มารู้จัก “วะเซเอโกะ” ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นที่คนญี่ปุ่นเข้าใจ แต่ต่างชาติงงเป็นไก่ตาแตกกันเถอะ

เปิดเรื่องมาว่า “วะเซเอโกะ” คาดว่าคุณผู้อ่านที่ไม่เคยเรียนภาษาญี่ปุ่นมาก่อนอาจจะงง เลยขออธิบายรากศัพท์คำนี้หน่อยนะคะ คำว่า 和製 (วะเซ) มีความหมายคล้ายๆ คำว่า Made in Japan รวมกับคำว่า 英語 (เอโกะ) ที่แปลว่า ภาษาอังกฤษ รวมๆ ออกมาแล้วก็คือ ภาษาอังกฤษที่ Made in Japan นั่นเองค่ะ

ผู้เขียนขอออกตัวก่อนนะคะว่าไม่ได้มีเจตนาบูลลี่หรือล้อเลียนภาษา บทความนี้เขียนขึ้นเพื่อเผยแพร่ความรู้ทางภาษาเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาอื่นค่ะ

แม้ว่า “วะเซเอโกะ” จะดัดแปลงมาจากต้นฉบับภาษาต่างประเทศก็ตาม แต่กลับกลายเป็นว่า เป็นภาษาอังกฤษที่มีเพียงคนญี่ปุ่นเท่านั้นเข้าใจ ในขณะที่ชาวต่างชาติที่ไม่ได้มีพื้นฐานภาษาญี่ปุ่นมักจะงงเป็นไก่ตาแตก เพราะว่าความหมายและบริบทที่ใช้ต่างกับภาษาอังกฤษต้นฉบับโดยสิ้นเชิง ซึ่งภาษาอังกฤษที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเองนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ในภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น ภาษาไทยเองก็มีค่ะ เช่น คำว่า Freshy (เฟรชชี่) ที่คนไทยเข้าใจว่าคือนักศึกษาปี 1 แต่ฝรั่งเจ้าของภาษา จะใช้คำว่า Freshman (เฟรชแมน) หรืออย่างคำว่า แฟน ที่ภาษาอังกฤษ แปลว่า พัดลม แต่คนไทยใช้เรียกแฟนในความหมายที่เป็น Boyfriend/Girlfriend หรืออย่างคำว่าเวฟ ที่คนไทยหมายถึงการอุ่นอาหารด้วยไมโครเวฟ แต่ภาษาอังกฤษจะใช้ว่า re-heat แทนค่ะ

วิธีสังเกต “วะเซเอโกะ” ก็เหมือนการสังเกตภาษาต่างประเทศทั่วไปในภาษาญี่ปุ่น นั่นก็คือ การเขียนแทนด้วยตัวอักษรคาตาคานะ ซึ่งก็เหมือนการเขียนทับศัพท์ในภาษาไทยนั่นเองค่ะ

เหตุใด “วะเซเอโกะ” จึงถูกสร้างขึ้นมา และสร้างเพื่ออะไร?

เหตุผลแรก คนญี่ปุ่นนั้นเป็นชาติที่เก่งในการดัดแปลงวัฒนธรรมค่ะ ไม่ค่อยจะรับวัฒนธรรมต่างชาติมาใช้โดดๆ แต่มักจะเอามาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสังคมของตัวเอง ดังนั้นจึงมีการปรับรูปแบบของภาษาต่างประเทศให้กลายเป็นภาษาที่คนญี่ปุ่นเข้าใจง่าย

เหตุผลที่สองก็คือ เกิดจากความเข้าใจผิด ยกตัวอย่างเช่นคำว่า Y-Shirt (เสื้อเชิ้ตแบบผ่าหน้า คล้ายๆ รูปตัว Y) ซึ่ง “วะเซเอโกะ” นั้นเกิดขึ้นจากการฟังที่ผิดเพี้ยน จาก Y-Shirt เป็น White Shirt ในกรณีนี้ หากเป็นคนญี่ปุ่นก็จะเข้าใจว่า เป็น Y-Shirt ที่เป็นสีอะไรก็ได้ แต่ชาวต่างชาติจะเข้าใจว่า White Shirt คือเสื้อเชิ้ตสีขาวเท่านั้น

ถึงแม้ว่า “วะเซเอโกะ” จะเป็นภาษาอังกฤษที่ใช้ในภาษาญี่ปุ่น แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะความหมายจะผิดเพี้ยนไปซะหมด บางคำก็เป็นสากลที่ชาวต่างชาติสามารถเข้าใจได้เช่นกันค่ะ ซึ่งภาษาต่างประเทศที่ถูกสร้างขึ้นมาใช้แบบญี่ปุ่นนี้ รากศัพท์ไม่ได้มีเพียงแต่จากภาษาอังกฤษเท่านั้น ยังมีคำจากภาษาเยอรมันและฝรั่งเศสอีกด้วย คล้ายๆ กับที่ภาษาไทย รับอิทธิพลมาจาภาษาเขมร ภาษาจีน และภาษาสันสกฤตนั่นเอง วันนี้ผู้เขียนเลยลองคัด “วะเซเอโกะ” ที่คนต่างชาติแบบเรามักเจอมาให้คุณผู้อ่านได้ลองอ่านกันดูค่ะ

