เบื้องหลังการเลือกใช้สีสัญลักษณ์รถไฟสายต่าง ๆ ในญี่ปุ่น

ทุกคนคงรู้ดีว่า “รถไฟ” คือตัวเลือกหลักในการเดินทางของคนญี่ปุ่นที่อาศัยตามเมืองใหญ่ และรถไฟตามเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นก็มีเส้นทางที่ค่อนข้างครอบคลุม สามารถนำพาผู้โดยสารไปได้แทบทุกที่ แต่ความสะดวกสบายและเข้าถึงได้ทุกซอกมุมของรถไฟญี่ปุ่นก็ต้องแลกมาด้วยความซับซ้อนของเส้นทางเดินรถไฟที่มีมากมายหลายสาย หลายบริษัทเดินรถ ซึ่งถ้าลองดูแผนที่เส้นทางรถไฟในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น เช่น โตเกียว ก็จะเห็นความซับซ้อนของเส้นทางเดินรถไฟสายต่าง ๆ ที่ถูกแทนที่ด้วยสีสันต่าง ๆ มากมาย

แต่เพื่อน ๆ เคยทราบกันหรือเปล่าว่า สีต่าง ๆ ที่ถูกนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์บอกเส้นทางเดินรถไฟในญี่ปุ่นนั้น ไม่ได้เลือกมาเพียงแค่ให้มีสีที่สวยงามหรือไม่ซ้ำกันเท่านั้น แต่แฝงไปด้วยความใส่ใจต่อผู้ใช้ผ่านการออกแบบอย่างพิถีพิถันต่างหาก


ตาของคนทั่วไปเวลามองไปที่สิ่งไหนก็จะเห็นสีของสิ่งต่าง ๆ เป็นปกติ แต่ที่จริงแล้วดวงตาของแต่ละคนจะมองเห็นสีออกมาไม่เหมือนกันซะทีเดียว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็น เช่น โรคตาบอดสี จากสถิติที่ประเทศญี่ปุ่น อัตราส่วนของผู้ที่มีปัญหาด้านการมองเห็นสีต่าง ๆ ในระดับไม่มากอยู่ที่ 1/20 คนในผู้ชาย และ 1/500 คนในผู้หญิง

เนื่องจากการรับรู้สีต่าง ๆ ของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ทำให้การออกแบบสถานีหรือสิ่งปลูกสร้างสาธารณะต่าง ๆ ที่มีผู้ใช้บริการเป็นจำนวนมาก จำเป็นต้องออกแบบให้ไม่ว่าใครก็สามารถรับรู้และแยกแยะความแตกต่างของป้ายสัญลักษณ์ได้ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีการรับรู้ต่อสีแบบไหนก็ตาม

แผนที่เส้นทางเดินรถไฟใต้ดิน กับการออกแบบเพื่อทุกคน

Universal Design คือการออกแบบเพื่อทุกคน ไม่ว่าคุณจะเป็นใคร มีร่างกายแบบไหน ก็จะสามารถใช้บริการได้แบบไม่มีอุปสรรค Color Universal Design (CUD) คือ การออกแบบเพื่อให้ผู้ปัญหาด้านการมองเห็น เช่น สายตาสั้น มีปัญหาด้านการรับรู้สีต่าง ๆ เป็นต้น ถือเป็นส่วนหนึ่งของ Universal Design ด้วยเช่นกัน

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นได้ชัดของ CUD ในญี่ปุ่นก็คือ การออกแบบแผนที่เส้นทางเดินรถไฟใต้ดินของญี่ปุ่น อย่างในโตเกียวที่ประกอบด้วยรถไฟใต้ดินถึง 13 สาย เมื่อลองดูแผนที่เส้นทางเดินรถไฟใต้ดินจะเห็นว่า เส้นทางเดินรถทั้ง 13 สายต่างถูกแทนด้วยสีที่แตกต่างกัน แต่เพื่อให้ผู้ใช้บริการที่อาจจะมีปัญหาด้านการรับรู้สีต่าง ๆ ไม่เหมือนกันสามารถใช้บริการได้อย่างเท่าเทียม ผู้บริการจึงได้แฝงการออกแบบตามหลัก CUD ไว้ดังนี้ เช่น

  1. ไม่ใช้สีที่ใกล้เคียงกันหรือดูออกยากในเส้นทางเดินรถที่อยู่ใกล้เคียงกัน
  2. ทำเส้นให้ใหญ่ และเขียนชื่อเส้นทางเดินรถเอาไว้ในนั้น
  3. เพิ่มข้อมูลอื่น ๆ นอกเหนือจากการใช้สี
  4. ตำแหน่งที่เส้นทางเดินรถตัดกันจะมีการเพิ่มเส้นกรอบสีขาว เพื่อไม่ให้สีปนกันจนแยกแยะไม่ได้
  5. ที่สถานีเริ่มต้นและสถานีปลายทาง การเดินรถจะเขียนระบุตัวอักษรตัวแรกของชื่อสายรถไฟเอาไว้ ทำให้สามารถใช้นิ้วไล่ดูได้ง่าย
  6. สายรถไฟที่ดูยาก จะใช้ลวดลายเพิ่มเข้าไปเพื่อทำให้แยกออกได้ง่ายมากขึ้น

เห็นได้ถึงความใส่ใจของผู้ให้บริการสถานที่สาธารณะต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่นเลยนะคะ และก็ได้เห็นถึงความสำคัญของการออกแบบเพื่อทุกคนอีกด้วย ทำให้ได้ลองย้อนคิดดูเลยว่า ถึงแว้บแรกที่เราเห็นแผนที่เส้นทางเดินรถไฟในญี่ปุ่น อาจจะทำให้หลายคนขนลุกในความซับซ้อน แต่เมื่อได้ลองใช้จริง ๆ ก็ต้องยอมรับว่าค่อนข้างใช้งานง่ายและสะดวกสบายกว่าที่คิด และแน่นอนว่านั่นเกิดจากการออกแบบที่ผ่านการคิดวิเคราะห์มาเป็นอย่างดีนั่นเอง

หากครั้งหน้าได้มีโอกาสใช้บริการรถไฟญี่ปุ่น ลองสังเกตดูกันนะคะว่ามีการออกแบบและการเลือกใช้สีที่ง่ายต่อการรับรู้ของทุกคนจริงหรือไม่??

สรุปเนื้อหาจาก: mynavi