10 อันดับเมืองเล็กๆ ที่คนญี่ปุ่นอยากไปอยู่ประจำปี 2020

ญี่ปุ่นขึ้นชื่อว่าเป็นถิ่นพำนักในดวงใจของหลายล้านคนอยู่แล้ว แต่ Brand Research Institute เขาทำแบบสำรวจเจาะลึกลงไปอีกชั้นว่า เมืองไหนในญี่ปุ่นที่คนอยากไปอยู่มากที่สุด 10 อันดับ โดยสอบถามจากคนญี่ปุ่น 31,734 รายทั่วประเทศ เกี่ยวกับแนวความคิดที่มีต่อแต่ละเมืองใน 84 หัวข้อรวมไปถึงเรื่องภาพลักษณ์ของเมือง ความเป็นที่น่าจดจำ และเสน่ห์ของเมืองนั้นๆ ด้วย

สำหรับวิธีกำหนดตัวเลือกที่แสดงระดับความชอบสำหรับแต่ละจังหวัด ประกอบด้วย 5 ตัวเลือก ได้แก่

  • ฉันอยากไปอยู่ที่นั่นเอามากๆ เลย (100 คะแนน)
  • ฉันอยากไปอยู่ที่นั่น (50 คะแนน)
  • ที่นั่นฉันก็อยู่ได้ (25 คะแนน)
  • ฉันไม่มีความรู้สึกว่าอยากไปอยู่ที่นั่น (0 คะแนน)
  • ฉันไม่อยากไปอยู่ที่นั่นเลยจริง ๆ (0 คะแนน)

10 อันดับเมืองที่คนญี่ปุ่นอยากไปอยู่มากที่สุดคือ…

จากการสำรวจในปีที่แล้ว โตเกียวเป็นเมืองที่คนอยากอยู่มากที่สุด (26.3 คะแนน) แต่ปีนี้ปรากฏว่า คานากาวะ ซึ่งเป็นเมืองที่มีเขตติดต่อกับโตเกียว และเป็นพื้นที่พักอาศัยสำหรับบรรดาคนที่เดินทางไปกลับโตเกียวเขาชอบอยู่กัน เมืองนี้กลับได้รับความสนใจมากที่สุด (21.3 คะแนน) ไม่ว่าสนใจมากหรือน้อยหรือแค่สนใจนิดๆ ก็รวมอยู่ในกลุ่มนี้ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 50.1 ของผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด ดังนั้นจึงทำให้โตเกียวถูกเบียดตกลงเป็นอันดับสอง ด้วยคะแนน 20.5

ตามด้วยฮอกไกโด (19.1 คะแนน) ปีนี้เขตที่มีเมืองใหญ่ๆ ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเช่นแต่ก่อน มีเพียงฮอกไกโด ฟุกุโอกะ และชิบะที่ยังรักษาตำแหน่งเดิมไว้ได้

ส่วนที่เด่นขึ้นมาก็คือโอกินาวะ ซึ่งได้คะแนนมากขึ้นกว่าปีก่อนและพุ่งขึ้นมาจากเดิมถึงสามอันดับ และจังหวัดที่อยู่บนเกาะแบบนี้ก็เป็นที่สนใจมากขึ้นสำหรับกลุ่มคนหนุ่มสาว โดยหนึ่งในสามของกลุ่มคนในช่วงวัย 20-29 ปีเลือกตอบว่า “ฉันอยากไปอยู่ที่นั่นเอามากๆ เลย” และหนึ่งในห้าของคนวัย 30-39 ปีก็ตอบว่า “ฉันอยากไปอยู่ที่นั่น”

ส่วนชิสุโอกะคือหนึ่งในสองจังหวัดที่มีภูเขาฟูจิก็เริ่มเป็นที่สนใจและติดหนึ่งในสิบอันดับของปีนี้ โดยสามารถแซงนาโกยา เมืองใหญ่อันดับสี่ของญี่ปุ่นไปได้ด้วย

Brand Research Institute เชื่อว่าการที่จังหวัดเล็กๆ และมีความเป็นชนบทมากกว่าได้รับความสนใจเพิ่มมากขึ้นแบบนี้ก็เพราะเจ้าไวรัสโคโรนา อย่างเมืองคานาซาวะในจังหวัดอิชิกาวะก็กลับกลายเป็นว่าได้รับความสนใจขึ้นมา เพราะคนพากันมองหาสถานที่ๆ มีคนน้อย ซึ่งปลอดภัยจากการระบาดของโรคมากกว่านั่นเอง

สรุปเนื้อหาจาก: japantoday
ผู้เขียน: มิโดริ