จะเป็นอย่างไรถ้าให้คนญี่ปุ่นลองพูดภาษาญี่ปุ่นล้วนโดยไม่ใช้คำทับศัพท์!

ภาษาส่วนใหญ่ในโลกนี้ล้วนมีรากเหง้าหรือการยืมคำจากภาษาอื่น ๆ มาใช้ แม้กระทั่งในภาษาญี่ปุ่นเองที่มีความเป็นชาตินิยมแบบสุด ๆ ก็ยังใช้คำบางคำเป็นภาษาต่างประเทศในชีวิตประจำวัน ซึ่งส่วนใหญ่ก็ใช้ต่อ ๆ กันมาจนชินปากจนอาจจะไม่รู้เลยว่า หากจะพูดคำนั้น ๆ เป็นภาษาญี่ปุ่นจริง ๆ ต้องพูดอย่างไร

คลิปวิดีโอนี้เป็นคลิปจากช่อง Asian Boss ซึ่งเผยแพร่ไว้ตั้งแต่ปี 2018 แต่ผู้เขียนมองว่าน่าสนใจจึงนำมาแบ่งปันให้ทุกคนได้ดูกันค่ะ สำหรับคลิปนี้จะเป็นการไปสัมภาษณ์ชาวญี่ปุ่นทั่ว ๆ ไปว่าคำภาษาต่างประเทศแต่ละคำที่ใช้กันประจำนั้น จะเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นว่าอย่างไร ใครที่ฟังไม่เข้าใจไม่เป็นไรนะคะ สามารถอ่านซับไตเติ้ลภาษาอังกฤษด้านล่างได้เลยค่ะ

คำยืมจากภาษาต่างประเทศ ในภาษาญี่ปุ่นจะเรียกว่า 外来語 (Gairaigo) หมายถึงคำที่ไม่ใช่ภาษาญี่ปุ่นแท้ แต่มาจากภาษาอื่นแทน จริง ๆ แล้วนอกจากภาษาอังกฤษ ในญี่ปุ่นก็มีคำยืมจากทั้งโปรตุเกส ฮอลแลนด์ เยอรมัน ฝรั่งเศส ซึ่งบางคำก็ใช้กันมานานมาก ๆ ตั้งแต่สมัยก่อนจนเป็นเรื่องปกติ ยกตัวอย่างคำจากในคลิปนะคะ เช่น

  • Video Camera คนญี่ปุ่นก็มักใช้ทับศัพท์ว่า ビデオカメラ (Bideo Kamera) แต่พอผู้สัมภาษณ์ถามว่าจะเรียกเป็นภาษาญี่ปุ่นอย่างไร ก็ทำเอาหลาย ๆ คนอึ้งจนนิ่งกันไปเลยทีเดียว บางคนก็ตอบว่า 録画機 (Rokugaki) โดย 録画 แปลว่าการบันทึกภาพ ส่วน 機 แปลว่าเครื่อง อันนี้ก็น่าจะพอเข้าใจได้นะคะ
  • Check-in ผู้เขียนคิดว่าสาวเสื้อลายทางน่าจะพูดว่า 入館手続き (Nyuukan Tetsuduki) นะคะ 入館 แปลว่าการเข้าไป ส่วน 手続き แปลว่าการเดินเรื่องหรือการดำเนินเรื่อง ถ้าใช้คำนี้ก็ถือว่าเข้าใจได้เหมือนกัน
  • Restaurant ส่วนคำนี้ สาวเสื้อสีกรมท่าเธอตอบว่า ごはん屋 (Gohanya) แปลตรงตัวก็คือร้านข้าวนั่นเอง คำนี้ผู้เขียนมองว่า ถ้าจะสื่อว่าเป็นร้านสำหรับทานอาหารก็น่าจะเข้าใจได้เหมือนกัน เพียงแต่ว่าแต่ละคำอาจจะให้อิมเมจของรูปแบบร้านแตกต่างกันไป
  • เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามถึงอาหารที่ชอบ สองสาวที่จะพูดถึง Cheese ก็พยายามนึกคำเป็นภาษาญี่ปุ่น และสุดท้ายก็ใช้คำว่า 黄色の粉 (Kiiro no Kona) ซึ่งแปลว่า ผงสีเหลือง ถือว่ามีความพยายามดีนะคะ55555
  • Escalator คำนี้จัดว่ายากพอสมควร แต่ผู้สัมภาษณ์ก็ได้เฉลยว่าคำนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการในภาษาญี่ปุ่น คือ 階段式昇降機 (Kaidanshiki Shoukouki) แปลตรงตัวคือ ลิฟต์ขึ้นลงแบบบันได