サラリーマン (ซาลารี่มัง)/OL

คำแรกที่โผล่ขึ้นมาในหัวก็คือคำนี้ เลย サラリーマン/OL (Salaryman/OL) เป็นคำที่คุ้นหูของคนไทยหรือคนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจญี่ปุ่นไปเสียแล้วสำหรับคำว่า ซาลารี่มัง และ OL ซึ่งจริงๆ แล้ว ภาษาอังกฤษใช้คำว่า Office Worker ต่างหากหล่ะ

ในภาษาญี่ปุ่น サラリーマン นั้นมาจากคำว่า 給料 (Salary) + 男 (Man) หรือที่แปลเป็นไทยได้ว่า มนุษย์เงินเดือนนั่นเอง และมักใช้เรียกพนักงานเพศชาย แต่ในความเข้าใจของคนต่างชาตินั้น Salaryman คือคนที่ทำงาน/รับผิดชอบเกี่ยวกับเงินเดือนของพนักงานนั่นเอง ไม่ใช่พนักงานรับเงินเดือนแบบที่คนญี่ปุ่นเข้าใจกัน

ส่วนคำว่า OL นั้น ย่อมาจาก Officer Lady หรือพนักงานผู้หญิงนั่นเอง จากตรงนี้เองก็มีข้อสังเกตว่า ญี่ปุ่นนั้นมีการแบ่งแยกเพศในการทำงาน ในขณะที่ภาษาอังกฤษจะเรียกรวมๆ ว่า Office Worker

アルバイト (อะรุไบโตะ)

คำนี้นักเรียนที่มาเรียนต่อในประเทศญี่ปุ่นน่าจะรู้จักดี นั้นก็คือคำว่า アルバイト (อะรุไบโตะ) ซึ่งมีรากศัพท์มาจากภาษาเยอรมัน ส่วนภาษาอังกฤษที่ถูกต้องจริงๆ คือคำว่า Part-time Job นั่นเองค่ะ

นอกจากนี้ คำที่ใช้เรียกพนักงานพาร์ทไทม์ในญี่ปุ่นนั้นยังมีคำเรียกแยกย่อยออกไปอีก นั่นก็คือคำว่า パート(พาร์ทโตะ) ซึ่งแม่บ้านส่วนใหญ่จะอยู่ในกลุ่มนี้ค่ะ ค่าแรงจะเท่ากับอะรุไบโตะ แต่ว่ามีข้อจำกัดเรื่องชั่วโมงการทำงานและรายรับซึ่งเกี่ยวข้องกับภาษีนั่นเอง

エアコン (แอร์คง)

คำนี้อ่านว่า​ “แอร์คง” ค่ะ เป็นการตัดคำมาจากคำว่า Air Conditoner นั่นเอง ซึ่ง แอร์คง เนี่ย ในความเข้าใจของคนญี่ปุ่นคือ สามารถปรับอุณหภูมิได้ทั้งร้อนและเย็นค่ะ ส่วนแอร์ที่สามารถทำความเย็นได้อย่างเดียว ไม่สามารถทำความอุ่นในหน้าหนาวได้ จะเรียกว่า 冷房 (เรโบ)

マンション (แมนชั่น)

คำนี้อ่านว่า “แมนชั่น”ค่ะ มองเผินๆ อาจจะไม่รู้ว่าแตกต่างกับภาษาอังกฤษอย่างไร แต่ความจริงแล้วมีจุดต่างเล็กๆ อยู่ค่ะ Mansion ความหมายจริงๆ แล้วคือเคหะสถานขนาดใหญ่ มีความหรูหรา โออ่า มีพื้นที่ใช้สอยและแบ่งห้องเป็นสัดส่วนมากกว่าอพาร์ตเม้นท์ค่ะ ซึ่งถ้าว่ากันตามความหมายนี้ ห้องเล็กๆ ที่คนญี่ปุ่นอยู่นั้น ภาษาอังกฤษจริงๆ แล้วเรียกว่า Apartment ค่ะ

ดังนั้น เวลาคนญี่ปุ่นบอกเพื่อนต่างชาติว่าอาศัยอยู่ในแมนชั่น ในมุมมองของชาวต่างชาติที่ได้ฟังนั้นคือ “เธอรวยมากเลยอะ ถึงได้อยู่ในแมนชั่นได้” ซึ่งความเป็นจริงแล้ว คนญี่ปุ่นตั้งใจที่จะหมายถึงอพาร์ตเม้นท์นั่นเอง

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับคำว่าแมนชั่นและอพาร์ตเม้นท์ไม่ได้มีเพียงแค่ญี่ปุ่นค่ะ ในวงการอสังหาริมทรัพย์ของไทย บางแห่งก็ตั้งชื่ออพาร์ตเม้นท์เป็นแมนชั่น ในแง่ของความรู้สึกที่ว่า แมนชั่นมันคือสถานที่ที่ใหญ่โอ่อ่า หรูหรากว่า

เป็นอย่างไรกันบ้างคะ กับ “วะเซเอโกะ” พอรู้ความหมายแล้วเข้าใจไม่ยากเลยใช่มั้ยคะ?

Total
118
Share