คิดได้ยังไง!? พาไปดูการบ้านโครงงานสุดเจ๋งของเด็กประถมญี่ปุ่น

Last updated:

เพื่อน ๆ รู้ไหมคะว่าโรงเรียนที่ญี่ปุ่นตั้งแต่ประถมยันมัธยม เขามีการบ้านระหว่างปิดเทอมภาคฤดูร้อนด้วย มีทั้งให้ทำแบบฝึกหัด ให้เขียนรายงาน รวมทั้งการค้นคว้าวิจัยหัวข้อที่ตัวเองสนใจและทำออกมาเป็นโครงงาน เราไปดูกันดีกว่าว่าเด็กประถมญี่ปุ่นเขาทำโครงงานเรื่องอะไรบ้าง ขอบอกเลยว่า ผู้ใหญ่อย่างเรา ๆ คาดไม่ถึงแน่ค่ะ

โครงงานหัวข้อ “วัฒนธรรมตราประทับชื่อของญี่ปุ่น” โดยเด็ก ป. 4

โครงงานเด็กญี่ปุ่น

โครงงานหัวข้อ “วัฒนธรรมตราประทับชื่อของญี่ปุ่น” นี้เป็นผลงานของเด็กหญิงซาคุมะ ชินะ ชั้น ป. 4 ได้รับรางวัลจากรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการญี่ปุ่นเมื่อปี 2019 เด็กหญิงซาคุมะได้ศึกษาเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของตราประทับชื่อของญี่ปุ่น หรือที่เรียกว่า ฮังโกะ (はんこ) และยังค้นคว้าเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่างฮังโกะ (はんこ) กับ อินคัง (印鑑) ซึ่งมองเผิน ๆ ก็คือตราประทับชื่อของญี่ปุ่นทั้งคู่ ผ่านการทำแบบสอบถามผู้คนจำนวน 50 คน และไปสัมภาษณ์ร้านขายตราประทับชื่อหลายที่ สำหรับผลงานที่ออกมานั้น เสียงจากชาว Twitter ต่างพากันชื่นชมว่าเหมือนผลงานจากฝีมือผู้ใหญ่เลย เนื้อหาน่าสนใจไม่ว่าจะสำหรับเด็กหรือผู้ใหญ่ มีเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อนมากมาย แล้วยังใส่ความคิดเห็นที่ไม่คิดว่าเด็ก ป. 4 จะคิดถึงมาด้วย สุดยอดจริง ๆ

โครงงานหัวข้อ “การประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง” โดยเด็ก ป. 3

ลูกสาวของ Youtuber สายการทดลองชื่อดังของญี่ปุ่น GENKI LABO เดินตามรอยเท้าคุณพ่อโดยการทำโครงงานหัวข้อ “การประดิษฐ์คอมพิวเตอร์ด้วยตัวเอง” แถมยังใช้คอมพิวเตอร์ที่ประดิษฐ์ขึ้นเล่นเกม Minecraft ได้อย่างชิว ๆ อีกด้วย ไฮเทคไปกว่านี้ไม่มีแล้วล่ะค่ะ เสียงจากชาวเน็ตต่างพากันฮือฮาว่าเจ้าเด็กคนนี้อนาคตไกลแน่ ๆ ถึงจะเป็นเด็ก ป. 3 แต่ก็เจ๋งสุด ๆ

โครงงานหัวข้อ “รถลากช่วยขนของตอนปิดเทอม” โดยเด็ก ป. 4

วันสุดท้ายก่อนจะปิดเทอมยาวที่ญี่ปุ่น เราต้องขนของตัวเองไม่ว่าจะเป็นหนังสือ เครื่องเขียน เสื้อผ้า ของกระจุ๊กกระจิ๊ก กลับบ้าน แต่ใครจะไปคิดล่ะคะว่าจะมีเด็ก ป. 4 ผุดไอเดียเครื่องทุ่นแรงในการขนของพวกนี้ขึ้นมา โดยน้องได้เอาข้าวของและสัมภาระต่าง ๆ ใส่ในรถลาก แล้วใช้คนลากไปทีเดียวเลย ช่วยทุ่นแรงและลดเวลาได้ดีที่เดียวค่ะ เสียงจากชาวโซเชียลต่างก็ชมว่า ไอเดียดีมาก ใช้ได้จริง แถมมีประสิทธิภาพมากด้วย

การที่ให้เด็ก ๆ ค้นคว้าวิจัยเรื่องที่ตัวเองสนใจได้อย่างอิสระ ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และกระบวนการคิดได้ดีเลยล่ะค่ะ สำหรับเด็ก ๆ บางคนที่อาจจะหาหัวข้อที่ตัวเองสนใจไม่เจอ หรือไม่รู้ว่าจะศึกษาค้นคว้าอย่างไร ที่ญี่ปุ่นเขาก็มีหนังสือสอนขั้นตอนการคิด การตั้งคำถาม การค้นคว้าวิจัยด้วย ซึ่งถึงแม้ว่าจะเป็นหนังสือสำหรับเด็ก แต่เนื้อหาข้างในเหมือนกับขั้นตอนในการเขียนวิทยานิพนธ์หรือการทำงานวิเคราะห์ข้อมูลของผู้ใหญ่เลยล่ะค่ะ ใครอยากรู้รายละเอียดเพิ่มเติม ตอนนี้มีหนังสือของ Araki Kentaro เป็น pdf ให้ดาวน์โหลดกันฟรีด้วย หากสนใจเข้าไปที่ link นี้ดูนะคะ

สรุปเนื้อหาจาก news.yahoo