะ

นอกจากฮอกไกโดแล้ว พื้นที่ที่มีหิมะปกคลุมเป็นเวลายาวนาน เช่น จังหวัดนากาโนะ นีงะตะ และยามากะตะ เป็นต้น ก็มีการถนอมและเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรโดยการฝังไว้ใต้หิมะ หรือที่เรียกว่า Yukimuro ผลิตผลทางการเกษตรที่นิยมนำมาฝังไว้ใต้หิมะได้แก่ กะหล่ำปลี ผักกาดขาว แครอท หัวไชเท้า และแอปเปิ้ล เป็นต้น ซึ่งนอกจากจะเป็นการประหยัดพลังงานไฟฟ้าในการยืดอายุของผลิตผลทางการเกษตรแล้ว ความชื้นที่คงที่ภายใต้อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียสยังทำให้ผักและผลไม้สร้างกรดอะมิโนและน้ำตาลเพิ่มขึ้น เพิ่มความหวานอร่อยของผักและลดรสชาติเฝื่อนลง ส่วนแอปเปิ้ลก็จะมีรสหวานกรอบและสดมากขึ้น เป็นที่นิยมของผู้บริโภค

นอกจากหิมะจะก่อให้เกิดทั้งความบันเทิงและความเหนื่อยล้าจากการจัดการแล้ว หิมะเองก็ยังมีประโยชน์มากมายต่อเกษตรกรผู้อยู่ในพื้นที่ที่มีฤดูหนาวยาวนาน แม้ว่าต้องใช้แรงงานในการสร้างผลิตผลทางการเกษตรมากกว่าปกติ แต่ด้วยความอร่อยที่มากขึ้นทำให้ได้รับการตอบรับจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าผักเหล่านั้นมีราคาที่สูงขึ้นกว่าปกติประมาณ 20-30 เปอร์เซ็นต์ค่ะ