วิธีการว่ากล่าวตักเตือนเด็ก ๆ ที่แตกต่างกันระหว่างญี่ปุ่นกับอเมริกา

วิธีการเลี้ยงลูกที่แตกต่างกันกลายเป็นการถกประเด็นกันอย่างน่าสนใจ หลังจากที่คุณยามากุจิ โยชิอากิ ชาวญี่ปุ่นผู้ใช้ชีวิตอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา (@girlmeetsNG) ได้ทวีตว่า “พอเห็นเพื่อนคนอเมริกาเลี้ยงลูก สังเกตได้ว่าเวลาตักเตือนลูกเขาไม่ใช้ don’t แต่จะใช้ we เลยคิดว่าอยากใช้แบบนี้ในภาษาญี่ปุ่นบ้าง” มีผู้ตอบกลับทวิตนี้อย่างมากมายในเชิงบวกว่าเป็นวัฒนธรรมการพูดที่ดีไม่น้อย เช่น “เปลี่ยนคำว่า ‘อย่าวิ่ง’ เป็นคำว่า ‘มาเดินด้วยกัน’ ช่างเป็นวัฒนธรรมที่วิเศษมาก”

และทางเว็บไซต์ maido na news ก็ได้สัมภาษณ์คุณยามากุจิว่ามีความคิดเห็นอย่างไรเกี่ยวกับวิธีพูดลักษณะนี้ เราไปดูกันค่ะ

1. เพื่อนคนอเมริกาพูดอะไรต่อหลังจากคำว่า we ?

“ตอนนั้นลูกเขาขว้างตัวต่อเลโก้ เพื่อนก็พูดว่า ‘Hey, we use toys in this way.’ พร้อมกับประกอบตัวต่อเลโก้ให้ลูกดู หรือเวลากินข้าวแล้วลูกวิ่งไปวิ่งมาอยู่ไม่นิ่ง เพื่อนก็จะเตือนประมาณว่า ‘We should better sit down while eating.’ ถ้าเป็นฉันเองก็คงจะใช้ you นั่นแหละนะ”

2. ทำไมถึงคิดว่าการใช้คำว่า ‘ทำด้วยกัน’ ดีกว่าคำว่า ‘ห้ามทำ’ ?

“ฉันได้ยินมาว่าสมองจะรับรู้และจดจำคำที่เป็นการบอกเล่าได้ง่ายกว่าคำในเชิงลบ อย่างถ้าเด็กถือแก้วน้ำมา หากพูดว่า ‘ถือดี ๆ นะ’ ก็จะดีกว่า ‘อย่าให้หกนะ’ หรือแม้แต่ในกีฬาเบสบอล ก็จะพูดว่า ‘เล็งให้ต่ำไว้นะ’ ดีกว่า ‘อย่ายกมือขึ้นสูงนะ’ การใช้คำพูดลักษณะนี้จะช่วยให้ผลลัพธ์ออกมาดีกว่าด้วย”

3. มีวิธีการพูดแบบอื่น ๆ ที่ดีอีกไหม ?

“ฉันรู้สึกว่าคนอเมริกาจะพยายามสื่อสารโดยเลี่ยงคำพูดเชิงลบให้มากที่สุด ตัวอย่างเช่น

เมื่อทำอะไรผิดพลาด
ญี่ปุ่น : ‘น่าเสียดายเนอะ’
อเมริกา : ‘Good try!’

เมื่อเจอปัญหาที่ดำเนินการได้ยาก
ญี่ปุ่น : ‘มันเข้มงวดนิดนึงนะ’
อเมริกา : ‘It’s challenging!’

เมื่อต้องปฏิเสธวิธีการทำงานของผู้อื่น
ญี่ปุ่น : ‘วิธีนั้นมันไม่ได้’
อเมริกา : ‘It’s not the best’

เมื่อมีปัญหาสักอย่างเกิดขึ้น
ญี่ปุ่น : ‘มีปัญหาแล้วสินะ’
อเมริกา : ‘It’s a good opportunity!’

