ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นมีกี่ประเภท? สังเกตได้ตรงไหน?

Japanese English feature

หลายท่านที่รู้ภาษาญี่ปุ่นหรือเคยเสพสื่อบันเทิงจากญี่ปุ่น คงเคยได้ยินว่าในภาษาญี่ปุ่นเองก็มีสิ่งที่เรียกว่า “ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่น” แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะพูดถึงภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นอยู่เพียง 2 แบบคือ “คะตะกะนะ-เอโงะ (カタカナ英語)” และ “วะเซ-เอโงะ (和製英語)” แต่ที่จริงแล้วภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นมีความซับซ้อนหลายรูปแบบมากกว่าเพียง 2 ประเภทที่กล่าวมา แต่ก่อนอื่นมาดูทั้ง “คะตะกะนะ-เอโงะ (カタカナ英語)” และ “วะเซ-เอโงะ (和製英語)” กันก่อนว่าหมายถึงอะไรบ้าง

คะตะกะนะ-เอโงะ (カタカナ英語)

Japanese English Katakana

อักษรคะตะกะนะ (カタカナ) นั้นมีไว้เพื่อสะกดคำที่มาจากภาษาต่างประเทศอยู่แล้ว ดังนั้น คะตะกะนะ-เอโงะ ก็คือภาษาอังกฤษตามปกติที่สะกดด้วยระบบการออกเสียงภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น กล่าวคือเป็นภาษาอังกฤษตามปกติที่ผู้พูดภาษาอังกฤษสามารถเข้าใจได้ถ้ารู้ระบบการออกเสียงของญี่ปุ่น และไม่ได้เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนญี่ปุ่นประดิษฐ์ขึ้นเองแต่อย่างใด เช่น

  • ファミリーレストラン (ฟะ-มิ-รี่-เระ-สุ-โตะ-รัน)             Family Restaurant
  • マクドナルド (มะ-คุ-โดะ-นะ-รุ-โดะ)                                McDonald’ s
  • ユニバーシティー (ยุ-นิ-บา-ชิ-ตี้)                                     University

วะเซ-เอโงะ (和製英語)

Japanese English Waseieigo

“วะเซ (和製)” แปลว่า Made in Japan ดังนั้นคำว่า วะเซ-เอโงะ เลยแปลตรงตัวว่า “ภาษาอังกฤษที่ประดิษฐ์ขึ้นในญี่ปุ่น” ซึ่งภาษาอังกฤษประเภทนี้ล่ะที่ผู้พูดภาษาอังกฤษทั่วโลกจะไม่เข้าใจ เพราะเป็นภาษาอังกฤษที่ชาวญี่ปุ่นสร้างคำขึ้นเอง เช่น

  • サラリーマン (ซะ-ระ-รี่-มัง)                                          Salaryman
  • エアコン (เอะ-อะ-คง)                                                    Air-conditioner
  • カラオケ (คะ-ระ-โอะ-เกะ)                                            Karaoke

วะเซ-เอโงะเหล่านี้ หากไม่ใช่คนที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นพอสมควร จะไม่มีทางเข้าใจได้เลย แม้ว่าคนญี่ปุ่นจะเข้าใจกันไปเองว่าคำเหล่านี้ “คือภาษาอังกฤษ” แต่เป็นภาษาอังกฤษที่ชาวโลกไม่เข้าใจ มีเพียงคนญี่ปุ่นเท่านั้นที่เข้าใจ

ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นอีกหลายรูปแบบ

Japanese English

มีนักวิชาการหลายท่านพยายามรวบรวมรูปแบบของภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นไว้ บางท่านรวมไว้ละเอียดมากเกิน 10 รูปแบบก็มี (เช่น Himeda, 2005; Moody, 2006; Sube, 2013) แต่ในคอลัมน์นี้จะสรุปสั้น ๆ 5 รูปแบบเท่านั้นคือ

