ที่มาที่ไปของ @cosme store จากเว็บรีวิวเครื่องสำอางบ้านๆ สู่สโตร์ด้านความงามที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น

หากพูดถึงร้านเครื่องสำอางที่กำลังมาแรงในเวลานี้ หนึ่งในนั้นคงหนีไม่พ้น @cosme store ร้านเครื่องสำอางมัลติแบรนด์จากญี่ปุ่น ซึ่งถ้าใครเป็นสาวกเครื่องสำอางญี่ปุ่นตัวยงก็น่าจะเคยได้ยินชื่อนี้จากการจัดอันดับไอเท็มเด็ดประจำปีของ @cosme store และไปซื้อตามกันมาบ้างแล้ว

ตอนนี้@cosme store มีสาขาในประเทศไทยทั้งหมด 2 สาขา แต่กว่าจะมาเป็นร้านเครื่องสำอางที่โดดเด่นมีสไตล์เป็นของตัวเองอย่างทุกวันนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ครั้งนี้ ANNGLE จะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักกับ @cosme ให้มากขึ้นกันค่ะ

เกี่ยวกับ @cosme

@cosme store เป็นร้านขายเครื่องสำอางของ บริษัท ไอสไตล์ จำกัด (มหาชน) ประเทศญี่ปุ่น ก่อตั้งในปีค.ศ. 1999 โดยเริ่มจากการทำเว็บไซต์รีวิวและรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามของญี่ปุ่น ดังที่เราเห็นได้จากการจัดอันดับเครื่องสำอางและสกินแคร์ของ @cosme เป็นประจำทุกๆ ปี ก่อนที่จะเปิดตัวร้านขายเครื่องสำอางทั้งในรูปแบบออนไลน์และออฟไลน์ในเวลาต่อมา ปัจจุบัน @cosme store มีสาขาในประเทศญี่ปุ่นทั้งหมด 28 สาขา และในต่างประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน 4 สาขา ฮ่องกง 4 สาขา และไทย 2 สาขา

เริ่มต้นจากการเป็นเว็บไซต์ฐานข้อมูล

การจัดอันดับสินค้าในเว็บ @cosme.net

ในช่วงที่ก่อตั้งบริษัทใหม่ๆ นั้น คอนเซปต์เกี่ยวกับ “Big Data” หรือเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลขนาดใหญ่ยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จ้ก และบริษัทไอสไตล์ก็ถือเป็นบริษัทแรกๆ ของญี่ปุ่นที่ทำเว็บไซต์ในลักษณะนี้ โดยได้สร้าง @cosme ขึ้นมาเป็นเว็บไซต์สำหรับรีวิวผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและสกินแคร์โดยเฉพาะ จากวันนั้นผ่านมากว่า 20 ปี ไอสไตล์ก็สามารถสร้างฐานข้อมูล (Database) ที่ช่วยให้วิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคได้อย่างครอบคลุม

@cosme ใช้ฐานข้อมูลนี้ในการพัฒนาไปสู่แพลตฟอร์มการตลาดสากลสำหรับอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง เกิดเป็นรูปแบบธุรกิจที่ไม่เหมือนใครซึ่งรวมเอาสื่อ (Media) การค้าปลีกออนไลน์ (Online Retail) และห้างร้าน (Brick-and-mortar Store) เข้าด้วยกัน โดยปัจจุบันเว็บไซต์ @cosme จัดเป็นเว็บไซต์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่น

เดินหน้าสู่ธุรกิจร้านเครื่องสำอาง

หลังจากที่เว็บไซต์ @cosme มีฐานข้อมูลเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามเป็นจำนวนมาก และได้รับความไว้วางใจให้เป็นเว็บไซต์รวมข้อมูลเกี่ยวกับเครื่องสำอางที่ได้จากการแนะนำแบบปากต่อปากของลูกค้ามาหลายปี แต่ทั้งหมดนั่นก็เป็นเพียงการเคลื่อนไหวบนเว็บไซต์ออนไลน์เท่านั้น