เมื่อต้องการเตือนเด็ก ๆ การใช้คำว่า we แทน you หรือแทนรูปคำสั่ง ก็ถือเป็นการให้เกียรติในฐานะคนคนหนึ่งแม้ว่าจะเป็นเด็กก็ตาม และเป็นการแสดงออกถึงทัศนคติของตัวผู้ปกครองเองเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ด้วย ก็เลยรู้สึกว่าอยากจะใช้วิธีการพูดแบบนี้ด้วยเหมือนกัน”

มีคอมเมนท์ตอบกลับทวีตของคุณยามากุจิกันอย่างมากมาย เช่น

“ส่วนใหญ่จะพูดสิ่งที่อยากให้ทำเดี๋ยวนั้นเลย คือไม่ใช้ We don’t do this แต่ใช้เป็น We do like this แทน ซึ่งวัฒนธรรมการพูดแบบนั้นมันก็ต้องฝึกมาแต่แรกแหละ”

“ตอนที่ดูซีรีส์อเมริกาเรื่อง Full House ก็เห็นว่าเวลาที่พวกเด็ก ๆ ทำผิด ก็จะตักเตือนกันด้วยประโยคบอกเล่า เป็นการเลี้ยงลูกแบบที่ไม่มีการปฏิเสธโดยไม่ฟังเหตุผล”

“การว่ากล่าวตักเตือนเริ่มต้นด้วยคำว่า we และ our ให้ความรู้สึกเหมือนยังมีคนอยู่เคียงข้างเสมอ”

“วิธีการดุแบบนั้น ผลก็คือกลายเป็นว่ามีคนจำนวนมากที่คิดว่าตัวเองไม่ผิด”

“ถ้าฉันใจเย็นก็จะบอกลูกสาวว่า ‘มาทำด้วยกัน’ แต่พอโกรธก็จะกลายเป็น ‘ห้าม…’ “

คนไทยเองก็คงจะคุ้นเคยกันดีกับการถูกพ่อแม่ดุหรือตักเตือนโดยมีคำว่า “อย่า” “ห้าม” “ไม่” นำหน้า เช่น อย่าวิ่ง อย่าซน ห้ามทำ ห้ามไป ไม่กิน ไม่เอา ฯลฯ ซึ่งก็ไม่แน่ใจนะคะว่าพ่อแม่ชาวเอเชียจะเป็นเหมือนกันหมดไหม แต่พอได้เห็นตัวอย่างที่คนอเมริกันใช้เตือนเด็ก ๆ แล้ว ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ ยังรู้สึกดีกว่าการพูดเชิงลบเลยว่าไหมคะ การใช้คำว่า we หรือคำพูดในแง่ชักชวนให้มาทำด้วยกันทำให้เด็ก ๆ รู้สึกว่าไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ได้เข้าใจการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง หรือคำพูดในแง่เสนอทางเลือกอื่นที่ดีกว่าโดยไม่ได้พูดปฏิเสธก็ถือว่าให้เกียรติอีกฝ่ายไปในตัว

แต่วิธีการเตือนในสไตล์ญี่ปุ่นก็มีแบบที่น่าสนใจเหมือนกันนะคะ ที่ผู้เขียนเคยเห็นแล้วชอบมาก ๆ คือการนำด้วย “ขอบคุณ” เช่น “ขอบคุณที่…” จะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกอยากทำให้โดยทันที ซึ่งอันนี้จะใช้กับผู้ใหญ่มากกว่า แต่ก็ถือเป็นวิธีใช้คำพูดที่กระตุ้นได้ดีเลยนะคะ อย่างที่เขาว่า คำพูดก็เหมือนเวทมนตร์ ผู้ฟังจะมีปฏิกิริยาอย่างไรก็อยู่ที่วิธีการพูดของเรา แล้วทุกคนคิดว่าสไตล์การสั่งสอนตักเตือนของไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง เหมือนและต่างกันอย่างไร มาแชร์กันได้เลยยยย ^^

สรุปเนื้อหาจาก maidonanews

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ ข้อกำหนดและเงื่อนไขการใช้บริการ

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save