1) ภาษาอังกฤษแบบญี่ปุ่นที่เป็นภาษาอังกฤษปกติ เพียงแต่ออกเสียงด้วยเสียงญี่ปุ่น – อันนี้คือความหมายเดียวกับคะตะกะนะ-เอโงะ ที่กล่าวไปด้านบน

2) ภาษาอังกฤษที่ผสมกับภาษาญี่ปุ่นแบบ Crossover คือการเอาคำศัพท์อังกฤษและคำศัพท์ญี่ปุ่นมาผสมกันจนกลายเป็นคำใหม่ เช่น

  • カラオケ (คะ-ระ-โอะ-เกะ) มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า Kara (空, ว่างเปล่า) + ภาษาอังกฤษว่า Orchestra (เสียงดนตรี)
  • チャレンジ精神 (ชะ-เรน-จิ-เซ-ชิน) มาจากภาษาอังกฤษว่า Challenge (ท้าทาย) + ภาษาญี่ปุ่นว่า Seishin (精神, จิตวิญญาณ)
  • 食品ロス (โชะ-คุ-ฮิน-โระ-สุ) มาจากภาษาญี่ปุ่นว่า Shokuhin (食品, เสบียงอาหาร) + ภาษาอังกฤษว่า Loss (ความสูญเปล่า)

3) ภาษาอังกฤษที่ชาวญี่ปุ่นตัดหางทิ้งไป ทำให้ดูไม่เหมือนภาษาอังกฤษ เช่น

  • エアコン (เอะ-อะ-คอน) คือคำว่า Air-conditioner ที่ตัดส่วนของ -ditioner ทิ้งไป
  • デパート (เดะ-ป้า-โตะ) คือคำว่า Department Store ที่ตัดส่วนของ -ment Store ทิ้งไป
  • セクハラ (เซะ-คุ-ฮะ-ระ) คือคำว่า Sexual Harassment ที่ตัดเสียงช่วงท้ายทิ้งไปทั้งคำหน้าและคำหลัง

4) ภาษาอังกฤษที่ดูเผิน ๆ เหมือนภาษาอังกฤษ แต่คนญี่ปุ่นใช้เป็นอีกความหมายหนึ่งที่ไม่เหมือนความหมายต้นฉบับในภาษาอังกฤษ เช่น

  • マナーモード (มะ-นา-โม-โดะ) แปลว่า Manner Mode แต่จริง ๆ ในภาษาอังกฤษคือ Silent Mode
  • マイブーム (ไม-บู-มุ) แปลว่า My Boom แต่จริง ๆ ในภาษาอังกฤษคือ Personal Obsession
  • レジュメ (เระ-จุ-เมะ) แปลว่า Resume แต่จริง ๆ ในภาษาอังกฤษคือ Handout

5) ภาษาอังกฤษที่ผสมกับไวยากรณ์ภาษาญี่ปุ่นแบบดื้อ ๆ เช่น

  • コピる (โคะ-พิ-รุ) คือคำว่า Copy บวกกับไวยากรณ์ suru (する, ทำ) ในภาษาญี่ปุ่น แล้วยุบเสียงเหลือเท่านี้
  • メモる (เมะ-โมะ-รุ) คือคำว่า Memo บวกกับไวยากรณ์ suru ในภาษาญี่ปุ่น แล้วยุบเสียงเหลือเท่านี้
  • ググる (กุ-กุ-รุ) คือคำว่า Google บวกกับไวยากรณ์ suru ในภาษาญี่ปุ่น แล้วยุบเสียงเหลือเท่านี้

กล่าวโดยสรุป

ชาวเอเชียเรา ๆ คงปฏิเสธไม่ได้ว่าเราได้รับอิทธิพลจากตะวันตกอย่างมาก โดยเฉพาะอิทธิพลจากภาษาอังกฤษ อย่างในภาษาไทยเองเราก็ได้รับอิทธิพลจากภาษาอังกฤษอย่างมาก เพียงแต่ในระบบการเขียนอักษรไทยไม่ได้มีการแยกอักษรสำหรับสะกดภาษาต่างประเทศเหมือนในอักษรคะตะกะนะของญี่ปุ่น แต่การศึกษาปรากฏการณ์การใช้ภาษาอังกฤษในภาษาเอเชียต่าง ๆ อย่างเช่นในภาษาญี่ปุ่น ก็จะช่วยให้เข้าใจภาษาและระบบความคิดของชาวญี่ปุ่นได้ดีขึ้น และมีผลให้ติดต่อการงานหรือรักษาสัมพันธภาพกับชาวญี่ปุ่นได้ราบรื่นมากขึ้น

