6 วิธีลดค่าใช้จ่ายรายเดือน สไตล์มนุษย์เงินเดือนญี่ปุ่น

Last updated:

หากพูดถึงการประหยัดเงินแล้ว หลายคนคงเริ่มจากการประหยัดค่ากิน ค่าเที่ยว และค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน แต่รู้หรือไม่ หากรู้จักวิธีลดค่าใช้จ่ายที่ตายตัวของเราในทุก ๆ เดือน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าโทรศัพท์ และค่าประกันต่าง ๆ จะสามารถประหยัดได้มากขึ้นถึง 30,000 เยนต่อเดือนเลยทีเดียว ! วันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อลดค่าใช้จ่ายประจำเดือนสำหรับผู้ที่ทำงานหรืออาศัยอยู่ในญี่ปุ่นกันค่ะ

รายจ่ายตายตัวต่อเดือน

  • ค่าที่พัก
  • ค่าอุปกรณ์สื่อสาร (ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต)
  • ค่าประกัน
  • ค่าสาธารณูปโภค (ค่าน้ำค่าไฟ)
  • ค่าบริการสมาชิกรายเดือน

โดยปกติแล้ว ค่าใช้จ่ายเหล่านี้มักจะมียอดรวมที่ต้องจ่ายมากกว่าค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่ากิน ค่าเที่ยว นอกจากนี้ยังเป็นรายจ่ายที่ควบคุมได้ยาก เนื่องจากจำนวนเงินนั้นมักจะตายตัว แถมยังต้องจ่ายทุกเดือนไม่สามารถยกเลิกได้เพราะจำเป็นต่อการดำรงชีวิตอีกด้วย สิ่งที่ทำได้คือการวางแผนและจัดสรรให้ดีค่ะ หากเป็นไปได้อยากให้แบ่งสรรปันส่วน ดังนี้ “แบ่งเงินเดือนออกเป็น 3 ส่วน โดย 45% แรก คือรายจ่ายจำเป็นตายตัวทุกเดือน 35% ต่อมา คือค่าใช้จ่ายที่ควบคุมได้ เช่น ค่ากิน ค่าดื่ม ค่าเที่ยว และ 20% สุดท้ายคือเงินเก็บ”

เทคนิคประหยัด “ค่าที่พัก”

ที่พัก

แนะนำว่า หากใครที่สัญญาเช่าใกล้หมดหรืออยู่ในช่วงพิจารณาต่อสัญญา ให้ลองต่อรองค่าเช่ากับเจ้าของห้องดูค่ะ โดยอาจยกเหตุผลว่าห้องเช่ารอบ ๆ ราคาถูกกว่า หรือพื้นที่ส่วนกลางทรุดโทรมมากแล้ว หรือมีตึกสูงมาสร้างด้านหน้าบดบังแสงแดด เป็นต้น อาจจะช่วยให้เจ้าของห้องยอมใจอ่อนลดราคาลงมาก็ได้ค่ะ แต่ถ้าหากต่อรองยังไงก็ไม่ได้ผล แถมค่าเช่าก็ยังแพงมากเกิน 30% ของรายได้แล้วละก็ ย้ายออกหาที่ใหม่ดีกว่าค่ะ โดยอาจเลือกที่อยู่ใหม่ที่อยู่ไกลจากสถานีมากขึ้นอีกนิดหรือเป็นห้องแบบญี่ปุ่น (ห้องเสื่อทาทามิ) ก็จะได้ห้องเช่าที่ราคาถูกลงนั่นเอง

เทคนิคประหยัด “ค่าโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต”

วิธีที่ง่ายที่สุดในการประหยัดค่าโทรศัพท์คือ เปลี่ยนแพ็กเกจของบริษัทที่ใช้อยู่หรือเปลี่ยนค่ายไปใช้ของบริษัทอื่นที่ถูกกว่าค่ะ ส่วนอินเทอร์เน็ตที่บ้านก็อาจพิจารณาตามความจำเป็นในการใช้งาน เช่น หากไม่ต้องการใช้เน็ตความเร็วสูง เพราะเกินความจำเป็นก็อาจเลือกเป็น Pocket  Wifi หรือหากใช้งานเน็ตบ้านไม่บ่อยเท่ามือถือก็เลือกเป็นแชร์เน็ตผ่านทางมือถือแทนก็ได้ค่ะ

เทคนิคประหยัด “ค่าประกัน”

ลองตรวจสอบดูว่าเราสมัครประกันอะไรไว้บ้าง อันไหนจำเป็นอันไหนไม่จำเป็น แน่นอนว่าการทำประกันต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นประกันสุขภาพ ประกันมะเร็ง หรือประกันอัคคีภัย ช่วยสร้างความอุ่นใจให้เราในยามฉุกเฉินก็จริง แต่หากเราทำมากจนเกินไปก็จะกลายเป็นภาระให้เราเสียเปล่า ๆ อยากทำก็ทำได้ แต่ต้องไม่เกิน 3% ของรายได้ถึงจะดีค่ะ

เทคนิคประหยัด “ค่าน้ำค่าไฟ”

ที่ญี่ปุ่นไฟและแก๊สสามารถเลือกบริษัทที่จะใช้บริการได้ค่ะ ทำให้เราสามารถควบคุมแผนการใช้จ่ายเพื่อให้เหมาะสมต่อการใช้งานของเราได้ ส่วนค่าน้ำนั้นไม่สามารถเปลี่ยนบริษัทที่จะใช้งานได้ จึงต้องหาวิธีประหยัดน้ำในห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ (โอฟุโระ) และห้องครัวเองค่ะ เช่น เปลี่ยนไปใช้หัวฝักบัวแบบประหยัดน้ำ นำน้ำที่เหลือจากอ่างโอฟุโระไปใช้ซักผ้า กดชักโครกแบบน้ำน้อยน้ำเยอะตามการใช้งาน หรือใช้เครื่องล้างจานแทนการล้างด้วยมือ เป็นต้น

เทคนิคประหยัด “ค่าบริการสมาชิกรายเดือน”

ค่าบริการรายเดือนที่เราสมัครไว้ หากมันเกินความจำเป็นหรือเราไม่ค่อยได้ใช้ก็ควรยกเลิกให้หมดค่ะ เช่น ค่าบริการแอปพลิเคชันเพลงหรือวิดีโอ ค่าบริการรายเดือนของแอปพลิเคชันต่าง ๆ ค่าบริการฟิตเนส ค่าบริการหนังสือพิมพ์ เป็นต้น นอกจากนี้หากทำงานอยู่ที่ญี่ปุ่น ทุกเดือนยังต้องโดนหักภาษีเงินได้ ภาษีท้องถิ่นอื่น ๆ อีก จึงต้องหาตัวช่วยด้วยการขอลดหย่อนค่ะ โดยอาจขอลดหย่อนจากสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย ประกันชีวิต ค่ารักษาพยาบาล หรือจากโครงการสมทบเงิน เป็นต้น

นอกจากที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีเทคนิคลดค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีกมากมาย ทุกคนก็ลองไปศึกษาหาข้อมูลเพิ่มเติมกันดูนะคะ ขนาดประเทศเศรษฐกิจแบบญี่ปุ่นยังต้องหาวิธีประหยัดขนาดนี้ เราเองก็ควรนำเทคนิคดี ๆ มาปรับใช้กันบ้าง เผื่อจะได้มีเงินเก็บไว้ใช้ไปเที่ยวหลังหมดโควิดไงคะ

ที่มา enechange.jp