ピザ กับ ピッツァ สองคำเรียกพิซซ่าที่แตกต่างกันในภาษาญี่ปุ่น

คำว่า พิซซ่า ปกติแล้วในภาษาญี่ปุ่นจะใช้คำว่า ピザ (Piza) แต่ยังมีอีกคำที่หมายถึงพิซซ่าเหมือนกันคือ ピッツァ (Pittsua) ซึ่งร้านพิซซ่าบางร้านก็ใช้คำนี้แทนก็มี แล้ว 2 คำนี้มันมีความแตกต่างกันยังไง ทั้งที่ก็แปลว่าพิซซ่าเหมือนกัน? ขอตอบเลยว่าต่างค่ะ นอกจากจะความหมายต่างแล้ว วิธีทำและวิธีทานยังต่างกันอีกด้วย!

ピッツァ (Pittsua)

คำนี้จะใช้กับพิซซ่าแบบอิตาลี จุดเด่นคือแป้งบาง ผิวหน้ากรอบ แต่ภายในนุ่ม เครื่องไม่เยอะ โดยหลัก ๆ จะมีมะเขือเทศ มอสซาเรล่าชีส ใบโหระพา เรียกได้ว่าเน้นความอร่อยของแป้ง ซึ่งที่มาโดยสังเขปของพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนมีต้นกำเนิดมาจากขนมปังโฟคาชช่า ต่อมาในช่วงปี 1660 เกิดอาหารที่มีลักษณะคล้ายพิซซ่าขึ้นในเมืองนาโปลี ปี 1830 เกิดร้านพิซซ่าขึ้นเป็นแห่งแรกในเมืองนาโปลี และปี 1889 เกิดพิซซ่ามาเกริต้าซึ่งถือเป็นตัวแทนของพิซซ่าและเป็นพิซซ่าหน้าพื้นฐานที่แทบทุกร้านจะต้องมี สำหรับพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนนั้นเป็นที่รู้จักในญี่ปุ่นช่วง “Italian Boom” ในช่วงปี 1980 ปัจจุบันร้านพิซซ่าสไตล์อิตาเลียนที่สามารถหาทานได้ในญี่ปุ่นได้แก่ ร้านอาหารอิตาเลียนโดยเฉพาะ หรือร้านพิซซ่าที่มีคำว่า ‘Pizzeria’ หรือ ‘Napoli’

ขนมปัง focaccia

พิซซ่าแบบอิตาลีจะอบในเตาหินด้วยอุณหภูมิ 400 – 500 องศาจนด้านหลังของแป้งเป็นสีน้ำตาล ปกติแล้วในบ้านเรือนทั่วไปไม่มีเตาหิน ผู้คนจึงนิยมออกไปทานนอกบ้าน พิซซ่าแบบอิตาลีจะเล็กกว่าพิซซ่าแบบอเมริกา 1 แผ่นจึงเหมาะสำหรับทาน 1 คน และนิยมทานด้วยมีดกับส้อม

ピザ (Piza)

คำนี้จะใช้กับพิซซ่าแบบอเมริกา จุดเด่นคือแป้งหนานุ่ม ขอบหนา มีท็อปปิ้งมากมายหลายแบบให้เลือก เครื่องแน่น เรียกได้ว่าเน้นความอร่อยของท้อปปิ้ง ซึ่งที่มาโดยสังเขปของพิซซ่าสไตล์อเมริกานั้นมาจากชาวอิตาเลียนที่เข้ามาอยู่ในอเมริกาในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 และได้ดัดแปลงพิซซ่าให้เป็นสไตล์อเมริกัน จนปี 1905 เกิดร้านพิซซ่าร้านแรกของอเมริกาในนิวยอร์ก ซึ่งในตอนนั้นมีแค่ชาวอิตาเลียนด้วยกันที่มาทาน แต่หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ พิซซ่าสไตล์อเมริกันนี้ได้มาเปิดตัวครั้งแรกในญี่ปุ่นในช่วงทศวรรษที่ 1940 ปัจจุบันร้านพิซซ่าสไตล์อเมริกันที่สามารถหาทานได้ในญี่ปุ่น ได้แก่ Domino Pizza, Pizza-la และ Pizza Hut เป็นต้น

พิซซ่าแบบอเมริกาจะอบในเตาอบหรือเตาเหล็ก ซึ่งแทบทุกบ้านเรือนในอเมริกาก็ใช้เตาอบกันอย่างแพร่หลายอยู่แล้ว จึงสามารถทำทานที่บ้านเองได้ พิซซ่าแบบอเมริกาจะใหญ่กว่าพิซซ่าแบบอิตาลี จึงเหมาะสำหรับการแชร์ร่วมกันโดยใช้ที่ตัดพิซซ่ามาตัดแบ่งและรับประทานด้วยมือ

จะว่าไปแล้วบ้านเราเองพอพูดถึงพิซซ่า แทบทุกคนก็จะนึกถึงพิซซ่าแบบอเมริกามากกว่าแบบอิตาลีอีกนะคะ แถมเรายังไม่มีคำเรียกแยกพิซซ่าทั้ง 2 แบบด้วย ถ้าได้ไปทานร้านพิซซ่าที่ญี่ปุ่น ก็ไม่งงแล้วนะคะ ^^

สรุปเนื้อหาจาก news.livedoor

Total
5
Share