หนังสืออ้างอิง

Himeda, S. (2005). Compound Words in Japanese English. Ryukoku International Center Research Bulletin, 14, 59–67.

Moody, A. J. (2006). English in Japanese Popular culture and J-Pop music. World Englishes, 25 (2), 209–222.

Sube, M. (2013). Katakana English and Japanese English: Focusing on their Recent Trends. Enrivonment and Management: Journal of Shizuoka Sangyo University, 19 (2), 127–137.

เกี่ยวกับผู้เขียน

writer weerayut

วีรยุทธ พจน์เสถียรกุล เป็นคนไทยเพียงไม่กี่คนที่เคยศึกษาที่มหาวิทยาลัยในประเทศญี่ปุ่นมาแล้วถึง 4 แห่ง โดยเคยได้รับทุนแลกเปลี่ยนระหว่างที่ว่าการจังหวัด Okinawa และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยไปศึกษาที่ The University of the Ryukyus รวมทั้งเคยได้รับทุนรัฐบาลญี่ปุ่นแบบสอบผ่านสถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย ไปศึกษาที่ 1) Tokyo University of Foreign Studies / 2) International Christian University / และ 3) Keio University มีประสบการณ์ทำงานที่หลากหลาย เคยเป็นผู้สื่อข่าวและผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ให้บริษัท Nippon Production Service (บริษัทในเครือสถานีโทรทัศน์ NHK) / เป็นผู้สอนภาษาไทยที่สถาบันภาษาไทยหลายแห่งในโตเกียว / เป็นผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยสำหรับชาวต่างชาติที่สมาคมส่งเสริมเทคโนโลยี (ไทย-ญี่ปุ่น) / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจและการตลาดให้บริษัท Corporate Directions Inc. ของประเทศญี่ปุ่น / เป็นผู้ก่อตั้งสาขาภาษาญี่ปุ่นธุรกิจของคณะศิลปศาสตร์ สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ / เป็นผู้อำนวยการบริษัท AIRA Capital และเป็นทีมงานก่อตั้งบริษัท AIRA and AIFUL รวมทั้งบัตรกดเงินสด A-Money / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท TOYO Business Service / เป็นที่ปรึกษาด้านทรัพยากรมนุษย์ของบริษัท JECC ประเทศญี่ปุ่น / เป็นที่ปรึกษาด้านธุรกิจของบริษัท Business Consultants South East Asia / มีประสบการณ์สอนในมหาวิทยาลัยมากกว่า 10 แห่งในประเทศไทย / เป็นที่ปรึกษาและจัดฝึกอบรมให้องค์กรหลายแห่ง

ปัจจุบันมีธุรกิจเล็ก ๆ ของตัวเองคือ บริษัท Consulting Agency for Talent จำกัด ทำธุรกิจให้คำปรึกษาด้านพัฒนาองค์กรและพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ (HROD และ HRD) / เป็นนักวิชาการอิสระ / วิทยากรอิสระ / นอกจากเขียนคอลัมน์ที่ Anngle แห่งนี้แล้ว ก็เขียนคอลัมน์ให้ธนาคารไทยพาณิชย์ / เขียนคอลัมน์ให้ The PEOPLE Online Magazine / เขียนคอลัมน์ให้ Marumura และยังคงใฝ่เรียนรู้สิ่งใหม่ต่าง ๆ อยู่เสมอแม้ว่าจะมีปริญญา 7 ใบแล้วก็ตาม