จากเสียงเรียกร้องของลูกค้าและความต้องการหาแหล่งซื้อเครื่องสำอางในเว็บไซต์ ทำให้ @cosme ตัดสินใจที่จะเปิดร้านเครื่องสำอางในที่สุด โดยการร่วมมือกับ TASHIRO บริษัทจำหน่ายเครื่องสำอางที่มีความรู้ด้านการค้าปลีกเป็นจุดแข็ง เมื่อนำจุดเด่นของทั้งสองบริษัทมารวมกัน ท้ายที่สุดจึงได้ออกมาเป็นร้านเครื่องสำอาง @cosme store ในปี 2007

@cosme store เป็นร้านขายเครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เสริมความงามที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านการวิเคราะห์ฐานข้อมูลจากการแนะนำแบบปากต่อปากและพฤติกรรมของผู้ใช้งานในเว็บไซต์ ปัจจุบันมีสาขาทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศรวมถึงประเทศไทย

ชูความโดดเด่นในฐานะ Cosmetics Specialty Store

ปกติแล้วร้านเครื่องสำอางในญี่ปุ่นจะสามารถแบ่งออกได้เป็นสองประเภทใหญ่ๆ คือเคาน์เตอร์แบรนด์ในห้างสรรพสินค้าที่มี BA คอยให้คำแนะนำ และร้าน Drug Store ที่ลูกค้าสามารถเลือกซื้อเครื่องสำอางหลายๆ แบรนด์ได้จากร้านเดียวกัน แต่ความจริงแล้วการแบ่งในลักษณะนี้มีประโยชน์แค่กับฝั่งขายปลีก โดยที่ไม่ได้สร้างความสะดวกสบายหรือเอื้อประโยชน์ให้กับฝั่งลูกค้าเลย

สำหรับลูกค้าแล้ว การมีเครื่องสำอางระดับ High-end ที่มี BA ให้คำปรึกษาและเครื่องสำอางราคาถูกให้เลือกซื้อในร้านเดียวกันนั้นช่วยเพิ่มความสะดวกสบายได้อย่างมาก นอกจากนี้ร้านเครื่องสำอางทั้งสองแบบต่างก็มีจุดเด่นและจุดด้อยต่างกันไป ด้านเคาน์เตอร์แบรนด์มีแต่เครื่องสำอางราคาแพง แต่ถ้าอยากเลือกเครื่องสำอางราคาถูกก็ไม่มีโอกาสได้ทดลองเหมือนในห้างสรรพสินค้า @cosme store ที่มองเห็นปัญหาในจุดนี้จึงคิดได้ว่า ถ้าอย่างนั้นทำไมเราไม่รวมทั้งสองอย่างไว้ด้วยกันเลยล่ะ?

ด้วยเหตุนี้เอง @cosme จึงนำลักษณะเด่นของร้านทั้งสองแบบมารวมกัน และสร้างร้านเครื่องสำอางรูปแบบใหม่ในฐานะ Cosmetics Specialty Store ภายใต้ธีม Experience, Discover, Your @cosme เพื่อให้ลูกค้าสามารถเดินเลือกดูและลองใช้เครื่องสำอางได้อย่างอิสระ และถ้าอยากได้คำแนะนำเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ ก็สามารถพูดคุยกับพนักงานที่ทำหน้าที่เป็น BA ในร้านได้ด้วย ทำให้ลูกค้าสามารถเลือกซื้อสินค้าได้ตามแบบที่ตนเองต้องการจากหลากหลายแบรนด์

จุดเด่นที่ไม่เหมือนใครของ @cosme store

หากลองเดินเข้าไปในร้าน @cosme store แล้ว เชื่อว่าสิ่งที่ดึงดูดสายตาแทบจะในทันทีที่ก้าวเข้าร้านก็คือ Wall Ranking ที่จัดอันดับสินค้าเพื่อความงามโดยแยกเป็นหมวดหมู่ไว้อย่างชัดเจน เหมือนยกเว็บจัดอันดับของ @cosme มาตั้งอยู่ในร้านเลยทีเดียว ใครที่กำลังมองหาไอเท็มใหม่ๆ ก็สามารถมาเลือกดูสินค้าที่ได้รางวัล Best Cosmetics Awards จาก @cosme ประจำปีนั้นๆ ได้อย่างสะดวกสบาย