ดูจากปฏิกิริยาแต่ละคนแล้ว แสดงให้เห็นว่าคนญี่ปุ่นใช้คำยืมจากภาษาต่างประเทศกันบ่อยมาก ๆ ขนาดเวลาตอบคำถามบางประโยคก็ยังเผลอหลุดคำภาษาต่างประเทศออกมาโดยไม่รู้ตัวอีกด้วย เมื่อผู้สัมภาษณ์ถามว่า ถ้าใช้ภาษาญี่ปุ่นล้วน ๆ ในชีวิตประจำวัน คิดว่าคนอื่นจะมองว่าอย่างไร ส่วนใหญ่ก็คิดกันว่าคนอื่นคงจะมองว่าแปลกเพราะไม่มีใครเขาพูดแบบนี้กัน แต่ก็อย่างที่คุณป้าเสื้อสีชมพูบอกนะคะว่า ถ้าเป็นคนสูงอายุก็อาจจะไม่แปลกที่จะพยายามเรียกทุกอย่างเป็นภาษาญี่ปุ่น เพราะขนาดสามีของคุณป้าก็ยังเรียก Camera ว่า 写真機 (Shashinki : เครื่องถ่ายรูป)

สำหรับคำถามที่ว่าจะเป็นไปได้ไหมที่จะพูดภาษาญี่ปุ่นล้วนทั้งหมด ส่วนมากก็จะตอบว่า ไม่มีทางเลย เพราะมองว่าคำยืมพวกนี้สำคัญมาก ทำให้สื่อสารได้ง่าย เข้าใจกันง่าย อย่างที่ได้บอกไว้เลยนะคะว่าเนื่องจากคำเหล่านี้ใช้กันมานานจนทุกคนเข้าใจ หากจะเปลี่ยนไปใช้เป็นภาษาญี่ปุ่นล้วนคงจะเข้าใจกันยากแน่นอน ส่วนในประเด็นที่ว่าในอนาคตคำยืมจากภาษาต่างประเทศจะมีเพิ่มขึ้นหรือไม่ คิดว่าดีหรือไม่ดี ประเด็นนี้ก็น่าคิดในหลากหลายรูปแบบนะคะ อาจจะดีในแง่ที่ว่าสามารถสื่อสารกันง่ายขึ้นทั้งกับคนในชาติตัวเองและกับคนชาติอื่น ๆ แต่ก็น่ากังวลว่าเด็กรุ่นใหม่จะลืมภาษาญี่ปุ่นแท้ ๆ ไปบ้างหรือเปล่า

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าคำยืมจากภาษาต่างประเทศที่พูดกันอยู่ทุกวันจนแทบไม่ได้ใส่ใจ แต่พอถึงเวลาที่ห้ามใช้ก็มองว่าเป็นสิ่งสำคัญมาก พูดถึงภาษาไทยเราเองก็ไม่น้อยหน้านะคะ มีคำยืมมาใช้อย่างมากมายทั้งจากภาษาจีน อังกฤษ เขมร ฝรั่งเศส รวมถึงญี่ปุ่นและอีกมากมาย ใช้ต่อกันมาผ่านวิวัฒนาการจนบางคำก็ถือว่าเป็นคำในภาษาไทยไปแล้ว เพียงแค่ว่าไม่ใช่คำไทยแท้ หรืออย่างภาษาอังกฤษคำว่า Check-in, Cheese, Lift, Computer ที่เราพูดกันแบบทับศัพท์ ทุกคนลองทายกันเล่น ๆ ไหมคะ ว่าหากเรียกเป็นภาษาไทย จะใช้คำว่าอะไร ^^