10 คำศัพท์อนิเมะที่ไม่มีสอนในหนังสือเรียนภาษาญี่ปุ่น

ดูอนิเมะมาก็หลายเรื่อง เรียนภาษาญี่ปุ่นมาก็หลายปี อยากจะลองคุยเรื่องอนิเมะกับเพื่อนชาวญี่ปุ่นบ้าง ต้องอ่านบทความนี้เลย เพราะเราจะพาเพื่อน ๆ ไปรู้จักกับคำศัพท์สแลงที่สาวกอนิเมะชาวญี่ปุ่นใช้กันติดปาก จะไปหาเรียนในหนังสือภาษาญี่ปุ่นเล่มไหนก็ไม่มีแน่นอน ใครอยากเข้าวงเม้ามอยอนิเมะกับชาวญี่ปุ่น ห้ามพลาดเลยนะคะ

なろう系 (narou kei)


“อนิเมะเรื่องนี้เป็น narou kei น่ะ” “ชื่อเรื่องยาว ๆ แบบนี้น่าจะ narou kei นะ” ถ้าคนญี่ปุ่นพูดแบบนี้ เพื่อน ๆ พอจะเดาความหมายกันออกไหมคะ “narou kei ” มาจากคำว่า “shousetsuka ni narou kei” คำว่า shousetsuka (小説家) แปลว่านักเขียนนิยาย …ni narou (になろう) แปลว่า ตั้งใจจะเป็น … ส่วน kei (系) แปลว่า แนวหรือหมวดหมู่ แปลรวม ๆ ก็คือ อนิเมะที่สร้างจากผลงานของมือสมัครเล่นที่อยากเป็นนักเขียนนิยาย ที่ญี่ปุ่นจะมีเว็บไซต์นิยายที่มือสมัครเล่นสามารถโพสต์นิยายของตัวเองได้ พอนิยายเรื่องไหนได้รับความนิยมจนมีคนเอามาทำเป็นอนิเมะ อนิเมะพวกนี้ก็เข้าหมวดหมู่ narou kei นั่นเองค่ะ ส่วนมาก narou kei จะมีลักษณะพิเศษตรงที่เป็นเรื่องแฟนตาซีซะส่วนใหญ่ ตัวเอกอาจจะหลุดไปอยู่อีกโลกหนึ่ง หรือมีพลังพิเศษขึ้นมา อีกอย่างคือชื่อเรื่องมักจะยาว ๆ ค่ะ ตัวอย่างของ narou kei ก็เช่น เกิดชาตินี้พี่ต้องเทพ หรือ mushokutensei isekai ittara honki dasu (無職転生 ~異世界行ったら本気だす~) เกิดใหม่ทั้งทีก็เป็นสไลม์ไปซะแล้ว หรือ tenseishitara suraimu datta ken (転生したらスライムだった件) เป็นต้น

ラノベ (ranobe)


ranobe ย่อมาจากคำว่า raito noberu (ライトノベル) หรือ light novel นั่นเอง พวกนี้จะเป็นนิยายสำหรับวัยรุ่นที่ตีพิมพ์ออกมาเป็นหนังสือแล้ว เนื้อหาก็มีหลากหลาย ส่วนมากตัวเอกจะเป็นหนุ่มสาว ออกผจญภัย ต่อสู้ หรือไม่ก็เป็นเรื่องราวในชีวิตประจำวัน นิยายเรื่องไหนที่กระแสดี ๆ ก็จะถูกนำมาทำเป็นอนิเมะออกมาให้ชมกัน ยกตัวอย่างเช่น เรื่องที่เพิ่งจบไปหมาด ๆ 86 (eighty six) หรือจะเป็นเรื่องที่เคยเป็น narou kei มาก่อน แล้วตีพิมพ์ออกมาเป็น light novel จากนั้นก็กลายมาเป็นอนิเมะอย่าง ผู้กล้าโล่ผงาด หรือ tatenoyuusha no nariagari (盾の勇者の成り上がり) ก็ถือว่าเป็นแนว ranobe นะคะ

ソシャゲ (soshage)


soshage ย่อมาจากคำว่า sosharu geemu (ソーシャルゲーム) หรือ social game ที่คนไทยเรามักจะเรียกว่าเกมออนไลน์นั่นเอง อนิเมะแนว soshage ก็คืออนิเมะที่สร้างจากเกมออนไลน์ที่โด่งดัง เช่น Fate/stay night ที่เคยเป็นเกมคอมพิวเตอร์มาก่อน แล้วนำมาทำเป็นอนิเมะหลายต่อหลายภาค puzzle & dragon หรือเรียกสั้น ๆ ว่า pazudora (パズドラ) ก็เป็นเกมมาก่อนแล้วกลายมาเป็นอนิเมะเช่นกันค่ะ