อีกความโดดเด่นของ @cosme store ที่แตกต่างจากร้านเครื่องสำอางอื่นๆ ก็คือ มาที่ร้านนี้แล้ว อยากลองอะไรต้องได้ลอง! เพราะที่นี่มี Tester ให้ลองได้ทุกชิ้นก่อนตัดสินใจซื้อ เท่านั้นไม่พอ ในร้านเค้ายังมี Counseling Zone เป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งให้เราหยิบไอเท็มที่อยากลองไปนั่งเทสต์เองได้เลย และแน่นอนว่าถ้าเราไม่แน่ใจตรงไหนก็สามารถพูดคุยกับพนักงานเพื่อขอคำแนะนำได้ด้วยค่ะ

ยังคงมุ่งพัฒนาต่อไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

แม้ว่าทุกวันนี้ @cosme ทั้งในรูปแบบเว็บไซต์และร้านเครื่องสำอางจะได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ไม่เฉพาะคนญี่ปุ่นแต่รวมถึงต่างชาติอีกหลายประเทศ ทว่าทางบริษัทไอสไตล์ก็ไม่ได้หยุดนิ่ง และมีเป้าหมายที่จะขยายธุรกิจทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศให้ก้าวไกลไปกว่าเครื่องสำอาง เชื่อมโยงผู้คน สถานที่ ประสบการณ์ และสิ่งที่เกี่ยวข้องกับความงามในสเกลที่กว้างขึ้น เพื่อสร้างตลาดที่มีลูกค้าเป็นศูนย์กลางให้สมบูรณ์

ค้นพบเครื่องสำอางที่เหมาะกับเราที่สุดผ่านกิจกรรมสุดพิเศษที่ @cosme store เตรียมไว้ให้!

นอกจาก @cosme store จะมีสินค้าเพื่อความงามให้เราเลือกสรรได้ตามใจแล้ว ทางร้านยังมีกิจกรรมสุดเอ็กคลูซีฟให้ลูกค้าสมาชิกได้ตรวจสภาพผิวเพื่อหาเครื่องสำอางและสกินแคร์ที่เหมาะกับผิวของตัวเองพร้อมรับของสมนาคุณมากมายอยู่เสมอ

และล่าสุด @cosme store สาขาประเทศไทยได้นำ Personal Color Test ส่งตรงจากสตูดิโอประเทศญี่ปุ่นมาให้ลูกค้าได้ค้นหาสีที่เหมาะกับโทนสีผิวของตัวเอง ความพิเศษของ Personal Color Test ที่นอกจากจะเปิดโอกาสให้ลูกค้าสมาชิกได้ทำกิจกรรมได้ฟรีแล้ว @cosme ยังเพิ่มกิมมิกน่ารักๆ ด้วยการจำแนกสี Personal Color ออกเป็น 4 กลุ่มตามคาแรคเตอร์สาวๆ 4 ฤดูได้แก่ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ซึ่งแต่ละกลุ่มจะมีการรวมเฉดสีหลากเฉดของคาแรคเตอร์แต่ละฤดูมาให้เราแบบครบจบในที่เดียวให้เราเลือกแต่งตัวกันได้ พร้อมรับคำแนะนำจากพนักงานตั้งแต่เรื่องสีเสื้อผ้า ไอเท็มเมคอัพ ไปจนถึงสีหน้ากากอนามัยที่เหมาะกับโทนสีผิวของแต่ละคนด้วย กิจกรรมดีๆ แบบนี้ หาจากที่อื่นไม่ได้ง่ายๆ นะคะ หากเพื่อนๆ คนไหนสนใจก็แค่สมัครสมาชิก ฟรี จากนั้นก็สามารถเข้าร่วมกิจกรรมเกี่ยวกับความงามที่ทาง @cosme สรรหามาให้เฉพาะสมาชิกได้เลยทันที

@cosme store ตอนนี้ในไทยมีอยู่ 2 สาขา ที่ ICON SIAM และ SIAM CENTER บอกเลยว่าถ้าได้ลองไปสักครั้งแล้ว เพื่อนๆ จะสัมผัสได้ถึงความแตกต่างที่ไม่เหมือนใครของ @cosme store ร้านเครื่องสำอางที่ให้มากกว่าแค่ขายเครื่องสำอางอย่างแน่นอน!

เว็บไซต์รีวิวสินค้า (ภาษาญี่ปุ่น): cosme.net
@cosme Thailand Facebook Page: atcosmeTH

สรุปเนื้อหาจาก​: istyle, cosme, opi-net