อย่าทิ้งไปให้ไร้ค่า! รำข้าว เมล็ดอะโวคาโดและเปลือกกีวี กับคุณค่าสารอาหารต่อร่างกายอย่างไม่น่าเชื่อ

Last updated:

หนึ่งในเป้าหมายของ การพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals–SDGs) ด้านสิ่งแวดล้อม คือการตระหนักถึงผลกระทบของการใช้พลังงานที่เกี่ยวข้องการผลิตอาหารและของเสียที่มีต่อสิ่งแวดล้อม คนญี่ปุ่นจำนวนมากให้ความสนใจในเป้าหมาย SDGs และหันมาใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น โดยการใช้ประโยชน์จากทุกส่วนของอาหารให้มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ เพื่อให้คุ้มค่ากับพลังงานที่ใช้ในการปลูกหรือการผลิต รวมถึงลดปริมาณขยะด้วย มารู้คุณค่าของอาหารสามชนิด คือ รำข้าว เมล็ดอะโวคาโด และ เปลือกกีวี ที่คนมักจะทิ้งไปอย่างไร้ค่า โดยไม่รู้ว่าจริงๆ แล้วมีคุณค่าสารอาหารที่ดีต่อร่างกายมากกว่าส่วนที่รับประทานได้กันค่ะ

รำข้าว

รำข้าว

โดยปกติ คนญี่ปุ่นมักใช้รำข้าวเป็นอาหารสัตว์ ทำปุ๋ย สกัดน้ำมัน และใช้ดองผัก ฯลฯ รำข้าวอุดมไปด้วย วิตามินบี ซึ่งช่วยเสริมการเผาผลาญพลังงานของร่างกาย กรดโฟลิก ซึ่งช่วยเสริมการสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง วิตามินอี ซึ่งเป็นวิตามินที่ช่วยต้านสารอนุมูลอิสระ ชะลอความแก่ และแร่ธาตุสังกะสี ซึ่งเสริมสร้างความแข็งแรงของเส้นผมและป้องกันภาวะปราสาทรับรสผิดปกติ เป็นต้น ในอดีตคนไม่นิยมรับประทานรำข้าวเพราะรำข้าวมักเน่าบูดเสียได้ง่าย แต่ปัจจุบันนี้ ในญี่ปุ่นมีผลิตภัณฑ์จากรำข้าววางจำหน่ายอยู่ตามร้านค้าเพื่อให้สามารถนำมารับประทานได้ง่ายเพียงใส่ในซุปมิโซะ โรยโยเกิร์ต หรือหุงพร้อมข้าว เป็นต้น

เมล็ดอะโวคาโด

อะโวคาโด

นอกจากเนื้ออะโวคาโดจะมีคุณค่าสารอาหารซึ่งเป็นที่นิยมของคนทั่วไปแล้ว เมล็ดอะโวคาโดก็อุดมไปด้วยสารสำคัญได้แก่ ฟลาโวนอล (Flavonols) ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้ร่างกายติดเชื้อไวรัสหรือราได้ง่าย ฟลาวานอล (Flavanols) ซึ่งเป็นสารต้านมะเร็ง คาเทชิน  (Catechins) และ วิตามินซี ซึ่งช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง เส้นใยที่ละลายน้ำได้จะช่วยป้องกันโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง และโรคความดันโลหิตสูง เป็นต้น วิธีการนำมารับประทานทำได้ง่ายในรูปของเมล็ดอะโวคาโดบด ชา หรือนำมาปั่นเป็นสมูทตี้ เป็นต้น

เปลือกกีวี

อย่าเพิ่งทิ้งเปลือกกีวี เพราะเปลือกกีวีมีเส้นใยอาหารที่สูงกว่าเนื้อกีวีเป็น 2 เท่า! มีวิตามินอี กรดโฟลิก และโพลีฟีนอล ในปริมาณที่สูงกว่าเนื้อประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์ โพลีฟีนอลแบ่งเป็น เควอซิทิน (Quercitrin) ซึ่งช่วยต้านการอักเสบ และ แกมป์เฟโรล (Kaempferol) ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงของภูมิคุ้มกันร่างกายและช่วยต้านอนุมูลอิสระ อย่างไรก็ดี สำหรับคนญี่ปุ่น การรับประทานเปลือกกีวีเป็นสิ่งที่ไม่คุ้นเคยนัก แต่มีวิธีการรับประทานดังนี้ คือ แยมจากผลกีวีทั้งเปลือก สมูทตี้ หรือหั่นบางๆ ทั้งเปลือกและรับประทานพร้อมกับแฮมหรือชีส เป็นต้น

แทนการทิ้งอย่างไรค่า เรามาลองรับประทานอาหารที่กล่าวดังข้างต้นดูค่ะ นอกจากจะช่วยให้สุขภาพดีขึ้นจากคุณค่าสารอาหารที่มากกว่าส่วนที่รับประทานได้แล้ว ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยค่ะ

สรุปเนื้อหาจาก news.yahoo