セカイ系 (sekai kei)


ศัพท์สามคำแรกเกี่ยวกับที่มาของอนิเมะ ต่อไปเรามาดูศัพท์ที่บ่งบอกถึงเนื้อหาของอนิเมะกันบ้างนะคะ เริ่มจาก sekai kei คำว่า sekai แปลว่า โลก ส่วน kei แปลว่า แนวหรือหมวดหมู่ เพื่อน ๆ คงเดาออกว่ามันต้องมีอะไรเกี่ยวกับโลกแน่ ๆ ใช่แล้วล่ะค่ะ อนิเมะแนว sekai kei หมายถึงอนิเมะที่มีวิกฤตหรือการอวสานของโลกเป็นธีมหลัก เนื้อเรื่องจะเน้นไปที่ตัวเอกของเรื่องซึ่งส่วนมากจะเป็นกลุ่มวัยรุ่น ต้องหาทางช่วยโลกให้ได้ อนิเมะแนว sekai kei ก็อย่างเช่น shinseiki evangelion (新世紀エヴァンゲリオン), hoshinokoe (ほしのこえ) เป็นต้น

異世界転生モノ (isekai tensei mono)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Kirito-kun 06 (@kyto_kun6)


สำหรับอนิเมะที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับตัวเอกหลุดไปอยู่อีกโลก หรือเกิดใหม่ไปเป็นอีกคนที่มีพลังพิเศษ เวทมนตร์ ใช้ชีวิตในโลกแฟนตาซี หรือโลกที่มีวัฒนธรรมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราจะเรียกอนิเมะแนวนี้ว่า isekai tensei mono ส่วนมากแล้วอนิเมะที่มาจาก narou kei จะมีเนื้อหาที่เป็น isekai tensei mono ทำให้คนญี่ปุ่นส่วนมากมักจะมองมันเป็นประเภทเดียวกัน ความสนุกของอนิเมะแนวนี้ก็คือตัวเอกมักจะมีพลังพิเศษ เก่งสุด ๆ ผ่านพ้นอุปสรรค เอาชนะมันไปได้ทุกอย่าง ดูได้เพลิน ๆ ไม่เครียดค่ะ อย่างเช่น รีเซตชีวิต ผ่าวิกฤตต่างโลก หรือ Re: zero kara hajimeru isekai seikatsu (Re:ゼロから始める異世界生活), sword art online (ソードアートオンライン) เป็นต้น

俺TUEEEE系 (ore tueeee)

อีกคำที่สอดคล้องกับ isekai tensei mono ก็คือ ore tueeee แค่ดูจากความยาวของตัว e ก็รู้สึกถึงพลังรุนแรงสุดขีดแล้วล่ะค่ะ ore tueeee มาจาก ore (俺) ซึ่งแปลว่า ตัวผม (แบบดิบ ๆ) ส่วน tueeee เพี้ยนเสียงมาจากคำว่า tsuyoi (強い) ซึ่งแปลว่า เก่งกาจ รวมกันแล้วหมายถึงอนิเมะที่มีตัวเอกเก่งสุด ๆ เก่งกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งมักจะเป็นคาร์แรกเตอร์ที่พบบ่อยในอนิเมะแนว isekai tensei mono ในขณะที่ตัวร้ายเพิ่มเลเวลความร้ายกาจมากขึ้นเรื่อย ๆ ตัวเอกก็จะได้พลังใหม่ ๆ เก่งกาจขึ้นเช่นกัน ใครอยากดูฉากต่อสู้มัน ๆ ตื่นเต้นเร้าใจต้องแนวนี้เลย เช่น one punch man, the seven deadly sins หรือ nanatsu no taizai (七つの大罪) เป็นต้น

難聴系主人公 (nanchou kei shujinkou)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย Ryyyuuu (@rut__mr)


อีกคำศัพท์หนึ่งที่ใช้อธิบายตัวเอกของอนิเมะก็คือ nanchou kei shujinkou คำว่า nanchou แปลว่า บกพร่องด้านการได้ยิน ส่วน shujinkou แปลว่า ตัวเอก แปลตรงตัวว่า ตัวเอกที่บกพร่องด้านการได้ยิน แต่เดี๋ยวก่อน เพื่อน ๆ อย่าเพิ่งตกใจไปว่าเป็นตัวเอกที่หูหนวกนะคะ เขาหมายถึงตัวเอกผู้ชายที่มักจะพลาดไม่ได้ยินตอนที่ผู้หญิงมาสารภาพรัก (อาจจะเพราะเสียงรถไฟวิ่ง หรือกำลังหลับอยู่) หรือไม่ก็ทำทีเป็นไม่ได้ยินว่ามาสารภาพรัก (อาจจะเพราะไม่อยากทำลายความสัมพันธ์ปัจจุบัน) อย่างเช่น ichijou raku (一条楽) จากเรื่อง nisekoi (ニセコイ)

ツンデレ (tsun dere)


มาต่อกันที่ศัพท์ตระกูล – dere ซึ่งแสดงถึงลักษณะนิสัยของตัวละครกันบ้าง คำแรกคือ tsun dere มาจากเสียง tsun ถึงแสดงถึงความเย็นชา มาดขรึม บวกกับ dere แสดงถึงความน่ารัก มักจะใช้อธิบายตัวละครที่ต่อหน้าคนอื่นวางมาดเข้มขรึม แต่เมื่ออยู่กับคนรักหรือคนสนิทก็จะแสดงนิสัยน่ารัก ๆ ออกมา ใช้ได้ทั้งตัวละครชายและหญิงเลยนะคะ นอกจากนี้ เรายังมีคำศัพท์ที่ใช้อธิบายรายละเอียดสัดส่วนของความขรึมกับความน่ารักได้อีกด้วย ถ้าตัวละครไหนมีมาดขรึมมากกว่า ไม่ค่อยแสดงด้านน่ารักออกมา เราก็จะเรียกว่า tsun oome (ツン多め) ซึ่งแปลว่า ด้าน tsun เยอะหน่อยนั่นเอง อย่างเช่น misaka makoto (御坂美琴) จากเรื่อง toaru kagaku no railgun (とある科学の超電磁砲)

ヤンデレ (yan dere)

 

ดูโพสต์นี้บน Instagram

 

โพสต์ที่แชร์โดย (*´꒳`*) (@liquor_yu0812)


yan dere แยกได้เป็น yami (病み) ซึ่งแปลว่า ป่วย บวกกับ dere นั่นเอง คำนี้มีอิมเมจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ใช้แสดงถึงตัวละครที่รักอีกฝ่ายมาก จนมากเกินไปถึงขั้นป่วยจิต มักจะทำอะไรที่คนธรรมดาไม่ทำกัน หรือพูดง่าย ๆ คือออกแนวโรคจิต น่ากลัวเลยล่ะค่ะ บางคนก็มีอาการโรคจิตแบบเปิดเผย บางคนความจริงเป็นคนนิสัยดี แต่เก็บกดความรู้สึกไว้ภายใน จนสุดท้ายระเบิดออกมาด้วยการกระทำอันไม่คาดคิดก็มีค่ะ อย่างเช่น katsura kotonoha (桂言葉) จากเรื่อง school days

クーデレ (kuu dere)


สุดท้าย kuu dere มาจาก kuulu (クール) หรือ cool บวกกับ dere หมายถึงตัวละครที่มาดคูล ๆ ไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยแสดงความรู้สึก แต่พออยู่กับคนที่ชอบก็จะเป็นกันเอง เผยด้านน่ารักออกมา คำนี้อาจจะคล้ายกับ tsun dere แต่แตกต่างกันตรงที่ตัวละครที่มีลักษณะ kuu dere ไม่ได้ตั้งใจที่จะวางมาดขรึม แต่เป็นคนที่พูดไม่เก่ง แสดงออกไม่เก่งจริง ๆ และจะแสดงความน่ารักออกมาเฉพาะกับคนที่ชอบเท่านั้น ส่วนคนอื่นจะดูเย็นชาสุด ๆ เลยค่ะ อย่างเช่น saber จากเรื่อง fate

จาก 10 คำที่แนะนำกันไป เพื่อน ๆ รู้จักกันแล้วกี่คำคะ แต่ขอบอกไว้ก่อนนะว่า 10 คำนี้เป็นแค่คำศัพท์เบื้องต้นทั่ว ๆ ไปเท่านั้น คำศัพท์สแลงในวงการอนิเมะยังมีอีกมากมาย ถ้าใครอยากรู้คำไหน หรืออยากให้เจาะลึกคำศัพท์ในวงการอนิเมะมากขึ้นอีก ก็บอกกันมาได้เลยนะคะ